หน้าแรก เกาะกระแสโซเชียล เลขาธิการนักว...

เลขาธิการนักวิชาการสาธารณสุขโพสต์ตัดพ้อปมวิชาชีพ ‘หมออนามัย’

11.09.18 | 18:33 น.

นายริซกี สาร๊ะ เลขาธิการนักวิชาการสาธารณสุข(ประเทศไทย) และเลขาธิการสมาพันธ์บุคลากรสาธารณสุขชายแดนใต้ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า

เดิมหมออนามัยทำงานบริการสาธารณสุข ดูแลสุขภาพประชาชนมาเป็นร้อยปีตั้งแต่มีสุขศาลา จนมาเป็นสถานีอนามัย และ รพ.สต.

ต่อมามีกฎหมายระบุให้ทำงานภายใต้ พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม 2529 หมวดที่ 5 มาตรา 26(4) ซึ่งระบุถึงบุคคลในสังกัดต่างๆ ที่ทำงานภายใต้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมฯตามที่รัฐมนตรีประกาศ

ทั้งนี้ในระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ปี 2535 ได้ระบุถึงบทบาทของหมออนามัยว่า สามารถรักษาพยาบาลเบื้องต้น ให้น้ำเกลือ ฉีดเซรุ่ม ฉีดวัคซีน ฉีดยาคุม ผ่าฝี ทำคลอด เจาะเลือด ปฐมพยาบาลสารพิษ ฯลฯ ภายใต้การดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม

แต่ปัจจุบันเรามี พ.ร.บ.วิชาชีพสาธารณสุขชุมชน 2556 ซึ่งกำหนดบทบาทที่ชัดเจนมากขึ้น ภายใต้กฎหมายที่ชัดเจนในการรองรับหมออนามัยและนักสาธารณสุขมากขึ้น โดยอ้างอิงบทบาทตาม พ.ร.บ.และระเบียบเดิมที่ปฏิบัติมานาน มาระบุในมาตรา 3 เพื่อความชัดเจนในการทำงานที่ถูกระเบียบตามกฎหมาย และคำนึงถึงประชาชนที่จะได้รับประโยชน์ จากการบริการที่มีคุณภาพมาตรฐานตามจรรยาบรรณวิชาชีพมากขึ้น

Advertisement

โดยใน พ.ร.บ.ในมาตรา 3(3) มีการใช้คำว่าบำบัดรักษาโรคเบื้องต้น แทนคำเดิมเพื่อความชัดเจนในวิชาชีพสาธารณสุขชุมชน โดยมีการควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพตามกฎหมายที่ชัดเจนและปฏิบัติได้จริง

เพราะในทางปฏิบัติจริงๆ วิชาชีพเวชกรรมเอง ก็ไม่มีเวลามาควบคุมการปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างแท้จริง

และในรายชื่อคณะกรรมการก็มีตัวแทนแพทยสภา สภาเภสัชกรรม สภาพยาบาล เข้ามาช่วยพิจารณาบทบาทของนักสาธารณสุขให้ชัดเจนมากขึ้นไม่ทับซ้อนวิชาชีพเดิมอยู่แล้ว

สอดคล้องกับที่นายไพศาล บางชวด เคยกล่าวตอนขับเคลื่อน พ.ร.บ.วิชาชีพสาธารณสุขชุมชนจนผ่าน ในปี 2556 ว่า (ภาพที่ 7-8) โดยนิตินัย หมออนามัยทำงานภายใต้ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข 2539 ภายใต้การควบคุมของวิชาชีพเวชกรรมมานาน ทั้งการรักษาพยาบาล การผ่าฝี ทำคลอด ฉีดวัคซีน ฉีดยาคุม เจาะเลือด ฯลฯ จะเห็นได้ว่าโดยข้อเท็จจริง หมออนามัยทำหน้าที่นี้มานานแล้ว

การมี พ.ร.บ.วิชาชีพคือการให้การรับรองการปฏิบัติงานที่ถูกระเบียบ ถูกกฎหมาย และประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดครับ

เพราะฉะนั้นการที่ภาคีเครือข่ายวิชาชีพ นำโดยนายกสภาพยาบาล รวมทั้ง สบส.ทักท้วง ประเด็นอนุบัญญัติเกี่ยวกับการบำบัดโรคเบื้องต้นทั้ง 4 ฉบับ ว่าก้าวล่วงจึงไม่ถูกต้อง เพราะเป็นการร่างกฎหมายโดยอ้างอิงกฎหมายเดิมและบทบาทหน้าที่เดิมที่ทำมานานเป็นร้อยปีแล้ว และประเด็นบำบัดโรคเบื้องต้นก็ผ่าน 2 สภาจนเป็น พ.ร.บ.ออกมาชัดเจนแล้ว

นอกจากนี้ การทักท้วงควรจะชี้ชัดเจตนารมณ์ ว่าต้องการจะให้ปรับแก้อย่างไร หรือมีขอบเขตการปฏิบัติงานอย่างไร มากกว่าการทักท้วงกฎหมายอนุบัญญัติทั้งฉบับโดยไม่มีรายละเอียดว่าก้าวล่วงอย่างไร ทำให้หมออนามัยเกิดความลำบากใจในการทำงานมากขึ้น แทนที่จะปฏิบัติงานบริการประชาชนได้อย่างสบายใจ

ในระดับพื้นที่ นักสาธารณสุขและพยาบาลใน รพ.สต.ทำงานแทนกัน เคียงคู่กัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่ขัดแย้งกัน เพื่อบริการประชาชนในถิ่นกันดาร

แต่เหตุใดตัวแทนหรือแกนนำบางวิชาชีพ จึงได้ขัดขวางกฎหมาย ซึ่งจะทำให้นักสาธารณสุขมีตัวตน มีพื้นที่ยืนที่ชัดเจน หรือมีกฎหมายรองรับเสียที อีกทั้งเป็นการขัดขวางประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพมาตรฐานจากผู้ประกอบวิชาชีพสาธารณสุขชุมชนที่มีการควบคุมกำกับจากสภาการสาธารณสุขชุมชนอย่างชัดเจนตามกฎหมายด้วย