นิกกี้ พริตตี้เงินล้าน” เผชิญหน้า ‘แพรวา’คู่กรณี พี่สาวช็อก ร่วมสัมภาษณ์ไม่ได้

3.09.18 | 16:38 น.

จากกรณีที่ผู้หญิงสองคนร้องสื่อศัลยกรรมทำพิษ สักปากชมพูกับร้านแห่งแล้วเกิดติดเชื้อรุนแรงเป็นหนองลามทั้งปาก เรียกร้องให้เจ้าของร้านออกมารับผิดชอบ แต่อีกฝ่ายพยายามเลี่ยงที่จะเข้ามาหา ทั้งที่นัดหมายหลายครั้ง ต่อมาทราบว่าร้านดังกล่าวคือร้านของ “นิกกี้ พริตตี้เงินล้าน”

 

ล่าสุดรายการโหนกระแส 3 ก.ย. โดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.30-14.10 น.  ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “ณัฐณิชา  สกุลจารุพงศ์” หรือ นิกกี้ พริตตี้เงินล้าน” ที่มาพร้อม “อาจารย์เฟียร์” คนสักและสามี เผชิญหน้าคู่กรณี “แพรวา พลอยชวริณทร์ เมืองอินทร์” ในขณะที่พี่สาวช็อก ร่วมสัมภาษณ์ไม่ได้

 

จริงๆ มีผู้เสียหายสองคน?

Advertisement

แพรวา : “ใช่ค่ะ อีกคนคือพี่สาว”

 

มีอาการช็อก?

แพรวา : “เป็นภาวะเครียดอย่างรุนแรง ตอนทีมงานไปรับก็จะช็อกในรถ”

 

เรื่องราวเกิดอะไรขึ้น?

แพรวา : “ตั้งแต่วันแรกที่เราเข้าไป เราดูผ่านโซเชียล พี่สาวตอนนั้นอยู่ฮ่องกง หนูไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ ก็คุยกันว่าเราบินมาเจอกันที่กรุงเทพฯ จะได้มาสักที่ร้านคุณนิกกี้ จริงๆ หนูติดตามคุณนิกกี้มานานมากแล้ว ตั้งแต่เขาเป็นพริตตี้ก่อนมีลูก เราก็ชื่นชอบเขาตลอด เราว่าเขาเป็นคนน่ารัก ใจบุญ ก็คุยกับพี่สาวว่าเขาดีนะ เราก็ส่งไอดีไลน์ที่เขาโพสต์ในไอจีให้พี่สาวเรา พี่สาวดูแล้วชอบเขาก็ติดตามคุณนิกกี้เหมือนกัน เราก็เลยตัดสินใจมาที่ร้านนี้ พี่สาวหนูบินมาก่อนวันที่ 21 หนูมาวันที่ 22 หนูบินมาจากนราธิวาส”

 

ตอนแรกโทรนัดคิวกันก่อนมั้ย?

แพรวา : “นัด พี่สาวหนูอยู่ฮ่องกงก็ส่งไลน์กัน ก็ถามอ.เฟียร์ (สามีนิกกี้) ว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง มีการโอนเงินมัดจำ”

 

เราทำวันไหน?

แพรวา : “วันที่ 23 ส.ค. ตอนเข้าไป เขาก็ต้อนรับดี ดูแลดี บริการดีทุกอย่าง ก็เจอทั้งคู่ ยังแซวว่าหนูสักปากจะสวยเหมือนพี่นิกกี้มั้ยเขาบอกว่าสวย ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะไปสัก เหมือนไปกับพี่ แต่สุดท้ายก็สักดีกว่า”

 

ตกลงพี่ทำอะไรบ้าง?

แพรวา : “ทำคิ้ว สักปาก ขอบตา ราคา 27000 เราสักแค่คิ้วกับปาก  18000 บาท พี่สาวสักก่อน ใช้เวลาไม่นาน ตอนสักหนูไม่ได้อยู่ด้วย คนสักคืออาจารย์เฟียร์  แล้วก็มีคนทายาชา”

ตอนสักรู้สึกยังไง?

แพรวา : “ตอนสักรู้สึกว่ามันลึก เขาบอกว่าที่ทำให้ลึกเพราะจะได้ไม่ต้องบินมาซ้ำหลายรอบ เราเข้าใจว่าเขาไม่อยากให้เราเสียเวลาบินมาหลายรอบ ก็เหมือนสักลึกไปนิดนึงเพื่อให้สีขึ้นชัด พอสักลึกก็จะมีเลือดซึม ถ้าผิวเรากรีดยังมีเลือดเอง อันนี้มีเลือดปนสีออกมา”

 

ทางคุณนิกกี้แกบอกว่าถ้ากล้องวงจรปิด ที่เห็นสีแดงๆ คือสี?

