ลำดับเหตุการณ์ช่วยชีวิตผู้ฝึกสอนและนักฟุตบอลเยาวชน ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ที่ติดอยู่ใน วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย นานถึง 10 วัน ท่ามกลางความพยายามอย่างสุดความสามารถของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงกำลังใจจากประชาชนทั้งประเทศ จนพบทั้ง 13 ชีวิตอย่างปลอดภัย เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา
วันแรก : เด็กหาย ผู้ปกครองประสานกู้ภัย-ตำรวจช่วยตามหา
เริ่มจาก วันที่ 23 มิ.ย.2561 นายเอกพล จันทะวงษ์ โค้ชผู้ฝึกสอน อายุ 25 ปี และนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี่ รุ่นอายุ 11-16 ปี รวม 13 คน เดินทางเข้าไปยังถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย และเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานจอดอยู่หน้าถ้ำ และผู้ปกครองระบุว่า ไม่สามารถติดต่อลูกได้ จึงเข้าไปตรวจสอบ จนเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจแม่สาย และศูนย์วิทยุ 191 สภ.แม่สาย ได้รับแจ้งว่ามี เด็กหายตัวไปในถ้ำหลวง จึงส่งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไปตรวจสอบ

วันที่ 2 : กู้ภัยเข้าถ้ำวันแรก พบรองเท้าและสิ่งของอื่น น้ำขึ้นสูง ยุติค้นหา
พบโพรงด้านใน ติดต่อ ‘ซีล’ เร่งช่วย
วันที่ 24 มิ.ย. เวลาประมาณ 00.00 น. ทีมกู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจและทีมกู้ชีพสมาคมศิริกรณ์เชียงรายบรรเทาสาธารณภัย นำถังออกซิเจน อุปกรณ์เดินทางเข้าถ้ำเป็นครั้งแรก เวลาประมาณ 03.00 น. ทีมกู้ภัยระบุว่า พบรองเท้าและของบางอย่างวางไว้ในบริเวณถ้ำ แต่น้ำขึ้นสูง จึงต้องยุติการค้นหาชั่วคราว เวลาประมาณ 07.30 น. กู้ภัยหลายหน่วยงานเริ่มทำการค้นหาอีกครั้ง แต่ระดับน้ำสูงขึ้นกว่าเดิม และอากาศภายในถ้ำมีความชื้นและไม่ถ่ายเท จึงกลับออกมาจากถ้ำในเวลาประมาณ 10.00 น. พร้อมแจ้งว่า พบโพรงถ้ำด้านในแต่ถูกน้ำปิดกั้นอยู่ มีความลึกกว่า 5 เมตร และระดับน้ำยังสูงขึ้นต่อเนื่อง จึงส่งนักประดาน้ำเข้าไปภายในถ้ำเพื่อสำรวจโพรงถ้ำ แต่ต้องถอนกำลังเพราะมีดินทรายไหลและน้ำขุ่น หลังจากนั้นได้ ติดต่อไปหน่วยซีลของกองทัพเรือ เพื่อขอความช่วยเหลือ
วันที่ 3 : ผวจ.เชียงราย น้อมนำพระราชกระแส ร.10 ถึง 13 ชีวิตหมูป่า
ส่ง ฮ.บินสำรวจ พบปากปล่อง 2 จุด เร่งเจาะผนังถ้ำเพิ่ม
วันที่ 25 มิ.ย. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯเชียงราย น้อมนำพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึงผู้ประสบเหตุทั้ง 13 คน แจ้งผู้ปกครองของทีมนักฟุตบอลว่า ทรงห่วงใยและหวังให้เด็กๆ ปลอดภัย หลัง จนท.ทราบจากชาวบ้านว่าบริเวณเหนือถ้ำมีปล่องทะลุ ในช่วงบ่ายจึงได้นำ ฮ.ขึ้นบินสำรวจเหนือถ้ำ พบปากปล่องเข้าถ้ำ 2 จุด น.อ.อนันต์ สุราวรรณ ผบ.กรมรบพิเศษที่ 1 หัวหน้าทีม พร้อมกำลัง 17 นาย เดินทางจากสัตหีบไปถึง พร้อมค้นหาทันที ระบุมีสัญญาณดี คาดทั้ง 13 คนเดินลึกเข้าไปในถ้ำเพื่อหนีน้ำ เร่งเจาะผนังถ้ำค้นหาแต่ยังไม่พบ มีฝนตกตลอดทำให้น้ำขึ้นสูงและขุ่น จึงต้องถอนกำลังออกมา
