ครูสาวร่ำไห้ หมดอาชีพเพราะไม่สมยอม แฉ ผอ. คุกคาม ส่งรูป-คลิปอนาจาร ‘อมนกเขา’ เรียกร้องครูอย่ายอมถูกย่ำยีศักดิ์ศรี

24.07.18 | 14:52 น.

จากกรณีครูสาวร้องเรียนว่าถูกอดีต ผอ.โรงเรียนเอกชนย่านมีนบุรีคุกคามทางเพศ จากการกระทำและวาจามาเป็นเวลา 2 ปี ส่งข้อความขอมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง และคลิปลามกอนาจารมาในไลน์ส่วนตัว หลังเลิกงานชอบชวนไปรับประทานอาหารนอกโรงเรียน อ้างไปพูดคุยเพื่อมอบหมายงานสำคัญ จากนั้นชวนดื่มสุราและหาโอกาสลวนลาม กระทั่งเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. จู่ๆ ทาง ผอ.ก็ออกหนังสือเลิกจ้าง ไล่ออกจากงาน โดยกล่าวหาว่าตนกักขังหน่วงเหนี่ยวเด็กในระหว่างที่รอผู้ปกครองมารับ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ไม่เป็นความจริงและไม่ยุติธรรม

ล่าสุด รายการโหนกระแส 24 ก.ค. โดย “กฤต เจนพานิชการ” ทำหน้าที่แทน “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.30-14.10 น. ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “คุณภัทรพร กลิ่นภิรมย์” ผู้เสียหาย อดีตครูของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี รวมทั้ง “ทนายเกิดผล แก้วเกิด”

ทำงานมากี่ปีแล้ว?
ภัทรพร : “เป็นครูโรงเรียนเอกชนแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2556 ได้รับมอบหมายหน้าที่เป็นคุณครูประจำชั้น อนุบาล 3 และอนุบาล 2 ตลอดระยะเวลา 5 ปีค่ะ เป็นการดูแลเด็กๆ สอนวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาไทย ในโครงข่ายครูประจำชั้น เป็นครูที่ใจดีค่ะ เด็กจะรักจะเข้ามากอด เป็นการดูแลเอาใจใส่ สามารถแก้ปัญหาให้ผู้ปกครองได้ ผู้ปกครองเปิดใจยอมรับและบอกว่านี่คือสิ่งที่ดี เพราะการรักลูกต้องรับฟังปัญหาจากคุณครูด้วย”

พอเข้าเรื่องความเดือดร้อนตอนนี้ มันเกิดเรื่องราวตั้งแต่เมื่อไหร่?
ภัทรพร : “เริ่มจากให้คนสนิท ระหว่างการเรียนการสอน โทรศัพท์มาในเวลางาน ให้ชวนไปข้างนอก ช่วงปี 2558 หลังจากนั้นก็ไปมาเรื่อยๆ โดยมีหัวหน้างานไปด้วย หัวหน้าคุณครูอนุบาลในปีนั้นๆ มีคนสนิทไปด้วยคนนึง ตัวท่านผอ.ไปด้วย ทั้งหมด 4 คน ก็ไปทำสารคดีเกี่ยวกับช้าง กวาง เกาะช้างบ้าง ไปตามค่าย จพร. บ้าง”

คุณครูไปทำสารคดี เป็นส่วนหนึ่งของงาน?
ภัทรพร : “ใช่ค่ะ ช่วงนั้นจะเรื่องอินเตอร์เนชั่นแนลคอร์ส เปิดวิดีเกี่ยวกับช้างให้เด็กดู”