แพรวา : “มันคือสี แต่ก็จะมีเลือดซึมๆ ออกมา”

 

เจ็บมั้ย?

แพรวา : “ตอนแรกโดนยาชาอยู่ก็ไม่ค่อยเจ็บ ตอนลงจากข้างบนมาลงข้างล่างยังไม่ค่อยเจ็บ ที่เราเจ็บคือหลังจากยาชาหมดฤทธิ์แล้วค่ะ”

 

ตอนออกมาเขาปฏิบัติดีทุกอย่าง?

แพรวา : “ดีๆ ไม่มีอะไร เขาก็น่ารักเหมือนเดิม ไม่มีอะไร”

 

ถุงมือผมเห็นข้อความพูดคุยกัน คุณได้ถามคุณนิกกี้?

แพรวา : “คือเราถามว่าถุงมือสะอาดมั้ย ได้มีการเปลี่ยนถุงมือมั้ย คือที่เราไปรพ. หมอเขาถามเราว่าสถานประกอบการเป็นยังไงบ้าง สะอาดมั้ย เครื่องมือสะอาดมั้ย ถุงมือสะอาดมั้ย เขามีสิทธิ์ที่จะถาม เพื่อความมั่นใจเราก็เลยถามเจ้าของ”

 

คุณสัก 23 อาการเริ่มเมื่อไหร่?

แพรวา : “23 มีเลือดซึมอยู่แล้ว ถูกมั้ยคะ แต่มันจะเริ่มบวมหลังจากยาชาหมดฤทธิ์ มันเริ่มบวมเจ่อๆ แต่ก็เฉยๆ วันที่ 2 เจ่อๆ แต่แปลกๆ แสบอ่ะ ถ้าหนูใส่แมส แล้วถอดแมสออกมามีเลือดติด เราเข้าใจได้ว่าเป็นผลข้างเคียง แต่พอดีหนูสักมาปุ๊บ มีเพื่อนที่เป็นหมอผ่าตัด เพื่อนสนิท เพื่อนบอกว่าพี่แพรไม่ไหวแล้วนะ ปากยูมันเฟะ เขาส่งจ่ายยาให้เรา ซึ่งเราไม่ได้กินยาร้านคุณนิกกี้ เพราะหมอเขาสั่งมาให้เราต่างหาก ทางร้านคุณนิกกี้เขาให้ยามา แต่เราไม่ได้กินของเขา”

เพื่อนจ่ายยาอะไรให้คุณ?

แพรวา : “อะม็อกซีซิลลินและให้ยาลดบวมต่างหากของแพทย์ พันมิลลิกรัมเพิ่มโดสขึ้นมา เขากลัวเราติดเชื้อไงคะ เขาเป็นหมอผ่าตัด เขาดูแล้วกลัวติดเชื้อเลยให้กินอันนี้ดีกว่า หลังจากกินยา ของหนูยังบวม แสบแน่นอนตั้งแต่วันที่ 2 แต่บวมเริ่มบวมขึ้นเรื่อยๆ หนองเริ่มมา ของพี่สาวหนูเป็นหนองมากกว่า ของหนูเป็นตุ่ม”

 

คนอื่นเป็นอย่างนี้มั้ย?

แพรวา : “หนูว่าไม่นะ ค่อนข้างจะยาก หมอบอกว่าคนที่เป็นอย่างนี้ได้ มีภาวะติดเชื้ออย่างรุนแรงแล้ว”

 

เข้ารพ.สองคนพี่น้อง ใครเข้าก่อน?

แพรวา : “พี่สาวค่ะ เพราะพี่สาวไม่ได้กินยาเหมือนหนู พี่สาวเข้าวันที่ 26 ค่ะ”

 

เขาเลยเป็นเยอะกว่าคุณ?

แพรวา : “ใช่ค่ะ ถูกต้อง เท่าที่ถามคุณหมอ หนองอยู่ข้างใน มันต้องใช้ยาทางเส้นเลือดดำเท่านั้นถึงจะหาย”

 

คุณนิกกี้บอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เขาให้ข้อมูลมาแล้วว่าห้ามกินอาหารอย่างปลาร้า ส้มตำ หรือของแสลง คุณกินหรือเปล่า?