วันที่ 4 : หย่อนน้ำ-อาหารลงปล่อง ด้าน ทบ.ส่งกำลังเดินเท้า
ผปค.เริ่มทำพิธีตามความเชื่อ
วันที่ 26 มิ.ย. จนท.นำโดรนดำน้ำ หุ่นยนต์ค้นในถ้ำ เร่งสูบน้ำออกจากโพรงถ้ำตลอดคืน แต่ หน่วยซีลยังเข้าไม่ถึงจุดที่คาดว่าเด็กติดอยู่ เพราะน้ำท่วมโพรงปริมาณมาก ด้านอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีแถลงว่าพบช่องถ้ำ 2 จุด เชื่อว่าใหญ่พอเป็นช่องทางเข้า-ออก จึงส่ง ฮ.บินสำรวจพร้อมส่งน้ำและอาหารลงไป อีกปล่องที่คาดว่าอาจเข้าถึงเด็กๆ แต่โรยตัวลงไปไม่ถึงพื้น ด้าน กองทัพบกส่งทหาร 200 นาย เดินเท้าสำรวจตามสันเขาเหนือถ้ำ เพื่อหาตาน้ำและปิดทางน้ำไหลเข้า ด้าน ผู้ปกครองเด็กเริ่มทำพิธีฮ้องขวัญตามความเชื่อเพื่อขอให้ลูกหลานปลอดภัย

วันที่ 5 : ร.10 โปรดเกล้าฯให้ตั้งโรงครัวพระราชทาน
ทีมสำรวจพบ ‘ปล่องตัน’ ด้านทีมกู้ภัยจากอังกฤษสมทบถ้ำหลวง
วันที่ 27 มิ.ย. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯเชียงราย ในฐานะหัวหน้าศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ปรุงอาหารแจกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และเนื่องจากเครื่องสูบน้ำมีกำลังไม่เพียงพอทำให้น้ำลดได้ มีฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้น้ำท่วมมาถึงห้องโถง 3 จนท.ที่ปักหลักอยู่ข้างในต้องถอยมาอยู่ที่โถง 2 ด้าน ทีมสำรวจบริเวณดอยผาหมีพบว่าปล่องถ้ำตัน ไม่สามารถโรยตัวลงไปในถ้ำได้ แต่ จนท.ยังคงเดินหน้าสำรวจโพรงและปล่องถ้ำอื่นๆ เวลาประมาณ 20.00 น. ทีมกู้ภัย 3 คน จากองค์กรดาร์บีเชอร์ เคฟ เรสคิว ออร์แกไนเซชัน ชมรมนักประดาน้ำอาสาช่วยเหลือผู้ที่ติดถ้ำในอังกฤษ เดินทางมาถึงบริเวณถ้ำหลวงเพื่อสมทบการกู้ภัย
วันที่ 6 : ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำล้นถึงปากถ้ำ ทีมสหรัฐร่วมสมทบ
วันที่ 28 มิ.ย. จนท.ยังคงดำเนินการช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต หลังมีฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวาน ทำให้น้ำเอ่อล้นออกมาถึงปากถ้ำ กองอำนวยการจึงออกมาด้านนอกถ้ำ และ มท.1 สั่งสำรวจผนังถ้ำ ขุดเจาะเข้าช่วยชีวิต พร้อมส่งโดรนบินสำรวจทำแผนที่ 3 มิติ และ กองกำลังสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิกส่งทีมค้นหาและกู้ภัย เพื่อช่วยเหลือในการค้นหาทั้ง 13 ชีวิต

วันที่ 7 : ร.10 พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือ จนท.
