เป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราว โดยระบุว่า
จากเหตุการณ์ ที่น.ส.ช่อลัดดา ซึ่งเชื่อว่าถูกนายคำตัน สามีเอาน้ำกรดสาดที่ใบหน้าเพราะความหึงหวง แล้วได้หลบหนีไป นส.ช่อลัดดา ต้องกัดฟันทนพิษบาดแผลประคองตัวเองให้น้องเต ลูกสาว วัยเพียง 12 ปี พามา ร.พ.แห่งหนึ่ง แต่แท็กซี่เห็นว่าอาการหนักจึงปรารถนาดีนำส่ง ร.พ.เอกชนเเห่งหนึ่งที่ใกล้ที่สุดเเทน แต่กลับถูก รพ.เอกชน ปฏิเสธการรักษา โดยผลักไสผู้ป่วยให้ขึ้นแท็กซี่ไปรักษาตัวที่ ร.พ.อื่นทั้งๆที่ผู้ป่วยยังไม่ได้อยู่ในอาการที่ปลอดภัย พ้นขีดอันตราย และผลสุดท้ายคือ น.ส.ช่อลัดดาทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในระหว่างทาง
ทางชมรมฯ ได้รับให้การช่วยเหลือในคดีนี้ โดยในวันพรุ่งนี้ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จะนำครอบครัวและศพของนางช่อลัดดา หญิงที่ถูกสามีสาดน้ำกรด แต่รพ.เอกชน ปฎิเสธการรักษา จนทำให้นางช่อลัดดาเสียชีวิตในรถแท๊กซี่ในระหว่างทางไปรักษาโรงพยาบาลอื่น ไปที่หน้าโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว โดยต้องการให้ทางโรงพยาบาล ออกมาแสดงความรับผิดชอบ