แพรวา : “หนูไม่ได้กินแน่นอน ปากหนูอย่างนั้นใครจะกินพี่ ปากเราบวมเราเจ่อเราเป็นแผล ไม่มีใครกินหรอก หนูไม่บ้ากินหรอก หนูก็รักตัวเอง”

 

ถุงไม้ถุงมือ มีกล้องวงจรปิดมาโชว์ว่ามีการใส่ถุงมือและมีการเปลี่ยนจริงๆ?

แพรวา : “อันนี้หนูก็คลายข้อสงสัย ถ้าหนูถามแล้วเขาตอบเรามา เราก็โอเคในใจ ถ้าเขาเปลี่ยนเราก็สบายใจ เราถามไปเขาตอบ เราก็สบายใจตรงนี้”

 

ในมุมการดูแล เขาบอกว่าเขาติดต่อตลอด?

แพรวา : “ติดต่อจริง แต่ต้องบอกก่อนว่าที่พี่นิกกี้เข้ามาแล้วหนูส่งสลิปไปหาเขาเลย มันไม่ใช่ มันมีการพูดคุยอยู่ก่อนหน้านั้นอยู่แล้วว่าพี่นิกกี้จะเข้ามามั้ยคะ พี่นิกกี้จะได้ทราบเรื่องเชื้อเรื่องอะไรด้วย เข้ามาหาหมอมั้ยเพราะคุณหมอเขาไม่ติดต่อกลับอยู่แล้ว”

 

เขาบอกว่าคุณให้เบอร์หมอ?

แพรวา : “ใช่ เพราะตอนแรกเขาบอกว่าเขาไม่สะดวกมา หนูก็พยายามหาเบอร์คุณหมอให้เขาติดต่อ แต่พอคุณหมอมาตอนเช้า เขาไม่สะดวกไงคะ ก็เลยบอกว่าพี่นิกกี้เข้ามาหาหมอเลยได้มั้ย จะได้รู้กัน พี่จะถามว่าหนูเป็นอะไรยังไง ก็ถามหมอเลย เพราะเราไม่ใช่หมอ คุณหมอตอบได้ดีที่สุดอยู่แล้ว”

 

ในมุมเชื้อ คุณนิกกี้สงสัยว่าติดเชื้อจากปากหรือเปล่า แล้วเชื้อคือเชื้ออะไร?

แพรวา : “ตั้งแต่วันแรกต้องบอกก่อนว่าเราถามคุณนิกกี้ไปแล้วว่า เราเข้ารพ. คุณนิกกี้ต้องให้เราทำอะไรบ้าง เขาก็น่ารักเขาบอกว่าเอางี้แล้วกัน หนูเข้ารพ.ไปก็บอกว่าติดเชื้อจากปาก แล้วคุณหมอเขาวินิจฉัยว่าติดเชื้อจากปากเนี่ย พร้อมใบรับรองแพทย์ พี่ก็พร้อมรับผิดชอบเลย”

 

คุณมีหลักฐานมั้ย?

แพรวา : “มีหลักฐาน มีคลิปเสียงเขาอยู่ว่าเขาพูดอย่างนี้จริงๆ ถ้าเป็นติดเชื้อจากปาก เขาพร้อมรับผิดชอบเลย (เปิดคลิปเสียง)”

 

ตรงนี้คุณรู้สึกไม่เป็นธรรมกับคุณ?

แพรวา : “ใช่ค่ะ พอเราเข้ารพ. วันแรก พอเราเห็นว่าจากปากปุ๊บ พอคุณหมอวินิจฉัยว่าให้ยาฆ่าเชื้อเลย ถ้าคุณนิกกี้ต้องการเชื้อจริงๆ ต้องบอกเราตั้งแต่ตอนแรกค่ะ เพราะคุณหมอจะได้ตรวจเชื้อไปเลยก่อนให้ยาฆ่าเชื้อ”

 

แต่นี่ให้ยาฆ่าเชื้อไปแล้ว เชื้อมันตายไปแล้ว?

แพรวา : “ใช่ค่ะ ถูกต้อง มาขอตรวจทีหลังไม่ได้ เพราะเชื้อมันหาไม่เจอแล้ว คุณหมอพูดแบบนี้เหมือนกัน”

 

ตอนนี้อยู่กับคุณนิกกี้และอาจารย์เฟียร์ เมื่อกี้เสียงคุณมั้ยที่เขาเปิด?

นิกกี้ : “ร้อยเปอร์เซ็นต์ เบอร์กี้ด้วยค่ะ เวลาก็จำได้ สามทุ่มสี่สิบ”

 

มีข้อสงสัยมั้ย?

