จากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ (ฉบับที่…) พ.ศ. … หลังจากทบทวนป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ปี 2557 ยังไม่ปรากฏบทบัญญัติ ต้องให้เจ้าของสัตว์นำสัตว์ไปขึ้นทะเบียน ยากต่อการควบคุม และก่อให้เกิดการปล่อยปละละเลย ทำให้เกิดปัญหา ดังนั้น เพื่อคุ้มครองดูแลสัตว์ เพื่อดูแลสัตว์เลี้ยง เจ้าของต้องดูแลสัตว์ไม่ปล่อยให้ก่อความรำคาญต่อผู้อื่น จึงต้องนำไปขึ้นทะเบียน โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้คือ ค่าคำร้องขอขึ้นทะเบียน ฉบับละ 50 บาท ค่าสมุดประจำตัวสัตว์ 100 บาท ค่าเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ ตัวละ 300 บาท หากเจ้าของไม่ดำเนินการตามกฏหมาย เมื่อมีผลบังคับใช้ เจ้าพนักงานท้องถิ่นของรัฐ มีอำนาจเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 25,000 บาท และรายได้จากการเปรียบเทียบปรับจะเป็นรายได้ของท้องถิ่น โดยพนักงานท้องถิ่นต้องดำเนินการร่างระเบียบปฏิบัติ หรือเน้นสุนัขและแมว เพื่อจัดการปัญหาทอดทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะ
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม มีรายงานว่า ล่าสุดเพจ watchdog Thailand โพสต์แสดงความเห็น ระบุว่า การจัดระเบียบและขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่ดี แต่จะดีมากยิ่งขึ้นถ้าทำทุกอย่างให้ถูกต้องเหมาะสมและตรงประเด็นของสังคมไทย ดูว่าปัญหาปัจจุบันปัญหาหมาจรจัดเกิดจากอะไร คนในสังคมพยายามแก้ไขอย่างไร กฎหมายและหน่วยงานของรัฐช่วยดูแลประคับประคองการแก้ปัญหาของคนในสังคมได้มากน้อยและตรงประเด็นหรือไม่
“วันนี้จะพูดสองข้อก่อน มองให้เห็น และเรียนรู้ เพื่อรู้จักสังคมของตัวเองให้ดี…หรือยัง สังคมบ้านเรายังเป็นสังคมของการกลัวความรับผิดชอบ มีเมตตา แต่สติจะใช้ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยมี ออกกฎหมายเก็บตังค์เจ้าของสัตว์ ก็ต้องมีการละเว้นคนให้ข้าวหมาจรด้วยนะ เพราะคนให้ข้าวหมาจร ไม่ใช่เจ้าของสัตว์ ! หมาจรก็ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของใคร เป็นเพียงหนึ่งชีวิตที่ถูกทอดทิ้งเท่านั้น ! หมาจรจึงต้องได้รับการยกเว้นการเก็บตังค์ และเป็นหน้าที่ของรัฐ ที่จะต้องเข้าช่วยเหลือดูแลเพราะหมาจรเป็นปัญหาของสังคม เป็นปัญหาของคนทุกคน คนที่ให้ข้าวหมาจร คือคนที่ช่วยเหลือทำงานแทนรัฐนั่นเอง !
ตอนนี้ไปแก้ปัญหาความเข้าใจผิดๆ ของบรรดาเทศบาลต่างๆ ให้ได้ก่อน กับพวกปักป้ายให้ข้าวหมาแมวจรแล้วบอกว่าผิดกฎหมาย จะถูกปรับ ย้ำอีกที…ไม่มีกฎหมายห้ามให้ข้าวหมาจร เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ก็ไม่ผิด !
“ดูว่ากฎหมายและหน่วยงานของรัฐช่วยดูแลประคับประคองการแก้ปัญหาของคนในสังคมได้แค่ไหน ข้อนี้เกี่ยวกับการออกเทศบัญญัติของเทศบาลที่จะทำหน้าที่ดูแลการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงของท้องถิ่น ข้อบัญญัติของเทศบาลที่เห่อและแห่กันออกมา… เมื่อใช้ย้อนหลังไม่ได้ ก็อย่าไปกดขี่บังคับให้คนที่เลี้ยงสัตว์นานแล้ว ต้องเอาสัตว์เลี้ยงที่เขาเลี้ยงเหมือนลูกเหมือนคนในครอบครัวไปปล่อย ไปทิ้ง ไปให้ หรือบังคับให้เอาไปไว้ในสถานพักพิง มิฉะนั้นจะถูกปรับจะถูกดำเนินคดี โดยนำกฎหมายข้อบังคับของสาธารณสุขมาใช้
กฎหมายหรือข้อบัญญัติจะออกมาบังคับใช้ ต้องดูสภาพสังคมว่ามีความพร้อมแค่ไหน เจตนารมณ์ของกฎหมายหรือการออกข้อบัญญัติเพื่อควบคุมการเลี้ยงสัตว์นั้นเข้าใจได้ เพราะเป็นเจตนาป้องกันไม่ให้คนปล่อยละทิ้งสัตว์ จนเกิดเป็นปัญหาจรจัด แต่เมื่อสร้างเจตนารมณ์ของกฎหมายได้ ก็ต้องรู้จักสร้างสำนึกรับผิดชอบของประชาชนด้วย
มีประชาชนที่มีเมตตาต่อสัตว์มากมายทั่วประเทศ ล้วนอยากช่วยเหลือ อยากเห็นสัตว์มีสิทธิสภาพที่ดีกันทุกคน แต่ทุกคน ไม่ได้มีความพร้อมที่จะเลี้ยง จะรักและดูแลทุกคน สถานพักพิงของรัฐที่โฆษณาว่า เลี้ยงไม่ได้ให้รัฐเลี้ยง ยังถูกเรียกว่านรกอยู่เลย แล้วจะให้ประชาชนไว้วางใจได้อย่างไรว่า หมาเจ็บแมวป่วยที่ตนเองเก็บมารักษา แต่ไม่มีที่จะไปนั้น…จะได้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีในสถานพักพิงของรัฐ ! พอก่อน คราวหน้า จะพูดเรื่อง ค่ารักษาพยาบาลที่แพงมหาโหด แพงแสนสาหัส ชนิดที่ว่าไม่รู้ว่ามันเป็นธุรกิจหรือความเมตตากันแน่ในวงการสัตวแพทย์

