เป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก Sivakorn Sungvornyothin ได้โพสต์ภาพเเละข้อความระบุใจความว่า
เมื่อผมเกือบโดนรถชนบนทางม้าลายที่มีสัญญาณไฟแดง เรื่องของเรื่องคือเมื่อวานตอนสองทุ่มนิดๆ ที่ถนนประชาอุทิศ ใกล้ ม.บางมด ผมจะข้ามถนนด้วยทางม้าลาย “ที่มีสัญญาณไฟจราจร”
ระหว่างรอเวลาก็มีคนมายืนรอด้วยรวมๆ ทั้งสองฝั่งราว 5-10 คนได้ พอสัญญาณสำหรับรถวิ่งเป็นไฟเหลือง รถก็ไม่หยุดวิ่ง พอสัญญาณสำหรับรถวิ่งเป็นไฟแดง และของคนเป็นไฟเขียว ต่างคนก็เดินข้าม
จังหวะที่เราเดินอยู่บนเลนถนนเลนแรก (เลนที่ติดกับทางเท้า) ก็มีรถคันนึง (ถ้าจำไม่ผิด เป็นแท็กซี่) ไม่หยุดให้ยังขับต่อไป พร้อมทำมือคล้ายจะสื่อสารว่าขอโทษ
เลนแรกก็ว่าแย่แล้ว เลนสองก็ยังเจออีก แท็กซี่อีกคันนึง ขับมาอย่างทำเป็นไม่เห็นเลยว่าตรงนี้มีไฟแดง ขับเข้ามาพุ่งมาทางเรา และเบรกรถกะทันหันไม่ให้ชนคน พร้อมทำหน้าตางงๆ ประหนึ่งกำลังคิดอยู่ว่า “จู่ๆ คนมาจากไหน??”
ณจุดนั้นคือ รถแท็กซี่คันนั้น จอดเกินเส้นขาวมาเยอะพอสมควร ไม่แน่ใจว่าทับทางม้าลายรึยัง แต่แท็กซี่คันนั้น ห่างจากตัวเราไม่ถึงเมตรเท่านั้น !! น่ากลัวมาก
มันก็จริง ที่คนข้ามก็ต้องรักชีวิตตัวเอง มองซ้ายมองขวาก่อนข้าม อย่าไปไว้ใจไฟเขียวไฟแดงมากนัก แต่คนขับก็ต้องเคารพกฎจราจรหรือเปล่า หรือว่าสัญญาณไฟที่เขาสอนมาไม่รวมสัญญาณของทางม้าลาย ??
ผมจะไม่โทรแจ้งตำรวจนะ เพราะครั้งที่แล้ว ก็เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ที่ทางม้าลายแบบมีสัญญาณไฟเหมือนกัน รู้สึกไม่โอเค ก็เลยโทรหา สน.ราษฎร์บูรณะ รู้สึกอึ้งมาก กับการให้คำแนะนำของตำรวจที่รับสาย ตำรวจบอกว่า
“เป็นเหตุซึ่งหน้า ถ้าจะเอาหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจาก กทม. ก็วุ่นวาย อย่าไปเอาผิดเขาเลย คนไทยขับรถก็แบบนี้แหละ ต้องระวังเอง เอาธรรมะเข้าสู้ อโหสิกรรมให้เขา”
ประโยคแรกยังพอเข้าใจ ที่บอกว่าวุ่นวาย ต้องขอหลักฐาน แต่ประโยคหลังคืออะไร ครั้งนี้ผมขอเปลี่ยนที่ร้องเรียนจากสายโทรศัพท์ เป็นทางเฟซบุ๊กนะครับ รู้สึกว่าเรื่องอะไรที่บูมบนโลกโซเชียล ราชการจะรีบเข้ามาจัดการให้ตลอด
ทั้งนี้ภายหลังการเผยเเพร่เรื่องราวดังกล่าวมีผู้เข้ามาแสดงความเห็นเเละเเชร์ต่อจำนวนมาก