นิกกี้ : “มีค่ะ อย่างแรกเลยเสียงนี้กี้ไม่ได้คุยกับคุณแพรวานะคะ กี้คุยกับคุณพี่สาว และวันนั้นพี่สาวเป็นคนบอกเองว่าจะเข้าแอดมิด เลยบอกว่าไปเลย เดี๋ยวกี้ดูแลให้ กี้โทรไปไม่ได้พิมพ์ไลน์เพื่อความสบายใจ กี้ก็รับปากไป เพราะวันนั้นพี่สาวคุณแพรวาไม่ได้บอกกี้นะคะว่าอันนี้เกิดจากกี้จริงๆ เขามีความกังวลไงคะว่าจะเป็นอะไรมากหรือเปล่า กี้ก็เลยบอกว่าไปหาหมอเลย แล้วกี้ยินดีมาก ถ้าไม่มีเงินตอนนั้นก็จะออกให้ก่อน แล้วค่อยมาว่ากันตอนหลัง แต่ตอนหลังที่กี้มีความเสียใจ ไม่รับผิดชอบหรือไม่ไปจ่าย เอาตรงๆ ไม่ใช่ใจร้ายนะ แต่มีการคุยกับคุณแพรวาแล้วรู้สึกเลยว่า ทำไมกี้ต้องไปจ่าย ในเมื่อน้องคิดว่าเครื่องมือในร้านเรามีปัญหาทำให้เขาติดเชื้อ ต้องแยกสองประเด็นนะคะ”

 

แต่เมื่อกี้เขาบอกคุณดูแลดี?

นิกกี้ : “ใช่ค่ะ เพราะกี้คุยกับพี่สาว เขาไม่ได้คุยกับกี้ เขาพูดทำนองว่าถุงมือมีการเปลี่ยนมั้ยหรือลงลึกไปว่าในร้านเราทำให้เขาเป็น”

 

ประเด็นที่น้องพูด มีข้อท้วงติงอะไรมั้ย?

นิกกี้ : “ท้วงติงนิดนึงว่าน้องจะเปิดคลิปนี้ได้ก็ต่อเมื่อน้องเอาไลน์ที่เราคุยกันกับน้อง ไม่ใช่พี่สาว มาดูด้วยว่า ณ เบื้องต้นที่กี้ไม่ไปเพราะอะไร ณ ตอนแรกการที่เราคุยทางโทรศัพท์ ทางน้องเข้ารพ. เราสบายใจแล้ว น้องปลอดภัย แล้วเราจะเข้าไปดูแลน้อง ให้รักษาไปก่อน กี้อาจโลกสวยคิดว่าให้รักษาให้หายก่อน”

 

เจตนาคือดูแลอยู่แล้ว?

นิกกี้ : “จริงๆ คิดอย่างนั้น แต่พอได้มาคุยกับน้องสาวคุณแพรวา กี้เปลี่ยนความคิดเลย”

 

เห็นบอกว่ามีคำพูดที่ไม่เหมือนกัน ระหว่างเมื่อกี้กับตอนแถลงข่าว คืออะไร?

นิกกี้ : “ตอนแถลงข่าวกี้นั่งดูอยู่นะคะ เพราะกี้เป็นห่วงมาก แล้วน้ำตาไหลไปด้วย หลายๆ คำพูดที่น้องบอกว่าไม่น่าเลือกกี้เลย เขาผิดหวังที่เลือกนิกกี้ เลือกเพราะนิกกี้มีความน่าเชื่อถือ แล้วชื่นชอบในตัวเรา พอเป็นแบบนี้เขาผิดหวังมาก คำนี้กี้สะเทือนใจ แต่อยากจะบอกว่ากี้ฟังคำนึงที่บอกว่าตอนสักรู้สึกเจ็บปวด รู้สึกเลือดไหลตลอดเวลา ตอนแถลงข่าว น้องแพรวาเป็นคนพูด จำได้แม่นเลย น้องบอกว่ารู้สึกไม่สบายใจ มีเลือดซิบๆ ตลอดเวลา ตั้งแต่ลงมาจากห้องสักแล้ว แต่เมื่อกี้บอกว่าสบายดี ดูแลดี”

 

แพรวา : “เมื่อกี้หนูก็บอกว่ามันมีเลือดไหลอยู่ตลอดเวลานะคะ”

 

นิกกี้ : “งั้นดูจากคลิปมั้ยคะ มีกล้องวงจรปิด คนเราถ้ามีเลือดไหลตลอดเวลาต้องขอทิชชู่ซับปากมั้ยคะ แต่หนูไม่ได้ขอนะคะ”

 

