ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกันและทำร้ายร่างกาย นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ อายุ 36 ปี ชายพิการขาลีบ อาชีพส่งขนมปัง จนเสียชีวิต ซึ่งกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะประเด็นที่ 1 ในผู้ต้องหา เป็นลูกตำรวจในพื้นที่ ทำให้ในสังคมออนไลน์เกิดความคลางแคลงใจและจับตาการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในคดีนี้
จากกรณีที่คำว่า “ลูกตำรวจ” “บารมีลูกตำรวจ” ในกรณีนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ตำรวจนายหนึ่ง ในชื่อในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า Pae Sippanon ได้โพสต์ข้อความ แสดงความคิดเห็นส่วนตัวถึงเรื่องนี้ โดยมีผู้อ่านแสดงความเห็นและแชร์โพสต์นี้ออกไปหลายพันครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มข้าราชการตำรวจที่ยกให้โพสต์นี้คือความในใจของตำรวจส่วนใหญ่
มติชนออนไลน์ คัดลอกโพสต์ดังกล่าวที่เป็นความคิดเห็น ความในใจของนายตำรวจคนหนึ่งต่อกรณีนี้ เมื่อตำรวจถูกตั้งคำถามถึง “บารมีลูกตำรวจกับการอำนวยความยุติธรรม” ดังนี้

“บารมีลูกตำรวจ…???”
“ตอนแรกก็ว่าจะไม่ออกความคิดเห็น แต่ผมเห็นสื่อเล่นประเด็นลูกตำรวจ ขยี้จนเละ จนไม่ทราบว่าเพื่อความสะใจหรือต้องการอะไร จนมาเจอคำว่า “บารมีลูกตำรวจ” ผมเลยยิ่งงงไปใหญ่เลย ว่าที่แท้จริงต้องการอะไรกันแน่ แต่ข้อเท็จจริงเท่าที่ผมจะพอสรุปได้แบบคนวงนอก เสพสื่อแบบเท่าๆ กับทุกคน มีตามนี้”
1.ความเป็นลูกตำรวจ ไม่ได้เป็น “บารมี” หรือไม่ได้ช่วยอะไรตัวพวกผู้ต้องหาเลยนะ แถมทำให้ตามตัวง่าย โดนจับเร็วขึ้นด้วยซ้ำ หลังเกิดเหตุโดนจับแทบจะทันทีเลย แจ้งข้อหา วันรุ่งขึ้นฝากขังชั่วคราวที่ศาล ตำรวจคัดค้านการประกันตัว คือนอกจากคนเป็นพ่อจะช่วยเหลืออะไรไม่ได้แล้ว ยังถูกคนประณาม อับอายขายขี้หน้า เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลอีก
2.อย่าว่าแต่ลูกตำรวจเลย มันไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมาจากไหนเลยนะ เพราะแม้แต่ตัวตำรวจเอง หรือพ่อแม่ตำรวจ ถ้าพลาดทำผิดก็หาคนช่วยลำบาก รอดยาก ยุคสมัยนี้แล้วไม่มีใครอยากหาเรื่องใส่ตัวเองหรอก ยิ่งคดีที่ชัดเจนด้วยหลักฐานขนาดนี้ ต่อให้เป็นลูกประธานาธิบดี ก็คงจะทำอะไรไม่ได้ ทุกอย่างมันต้องมีคำตอบให้สังคมได้
