แพทย์ทีมชาติฯวิเคราะห์ ไทยตกรอบ ‘ซูซูกิคัพ’ ชี้เล่นไม่เป็นทรง-ไม่เป็นทีม แนะกล้าเปลี่ยน

“อนาคตใหม่” วิเคราะห์เหตุ​ “ทีมชาติไทย” ตกรอบ “ซูซูกิคัพ” ชี้​เล่นไม่มีทรง-รูปแบบเก่า-ไม่ทันฟุตบอลสมัยใหม่​ ย้ำ​ให้กำลังใจนักเตะ​ แนะ​กล้าเปลี่ยนแปลง​ ก่อนถูกแซง-เป็นผู้แพ้ตลอดเวลา

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ​ นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ แพทย์ประจำทีมฟุตบอลทีมชาติไทยและสโมสร สิงห์เชียงรายยูไนเต็ด สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ผู้ลงไพรมารีโหวตเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 เชียงราย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีทีมชาติไทยตกรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018​ (AFF Suzuki Cup) ตอนหนึ่งว่า​ นอกจากผลแพ้-ชนะแล้ว รูปแบบการเล่นเป็นสิ่งที่เราต้องมาพูดถึง ในช่วงฟุตบอลโลกที่ผ่านมา ได้เขียนบทความเกี่ยวกับฟุตบอลสมัยใหม่ที่มีการบีบพื้นที่เร็วเพื่อแย่งบอลมาได้แล้วเปลี่ยนจากรับเป็นรุกอย่างรวดเร็ว ซึ่งเราได้เห็นอย่างชัดเจนในฟุตบอลระดับสโมสรยุโรปที่ทีมกลุ่มนำในลีกเหล่านั้นเลือกใช้แนวทางนี้ การจะเล่นลักษณะนี้ได้นั้น นักฟุตบอลจะต้องมีสภาพร่างกายที่ได้รับการเตรียมพร้อมมาอย่างดี มีความเข้าใจเกมและการเคลื่อนไหวเป็นทีม ร่วมกับการจ่ายบอล ส่งบอลที่รวดเร็ว ใช้จังหวะไม่มาก

“จากที่มีโอกาสร่วมทีม ในฐานะแพทย์ประจำทีมของทีมชาติ ชุดอายุไม่เกิน 19 ปี 21 ปี และ 23 ปี ลงแข่งขันกับทีมในอาเซียนด้วยกันหลายครั้งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ต้องบอกว่า เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย เป็นทีมที่วางรากฐานวิธีการเล่นของทีมชาติ ตามแนวทางฟุตบอลสมัยใหม่มาอย่างต่อเนื่อง และเริ่มผลิดอกออกผลให้เห็นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเวียดนาม ที่เริ่มผ่านเข้ารอบลึกๆ ของทัวร์นาเม้นต์ระดับเอเชียได้ เมื่อมองย้อนกลับมาที่ฟุตบอลไทย ฟุตบอลไทยลีกที่เราภูมิใจในมาตรฐานกันนั้น ต้องบอกว่าไม่ได้ช่วยสร้างให้ทีมชาติแข็งแกร่งขึ้นเลย เราเล่นกันช้าเกินไป ในฟุตบอลสมัยใหม่ รูปแบบการเล่นส่วนใหญ่คือ โยนๆไปให้กองหน้าต่างชาติ หาทางยิงกันเอง นักเตะรุ่นใหม่ถูกดองในทีมใหญ่ๆ ไม่ได้โอกาสแสดงฝีเท้า” นพ.เอกภพกล่าว


นพ.เอกภพระบุอีกว่า​ จากเกมเมื่อวานและเกมที่ผ่านๆ มา เมื่อเราต้องลงแข่งขันกับทีมระดับที่ไม่ห่างกันมาก จะเห็นได้ว่า ทีมของเราเล่นฟุตบอลไม่เป็นทรง เล่นไม่เป็นทีม พยายามอยากจะยิงประตูให้ได้ โดยไม่มีวิธีการเล่นเลย เหมือนวิ่งกันมั่วไปหมด ถ้าเล่นแบบนี้กับทีมระดับโลกหรือแม้ระดับเอเชีย เรามีโอกาสจะโดนสวนกลับแล้วยิงเพิ่มอีกหลายลูก อย่างไรก็ตาม​ เมื่อฟุตบอลแพ้ สิ่งสำคัญคือกำลังใจและการแสดงออกให้นักฟุตบอลรู้ว่า พวกเรายังสนับสนุน แต่ในรายการต่อๆ ไป เราก็หวังจะได้เห็นพัฒนาการของทีมเช่นกัน

“ฟุตบอลก็เหมือนเศรษฐกิจ สังคม ที่มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไม่อยู่นิ่ง ถ้าหากเราไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ยังยึดแนวทางเดิมๆ เราจะถูกแซงหน้าและเป็นผู้พ่ายแพ้อยู่ตลอด กล้าก้าวออกมาเปลี่ยนแปลงกันเถอะเลือกแบบเดิมได้เหมือนเดิม” นพ.เอกภพกล่าว

บทความก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯหนองคายรุดตรวจลานริมโขงแตกร้าว เสา-คานหักหลายต้น
บทความถัดไป“บิ๊กโจ๊ก”สั่งดูแลนทท.เข้ม ล้อมคอกคดีขืนใจแหม่มกีวี โวสถานทูตฯพอใจจับผู้ต้องหาไว