ครูบาบุญชุ่มถึงถ้ำหลวง
วันที่ 29 มิ.ย. ในหลวงทรงพระราชทานสิ่งของแก่ จนท.ช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต จนท.ที่ลงไปในโพรงถ้ำหลวง ลึก 60 ม. พบช่องทางอาจเชื่อมต่อกันได้ เร่งผลัดกันโรยตัวลงไปตรวจสอบ 24 ชม. ผู้ว่าฯเชียงรายแถลงว่า อีกโพรงที่พบลึก 40 ม. มีเพียงดินโคลนจึงเป็นโพรงตัน เร่งขุดเจาะระบายน้ำจากถ้ำด่วน และในช่วงค่ำ พระครูบาบุญชุ่ม พระเกจิชื่อดังของรัฐฉาน ได้เดินทางมาบริเวณถ้ำหลวง เพื่อทำพิธีเปิดทางช่วยเด็กๆ และโค้ช
วันที่ 8 : เจาะบาดาล น้ำในถ้ำเริ่มลด ซีลใกล้ถึงพัทยาบีช
ซ้อมแผนนำผู้ประสบภัยขึ้น ฮ.ส่ง รพ.
ครูบาบุญชุ่มทำพิธีเปิดถ้ำ
วันที่ 30 มิ.ย จนท.ดำเนินการช่วยเหลือทั้ง 13 คนยังลุยสำรวจต่อ หวังจะมีโพรงเชื่อมถึงถ้ำหลวง ขณะที่ น้ำในถ้ำลดลงจากผลของการเจาะบาดาล ทำให้ หน่วยซีลรุกคืบใกล้ถึงหาดพัทยาบีช พร้อม ติดตั้งออกซิเจนช่วยชีวิตระหว่างทาง ผู้ว่าฯเชียงรายระบุมีสัญญาณดี จึงให้ซักซ้อมแผนนำผู้ประสบภัยขึ้น ฮ.ส่งโรงพยาบาล สั่งห้ามบกพร่อง พร้อมเตรียมทีมแพทย์ดำน้ำลงไปตรวจสุขภาพ หากออกไม่ได้เตรียมอาหารในอวกาศดูแล และ พระครูบาบุญชุ่มทำพิธีเปิดถ้ำให้กำลังใจ จนท.และญาติๆ


วันที่ 9 : ท่อพยานาคถึงถ้ำหลวง
โป๊ปฟรานซิสทรงขอพรช่วย 13 ชีวิต
วันที่ 1 ก.ค. นายนพดล นิยมคา อดีตผู้ใหญ่บ้านแหลม จ.เพชรบุรี นำท่อพญานาคมาช่วยระดมการสูบน้ำออกจากถ้ำหลวง จนท.กองทัพเรือ กล่าวว่า มีการสลับเปลี่ยนกำลังชุดต่อชุดในการดำน้ำใกล้ถึงหาดพัทยาบีช โดยการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก และที่นครรัฐวาติกัน สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ทรงขอพรให้ทั้ง 13 ชีวิตปลอดภัยโดยเร็ว
วันที่ 10 : พบ 13 คนแล้ว!
รอฟื้นฟูร่างกาย พร้อมลำเลียงออกจากถ้ำ
วันที่ 2 ก.ค. ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการพิเศษทหารเรือ และ พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รอง ผบช.ภ.5 ได้ให้หน่วยซีลดำน้ำเข้าไปยึดพื้นที่ที่คาดว่าทั้ง 13 ชีวิตติดอยู่ ส่วนชาวบ้านเร่งสร้างฝายกั้นน้ำ โดยกรมชลประทานร่วมสนับสนุนอุปกรณ์ และ จนท.ทหาร ด้านผู้ว่าฯเชียงรายแถลงว่า ได้รับแจ้ง พบทั้ง 13 คนแล้ว เมื่อเวลา 21.38 น. โดยนักดำน้ำหน่วยซีลร่วมกับนักดำน้ำจากประเทศอังกฤษ ทุกคนต่างดีใจกับการรอคอยค้นหา 13 ชีวิต ที่ติดในถ้ำหลวงเป็นเวลา 10 วัน 9 คืน จนท.กล่าวอีกว่า อาจต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน ในการนำทุกคนออกมาจากถ้ำหลวง เพราะต้องให้ทุกคนพักฟื้นร่างกายก่อน