3.ตำรวจก็คน มีหัวใจ เจ็บได้ ร้องไห้เป็น ตำรวจทุกคนต้องติดตามเสพสื่อ Social เหมือนทุกคน ไม่มีตำรวจคนไหนเค้ารับได้กับสิ่งที่พวกมันทำหรอกนะ เค้าสลดหดหู่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกัน ยิ่งภาพที่เห็นลูกชาย 2 คนของพี่สมเกียรติ ยืนร้องไห้หน้าโลงศพของพ่อ ในฐานะตำรวจที่เป็นพ่อคนเห็นแล้วก็สะเทือนใจนะ แต่มันต่างกันตรงที่ทุกคนเสพสื่อแล้วแสดงความคิดเห็นอยู่หน้าคอม แต่ตำรวจเสพสื่อแล้วมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบไปตามจับมันมาลงโทษ
4.คนที่เป็นตำรวจเองก็อยากเห็นคนทำผิดถูกลงโทษหนักๆ นะ ติดคุกให้นานๆ หน่อย มันเจ็บปวดนะเวลาเห็นคนที่เราจับกะมือ แล้วเสือกสู้คดีหลุดออกมาได้ ทั้งที่รู้อยู่ว่ามันเหี้ย มันผิด แต่หลักฐานไม่ถึง พยานไม่ชัด หรือมันใช้ช่องว่างของกฎหมายดิ้นจนหลุดออกมา คนจับได้แต่มองตาปริบๆ เวลาเห็นมันเดินทำหน้ากวนตีนใส่ โคตรเจ็บปวดเลยนะ ยิ่งกว่าถูกแฟนทิ้งอีก
5.ที่กลัวว่าเรื่องเงียบ… เงียบ… เงียบ… มันไม่ได้เงียบหรอก เพียงแต่สื่อไม่ได้ตามเล่นประเด็นนี้แล้ว คดีมันก็เดินไปตามสเต็ปของมัน ไม่ใช่เป็นข่าวจับตัวส่งฝากขัง ทำสำนวนส่งฟ้องอัยการ พออาทิตย์นึงข่าวเลิกเล่นแล้วไปไขกุญแจห้องขังให้มันออกมาเดินเล่นข้างนอกสบายใจ เลิกแล้วต่อกัน มันทำแบบนั้นได้รึป่าว… ถ้าไม่อยากให้รู้สึกเงียบสื่อต้องทำหน้าที่ นำเสนอทุกขั้นตอนดิ เกาะติดเลย ว้นนี้ส่งฟ้องแล้วนะ ศาลประทับรับฟ้องแล้วนะ ศาลนัดพิจารณาตรวจพยานหลักฐาน นัดพิพากษาวันไหน เวลาเท่าไหร่ ไปตามมารายงานให้ครบ บางคดีใช้เวลาหลายปีกว่าจะจบ คนที่เคยโดนมากะตัวจะรู้ เห็นที่มีหน่อยก็คดีที่เคยดัง นานจนคนลืมไปละ พอถึงวันที่ศาลพิพากษาลงโทษก็เอาข่าวมาเล่นนิดนึง อย่าให้คำพูดว่า “เรื่องเงียบ” มันเป็น “เรื่องง่าย” เพราะมันมีขั้นตอนของมัน
6.พี่ตำรวจที่เข้ามาระงับเหตุในตอนแรก เค้าเป็นตำรวจสันติบาล ผ่านมาประสบเหตุตรงหน้า เค้าไม่รู้จักหรอกว่าใครเป็นใคร ถึงชักปืนออกมาคุมเชิงไว้ก่อน มันเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า ชุลมุน มั่วไปหมด ไม่รู้ใครเป็นใคร ใครผิดใครถูก ไม่ได้มีเวลามาสอบปากคำหรือเปิดดูคลิป สิ่งที่ทำได้คือระงับเหตุแยกคู่กรณีออกจากกันก่อน แล้วมันมีคนเจ็บเลือดตกยางออก ก็ต้องนำส่ง รพ.หรือให้ไป รพ.อันดับแรก จะให้โดดล็อกคอทุ่มลงพื้นใส่กุญแจมือเลยคงไม่ใช่ เข้าใจประเด็นนี้ด้วย