Advertisement

ถูกคุกคามทางเพศ เริ่มตั้งแต่ปี 58?
ภัทรพร : “ใช่ค่ะ เวลาไปออกนอกสถานที่ จะมีการซื้อเบียร์ไว้ในรถ เราแจ้งความจำนงกับท่าน ผอ. ว่าเป็นคุณครูที่ดื่มไม่ได้นะคะ เพราะเป็นคนแพ้แอลกอฮอล์ถึงขั้นนอน รพ. ขออนุญาตไม่ดื่มนะคะ ทางท่าน ผอ.ก็บอกว่าดื่มหน่อยสิ สักนิดก็ให้ดื่ม เราก็ถือไว้ จนเลขาฯคนสนิทบอกว่าสงสารเถอะ ไม่อยากเห็นไปตายในอพาร์ตเมนต์”

มีออกอุบายไปไหนกันสองต่อสอง?
ภัทรพล : “มีค่ะ วันหนึ่งกำลังจะกลับบ้าน ก็มีคนสนิทก็โผล่มาว่าจะมีคนโทรศัพท์มานะ เขาก็โทรศัพท์มาบอกว่า 5 โมงครึ่งจะไปรับตรงหน้าเซเว่น ซึ่งเลิกงานแล้ว การที่ท่านผอ.ให้คนสนิทโทรมา จะมีสองเหตุผล คือการมอบหมายงานชิ้นใหญ่ในอนาคต เราต้องมีภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนอกจากครูประจำชั้นคืออะไร สองเรื่องข้อผิดพลาด อยากให้คุณครูปรับปรุงตัวเองตรงไหน ปรับทัศนคติ เราก็คิดว่าเราทำอะไรผิดพลาดหรือเปล่า เราเลยออกไปกับท่าน ด้วยความไว้วางใจท่านเป็นผู้บังคับบัญชา เป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ คิดว่าท่านไม่น่าจะทำเรื่องเสื่อมเสียอะไร”

วันนั้นมีความสนิทกับผู้อำนวยการโรงเรียนคนนี้มากกว่าครูคนอื่นๆ มั้ย?
ภัทรพร : “ไม่มีค่ะ ปฏิบัติเท่าเทียมกัน คือการเรียนการสอนเท่าเทียมกัน ไม่เคยออกไปนอกเหนือจากเวลานั้นใดๆ ทั้งสิ้น”

มีเรื่องการคุกคาม ลวนลาม ถึงเนื้อถึงตัวมั้ย?
ภัทรพร : “มีค่ะ วันที่พาออกไปด้านนอก ระหว่างไปกันสองคน ก็มีการคุยเรื่องอายุมากแล้วนะ ถ้าไม่มีเรื่องบนเตียงจะเสียของนะ ในระหว่างคุยบนโต๊ะอาหารก็ไม่มีเรื่องงานเลย แต่พยายามให้เราดื่มเบียร์ เรื่องข้อความในระหว่างการคุย ก็เปิดข้อความในโทรศัพท์ท่าน บอกว่าเนี่ย คนใหญ่คนโตยังส่งวิดีโอโป๊มาให้ผมนะ ระหว่างเดินทางกลับ ระหว่างขับรถอยู่ ท่านพยายามดึงตัวดิฉันเข้าไปใกล้ๆ แล้วเอามือโอบด้านหลัง มีการหอมแก้ม มีการลวนลามค่ะ”

จุดนี้ทำให้ทนไม่ไหว?
ภัทรพร : “ใช่ค่ะ เรื่องของเรื่องคือพฤติกรรมตรงนั้นคุณครูก็ได้คิดแก้ปัญหาว่าจะหลุดพ้นตรงนี้ได้ยังไง เพราะทุกครั้งที่ท่านส่งแมสเซสมาว่าจะชวนไปฟังเพลง ชวนไปข้างนอก จะบอกปฏิเสธตลอดว่าอยู่กับคุณพ่อ คุณพ่อไม่สบายบ้างเพื่อหวังให้ท่านทราบว่าเราไม่เล่นด้วย ไม่ต้องการไปไหนกับท่านสองคนหลังเกิดเหตุ แต่ท่านก็ไม่รู้สึก ยังส่งข้อความมาเรื่อยๆ มาหนักจนปี 60”