แพรวา : “หนูไม่ได้ขอ แต่หนูเข้าห้องน้ำ และเอาทิชชู่จากห้องน้ำพี่ซับปาก”

 

นิกกี้ : “ถ้าเลือดไหลตลอดหนูจะเซลฟี่กับเพื่อนเหรอคะ”

 

แพรวา : “หนูไม่ได้เซลฟี่นะคะ”

 

นิกกี้ : “งั้นเดี๋ยวมาดูกล้องวงจรปิดกันมั้ยคะ เราสามารถเปิดได้ เขาลงมาแล้ว ดูยิ้มร่าเริง กี้บอกเลยว่าอันนี้ไม่ใช่พ้อยท์หลักหรอก พ้อยท์หลักคือถ้าน้องเจ็บปวดหรือมีอาการ แสดงอาการว่าน้องไม่โอเค กี้จะไม่ปล่อยให้น้องกลับ จะพาไปรพ.เองเลย รักษาเองเลยไม่ใช่ปล่อยปละละเลยเขา”

 

จริงๆ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าลงมาอาการดีหรือไม่ดี ประเด็นคือน้องเขากลับไปบ้างแล้วเป็นหนอง?

นิกกี้ : “กี้ไม่เคยปล่อยลูกค้ากลับไปโดยมีปัญหา ถ้าน้องแถลงข่าวตามนี้มั้ยคะ ด้วยกล้องวงจรปิดไม่ใช่คำพูด”

 

ในมุมน้องเจ็บปวด แต่ในมุมกลับกัน คุณบอกว่าไม่ใช่ กลับไปปกติดี ตอนนั้นอาจไม่เกิดอาการ แต่พอกลับไปอาการที่เกิดขึ้น หนองขึ้นและมีไข้ เขาบอกว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่สักปาก ตรงนี้มองยังไง?

นิกกี้ : “น้องมีสิทธิ์คิดค่ะ เพราะน้องเพิ่งสักปากมา แต่น้องไม่มีสิทธิ์พิมพ์มาถามทำนองว่าถุงมือหรือตัวเราเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด หมายถึงแพรวนะคะ ไม่ใช่พี่สาว เรื่องนี้เซนซิทีฟสำหรับกี้มาก ถ้าน้องคุยดีๆ ว่าให้เข้ามาดูเขาหน่อย อยากให้เข้ามาดูเพื่อช่วยกันศึกษา กี้โอเค แต่สิ่งที่น้องพิมพ์มา ทุกสิ่งทุกอย่าง ด้วยคำพูดที่ว่าหนูเป็นอย่างนี้เพราะว่าสักปากร้านพี่”

 

ในมุมที่คุณบอกไปว่าถ้าเกี่ยวกับปากแล้วทำให้เป็นไข้หรือไม่สบาย พี่ดูแลให้?

นิกกี้ : “เอาตรงๆ กี้ไม่ได้พูดในฐานะเจ้าของกิจการ เราพูดในฐานะที่เราเป็นคนนิสัยแบบนี้”

 

เขามีใบรับรองแพทย์ว่าเชื้อติดที่ปาก?

นิกกี้ : “ตอนแรกกี้ยืนยันนะคะวันที่คุยกับพี่สาวคือวันที่ 25 ว่าเขียนแค่นั้นพอมีให้อยู่แล้ว กี้คิดว่าเขามาจากต่างประเทศไงเขาเลือกเรา เราก็ควรรับผิดชอบตรงนั้น แต่พอหลังจากคุยกับน้องแพรวาวันที่ 26 เข้ารพ.แล้ว กี้เปลี่ยนความคิดทันที เพราะสิ่งที่น้องแพรวาทำคือให้กี้ไปรับผิดชอบตรงนี้นะ กี้เข้ามาจ่าย เพราะเราไปสักร้านพี่แล้วเป็นแบบนี้ กี้ต้องรับผิดชอบ เราก็บอกว่างั้นเข้าใจตรงกันนะ พี่กี้เข้าไปไม่ใช่ว่าพี่กี้รับผิดนะว่าพี่กี้ทำให้หนูเป็นแบบนี้ กี้พูดกับน้องอย่างนี้ น้องต้องเข้าใจก่อนว่าพี่เข้าไปจ่ายเพราะมนุษยธรรมนะ พี่อยากช่วยหนู แต่น้องเขาไม่โอเค เขาบอกว่าสรุปเลยนะพี่ พี่จะไม่รับผิดชอบใช่มั้ย กี้ไม่สามารถเอาเงินตรงนี้ไปจ่ายและให้สังคมเข้าใจว่าปิดเรื่องดีกว่า”