7.คนมันจะระยำ พ่อแม่ทำอาชีพอะไรก็มันก็ระยำได้ โดยไม่สนใจอาชีพพ่อแม่มันหรอก คนจะดีมันดีได้ด้วยตัวเอง ด้วยการอบรมสั่งสอนเลี้ยงดู แต่คนมันจะเลว มันเลวด้วยตัวมันเองไม่รักดี เพื่อนไม่ดี เพราะไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกตัวเองเลวหรอก แล้วลูกตำรวจที่เรียนจบดอกเตอร์ ไปแข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิก เป็นนักกีฬาทีมชาติ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ เรียนเก่ง เป็นหมอ เป็นทหาร ตำรวจ ครู เป็นวิศวกรมีเยอะแยะ ถ้าจะพาดหัวข่าวเวลาลูกตำรวจทำระยำ ถ้ามีลูกตำรวจไปสร้างชื่อเสียง ก็พาดหัวข่าวชมพ่อแม่เค้าด้วย ยกตัวอย่างเช่น “ลูกตำรวจสร้างชื่อเสียงกระหึ่ม… คว้าเหรียญทอง…” ไม่ใช่จ้องแต่จะทำลายชื่อเสียงองค์กรเค้า ลูกทำดีไม่พูดถึง แต่ลูกทำเลวกูจะประจานให้จมดิน พวกวัยรุ่นอันธพาลก่อปัญหาสังคมมันมีเยอะแยะทุกวันนี้ ประกอบไปด้วยลูกคนหลากหลายอาชีพ ผมรู้จากข่าวว่า 4 ใน 6 เป็นลูกตำรวจ แต่ผมไม่รู้เลยว่าอีก 2 คนพ่อแม่เค้าประกอบอาชีพอะไรเลย นี่ถ้าผู้ก่อเหตุไม่ใช่ลูกตำรวจ สื่อจะเล่นข่าวอะไรดี… แก๊งลูกแม่ค้าขายอาหารตามสั่งโหด… แบบนี้หรอครับ???
อย่าลืมว่า…
– ลูกตำรวจ ไม่สามารถจับคนร้ายได้
– ลูกทหาร ก็ไม่สามารถขับรถถังหรือยิงปืนใหญ่เป็น หรือรบป้องกันประเทศได้
– ลูกหมอ ผ่าตัดรักษารักคนไข้ไม่เป็น
– ลูกวิศวกร คำนวนโครงสร้างตึกไม่ได้…
มันเป็นเรื่องของตัวบุคคล ตัวผมเองเป็นตำรวจ แต่อ่านข่าวแล้วยังรู้สึกว่า “ลูกตำรวจ” นี่ยิ่งใหญ่คับฟ้ามาจากไหน เป็นลูกเทวดามาจุติรึป่าว แล้วแตะต้องไม่ได้ใช่มั้ย ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้น แต่ประเด็นที่สื่อควรนำเสนอมากกว่าคือขั้นตอนการดำเนินการต่อไป พยานหลักฐาน การช่วยเหลือครอบครัวของพี่สมเกียรติ ที่แม่ของพี่เค้าและลูกอีกสองคนต้องขาดเสาหลักของครอบครัวไป ผมเชื่อว่าในเรื่องของคดี พี่สมเกียรติจะได้รับความเป็นธรรมเพราะพยานหลักฐานมันปรากฏชัด และสังคมให้ความสนใจ ผู้บังคับบัญชาลงมาเล่นเอง แต่สื่ออย่าลืมให้ความเป็นธรรมกับความรู้สึกของลูกตำรวจคนอื่นๆ ที่เค้าไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ในขณะที่ลูกคนอื่นที่พ่อแม่ประกอบอาชีพอื่นไม่เคยโดนโจมตี หรือยกเอามาเล่นเป็นประเด็นขนาดนี้ ถ้าอยากช่วยจรรโลงสังคม คนผิดต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมาย ผู้เสียชีวิตต้องได้รับการช่วยเหลือเยียวยา และคนที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ควรจะโดนพาดพิง!!!” โพสต์ของนายตำรวจหนุ่ม จากเฟซบุ๊ก Pae Sippanon