มีครอบครัวหรือยัง?
ภัทรพร : “ยังไม่แต่งงาน แต่มีแฟนค่ะ แฟนรับรู้ค่ะ แต่ด้วยความเป็นครู มีศักดิ์ศรี มีเรื่องความเคารพ เพราะฉะนั้นเรื่องแบบนี้ไม่มีใครกล้าออกมา ยอมรับว่าอาย และต้องปกปิดเพราะการเป็นคุณครู หางานยาก อย่างที่บอกอายุ 40 แล้ว ระยะเวลา 17 ปีในการเป็นครู ไม่เคยผิดจรรยาบรรณครูแม้แต่ข้อเดียว”

หนักเกินกว่าที่เราจะรับไหว เป็นเรื่องจรรยาบรรณหรือเรื่องพฤติกรรม?
ภัทรพร : “ใครกันแน่ล่ะค่ะ ที่ควรจะผิดจรรยาบรรณครู การลวนลามผู้ใต้บังคับบัญชา ใครกันแน่คะในการเรียกให้กลับไป ให้นั่งอ่านหนังสือจรรยาบรรณคุณครู ให้นั่งอ่านลักษณะของครูที่ดี ส่งก่อนกำหนดก็ผิด โบกมือบ๊ายบายเด็กก็ผิด พูดคุยกับผู้ปกครองก็ผิด”

นี่คือสิ่งที่เขาตำหนิ?
ภัทรพร : “ใช่ค่ะ ในการสั่งพักงาน พูดคุยกับครูต่างชาติก็ผิด เราไม่สบาย มีข้อตกลงมาเลยค่ะ ในข้อตกลงกลับมาปฏิบัติหน้าที่ว่าไม่ให้เข้ารักษาตัวในร พ.เอกชน แต่ต้องเป็นรพ.รัฐบาลเท่านั้น ในกฎ 15 ข้อ ห้ามใช้โทรศัพท์ในการปฏิบัติหน้าที่ครู ถามว่าทั้งหมด 15 ข้อที่เรียกกลับไปยุติธรรมมั้ยคะ มันคุกคามสิทธิมนุษยชน”

มีข้อปฏิบัติตาม 15 ข้อถ้าจะกลับไปสอน?
ภัทรพร : “ถูกต้องค่ะ ผิดข้อเดียวก็สั่งพักงานทันที วันที่กลับไปทำงาน ได้ทำงานแค่ 5 วัน หลังจากนั้นสั่งพักงานในข้อหาผิดทั้งหมด แล้วสั่งพักงานไป 1 เดือนแล้วเรียกกลับมาใหม่ ยึดอิง 15 ข้อนี้ค่ะ”

หลักฐานต่างๆ ที่ครูภัทรออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม มีหนังสือเลิกจ้างเมื่อวันที่ 4 พ.ค. คุณครูภัทรถ่ายห้องทำงานในการกลับไปปฏิบัติงาน?
ภัทรพร : “ให้นั่งเก้าอี้ตัวเดียว มีแอร์อยู่ด้านหน้า มุมขวามือมีกล้องวงจรปิดอยู่ ไม่อนุญาตให้เคลื่อนย้ายหรือเขยิบไปตรงไหนเลย ซึ่งก็เรียนว่าครูภัทรสุขภาพไม่แข็งแรง ทางโรงเรียนรู้มาตลอดระยะเวลา 2 ปี ก็บอกว่าเราหนาว เราขอย้าย เขยิบตัวไปประมาณ 7-8 ตัวถัดไป หัวหน้างานเดินมาบอกว่าไม่อนุญาตให้เคลื่อนย้ายเก้าอี้ในการนั่ง ให้กลับไปนั่งที่เดิม ถ้าจะเคลื่อนย้ายให้แจ้งผู้รับใบอนุญาตเพียงผู้เดียวเท่านั้น”

สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะเราไม่เล่นด้วยกับเขา?
ภัทรพร : “ใช่ค่ะ ในหลายๆ เรื่องในการทำงาน พยายามหาเรื่องแกล้ง เมื่อเราไม่เล่นด้วยก็ให้เราออก”

นอกจากที่ตั้งโต๊ะแอร์เป่าตลอดเวลา มีอะไรอีกที่โดนแกล้ง?
ภัทรพร : “มีคำสั่งในโรงเรียน ไม่ว่าจะครูไทยครูต่างชาติ ครูผู้ช่วย ไม่อนุญาตให้คุยกับเราสักคนนึง ใครที่คุยกับเราจะเข้าไปถามว่าคุยอะไรกัน ไม่กลัวครูภัทรเรียกขึ้นศาลเหรอ ประมาณนี้ค่ะ”

บีบให้เราออกแต่เราทนเหรอ?
ภัทรพร : “ตลอดระยะเวลา 5 ปี เราไม่เคยมีใบเตือนจากท่านเลยแม้แต่ครั้งเดียว ในการจะไล่คุณครูออกตามกฎหมายแรงงานต้องมีใบเตือนคุณครูทั้งหมด 3 ครั้งก่อน แต่เราไม่มีเลย กลายเป็นว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ในจดหมายเลิกจ้าง ผิดจรรยาบรรณคุณครู เราเชื่อว่าในห้องทุกห้องเรียนมีกล้องวงจรปิด ถ้าคิดว่าเราผิดจริง เราท้าท่านตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. ถ้าผิดจริงให้ไล่ภัทรออกในข้อหาผิดจรรยาบรรณครู แต่ท่านไม่ไล่ออก ไม่ออกหนังสือเลิกจ้างตั้งแต่ 11 เม.ย. ในการสั่งพักงาน และในวันที่ 20 เม.ย.เป็นคำสั่งออกจากผู้ช่วยผู้อำนวยการ ติดป้อมยามทุกป้อมยามว่าไม่อนุญาตให้ครูภัทรพร กลับเข้ามาทุกกรณี แล้วหลังจากนั้นมีหนังสือส่งไปที่บ้านให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ ในมีคำสั่ง 15 ข้อ เป็นคุณครูสำรอง แต่พอปฏิบัติจริงๆ กลับไม่ใช่เลย ในวันนั้นเราเลยไปแจ้งความที่สน.มีนบุรี ถูกคุกคามสิทธิ์”

มีวงจรปิดเห็นพฤติกรรมการลวนลามที่ชัดเจนมั้ย?
ภัทรพร : “ไม่มีค่ะ ส่วนใหญ่เป็นในไลน์ที่ท่านส่งมาส่วนตัว ตั้งแต่ข้อความแรกไม่เคยลบเลยค่ะ เราโกรธมากแต่ไม่สามารถตอบโต้อะไรไดเพราะเราเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา การไม่ตอบโต้คือการหลีกเลี่ยงมากๆ เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะในที่ทำงาน เพราะอยากทำงานอย่างมีความสุข”

มีส่งภาพครูภัทรมาด้วย?
ภัทรพร : “ใช่ค่ะ เขาเอารูปมาจากหน้าไลน์ เป็นรูปโปรไฟล์ บอกว่าสวย จีบได้มั้ย ส่วนที่ภัทรส่งรูปนอนป่วยนั้น เพราะกำลังนอนป่วยที่รพ.นพรัตน์ คือวันนั้นท่านทักมาว่าอยู่ที่ไหน ก็เลยรายงานว่าไม่สบายนะคะ ขอไม่ไปทำงาน นอนอยู่ที่รพ.”

ส่งคลิปอนาจารมา ไม่มีคลิปส่วนตัวครูภัทร ไม่มีคลิปผอ. แต่ส่งคลิปที่ฟอร์เวิร์ดต่อๆ กันมา?
ภัทรพร : “ใช่ค่ะ สองแง่สามง่าม ในเรื่องบนเตียง สรีระผู้หญิง สรีระผู้ชาย แม้กระทั่งร้ายสุดคือรูปวิดีโอที่กำลังอมอวัยวะเพศชาย”

สุดท้ายทนไม่ไหว เลยมาร้องกองปราบ?
ภัทรพร : “(ร้องไห้) เราหมดอาชีพเพราะเรื่องของความไม่สมยอมเขา ทำให้เราตกงาน ถูกเลิกจ้าง เขาปรับเงินเรื่องเงินค่าประกันการทำงานของคุณครูทุกคน เมื่อผ่านการทดลองงาน จะมีการหักเงินค่าประกันตนเองคนละ 5 พันทุกเดือนตลอด 6 เดือน การลาป่วยวันละ 2000 บาท ไม่ว่าจะมีใบรับรองแพทย์หรือไม่มีใครรับรองแพทย์ ลากิจ ลาครึ่งวัน 1 พันบาท มาสายครั้งละ 500 ในการเลิกจ้างครั้งนี้ก็ไม่มีค่าชดเชยใดๆ เกิดขึ้น ไปรวบรวมวันหยุดก่อนหน้านี้แล้วมาหัก รวม 180,714 บาท ที่เขาหักมาตลอดเวลา 5 ปี”

ได้หารือปรึกษาครอบครัวมั้ยว่าจะออกมาแบบนี้?
ภัทรพร : “มีช่วงแรกที่คุณพ่อทราบ แต่เราไม่อยากให้ท่านกังวลใจ เราบอกว่าผู้อำนวยการมีพฤติกรรมแบบนี้ เราสามารถคอนโทรลได้ และคิดว่าเราหลีกเลี่ยงได้”

คุณครูท่านอื่นโดนด้วยมั้ย?
ภัทรพร : “เท่าที่ทราบจากคุณครู ส่งแมสเซสมาหาว่ายังไม่เลิกพฤติกรรมนี้ มีการส่งข้อความไปหาคุณครูชวนไปกินข้าวแต่เขาปฏิเสธ ชวนในไลน์ส่วนตัวทุกวันเช่นเดียวกัน๐

มีคุณครูออกมาสนับสนุนเรามั้ย?
ภัทรพร : “เมื่อเช้ามีค่ะ แต่ขอให้ฝั่งนั้นตัดสินใจเอง แต่มีการแจ้งความจำนงมาแล้ว”

ผอ.ติดต่อมาหรือยัง?
ภัทรพร : “ยังไม่มีค่ะ เราไม่ติดต่อกลับค่ะ เราต้องการเจรจาค่ะ วันที่ 11 พ.ค. ได้ทำหนังสือแจ้งทางโรงเรียน มีคุณพ่อ และแฟนแจ้งว่าขอเข้าพบเพื่อไกล่เกลี่ยและปรับทัศนคติ ขอให้ทางเราเข้าไปคุยชี้แจงว่าผิดอะไร เขาก็ไม่ตอบรับและไม่ให้เข้าพบใดๆ ทั้งสิ้น”

อยากคุยอะไรกับผอ. ให้กลับไปทำงานหรือชดใช้ค่าเสียหาย?
ภัทรพร : “เรื่องกลับไปทำงานคงไม่กลับไปแล้วค่ะ แต่อยากให้เรื่องของสิทธิมนุษยชนให้กับครูในโรงเรียนทั้งหมดควรได้รับด้วย”

ทุกวันนี้โดนอะไรมาบ้าง หลังถูกพักงานเลิกจ้าง?
ภัทรพร : “(ร้องไห้) มีการกดดันทางอื่น คือเพื่อนร่วมงานไม่พูดกับเรา เพราะกลัวเกรงอำนาจและบารมี เราขอความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ก็ไม่ตอบรับกลับมา ทั้งที่เราพยายามช่วยคุณครูในโรงเรียน เพราะเป็นคำสั่งของผอ. ทั้งที่หลายคนก็โดนแบบเรา วันที่เรากลับเข้าไปทำงานวันแรกก็เข้ามากอดทุกคน บอกว่าสู้ๆ นะ แต่หลังจากนั้นก็ได้รับคำสั่ง ครูต่างชาติโดนดุเลยว่าไม่อนุญาตให้คุย มันหนักมากๆ”

ทนายเกิดผล ได้เห็นหลักฐานต่างๆ แล้ว เรื่องสิทธิที่ถูกละเมิดมีโอกาสเรียกร้องทางไหนได้บ้าง?
ทนาย : “มีสองส่วน ส่วนแรกคือถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม อันนี้คุณครูไปฟ้องร้องที่ศาลมาแล้ว คิดว่าศาลคงมีความเป็นธรรม สิ่งไหนที่ครูสูญเสีย ไม่จ่ายค่าชดเชย ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่ศาลก็ให้ความเป็นธรรมกับลูกจ้าง การหักเงินนี่ไม่เป็นธรรมอยู่แล้ว ขัดระเบียบกฎหมาย การทำงานนอกเวลา ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง”

เขาบอกคุณครูผิดเงื่อนไข 15 ข้อ?
ทนาย : “แต่เงื่อนไขบางข้อ เป็นคำสั่งที่ไม่เป็นธรรม คำสั่งห้ามคุยกับบุคคลทั่วไปเป็นไปไม่ได้ เหมือนจำกัดสิทธิเสรีภาพ ครูมาสั่งแบบนี้ขัดรัฐธรรมนูญ เป็นคำสั่งที่ไม่เป็นธรรม มันใช้ไม่ได้”

พฤติกรรมคุกคาม ทั้งวาจา ข้อความ?
ทนาย : “ตามกฎหมายแรงงานเขากำหนดชัดเจน ว่าผู้บังคับบัญชาจะลวนลาม หรือใช้วาจาก้าวล่วง ล่วงละเมิดทางเพศกับลูกจ้างหรือผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ได้นะครับ ผมเชื่อว่าเป็นการส่อเจตนาล่วงละเมิดทางเพศ ถ้าครูนิ่งเฉยจะเกิดคำถามว่าทำไมไม่ร้องเรียน ทำไมไม่ไปแจ้งความ สมยอมหรือเปล่าครูหลายคนไม่กล้าไปเพราะไม่ทราบว่ามีนโยบายหากถูกล่วงละเมิดทางเพศต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน อยู่ๆ ออกมาพูดสังคมเชื่อก็เชื่อ แต่ไม่เชื่อก็จะเกิดคำถามว่าทำไมไม่แจ้งความ ก็อยากเรียกร้องให้ครูผู้หญิงอย่าอาย กำจัดคนเป็นภัยสังคมแบบนี้ดีกว่า หลายเคสที่อายแล้วไม่กล้าแจ้งความจนคู่กรณียกตรงนี้ไปต่อสู้ว่าถ้าไม่สมยอมก็ต้องไปแจ้งความตั้งแต่แรกสิ อะไรแบบนี้”

ครูภัทรอยากพูดอะไรบ้าง?
ภัทรพร : “อยากให้คุณครูที่ได้รับความเสียหายอยากให้ออกมาช่วยกัน ไม่ต้องกังวลว่าเราเสียศักดิ์ศรี การถูกคุกคามทางเพศเสียศักดิ์ศรีกว่าการเป็นครู ครูคือผู้ให้ความรู้ เป็นการเชิดหน้าชูตา ที่ใครไม่สามารถย่ำยีศักดิ์ศรีของเราได้ แล้วเขาเป็นใคร มาย่ำยีศักดิ์ศรีของเรา (ร้องไห้) อยากให้มาช่วยกันค่ะ”