หน้าแรก เกาะกระแสโซเชียล คุณแม่แชร์ประ...

คุณแม่แชร์ประสบการณ์สะเทือนใจ ฝากลูกไว้เนิร์สเซอรี่ โดนทำร้าย ร.ร.ปกป้องคนผิด

25.05.16 | 11:59 น.
ภาพจากเฟซบุ๊ก ปุ๊กลุ๊ค ปั้นแป้งจี่ ไปทำเส้นบะหมี่

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บเพจชื่อดัง YouLike(คลิปเด็ด) โพสต์ข้อความของผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ปุ๊กลุ๊ค ปั้นแป้งจี่ ไปทำเส้นบะหมี่” ระบุว่า แชร์ประสบการณ์เอาลูกฝากเนิร์สเซอรี่ แล้วลูกโดนทำร้าย ซ้ำร้ายเจ้าของโรงเรียนปกป้องคนผิด แม่ปุ๊กเอาลูกสาว ไปฝากเลี้ยงไว้ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งที่มีการรับฝากเลี้ยงเด็กเนิร์สเซอรี่ โดยน้องตอนนี้น้องอายุ 1.8 ปี ซึ่งน้องอยู่ที่เนิร์สเซอรี่แห่งนี้มาแปดเดือนแล้วค่ะ ทุกวันก็ปกติดีไปรับ ไปส่งลูก จนกระทั่งวันจันทร์ 16 พ.ค 2559 แม่ปุ๊กไปรับน้องตอนเย็น น้องวิ่งหนีครูออกมากอดแม่ตอนนั้นประตูที่กั้นเด็กเปิดอยู่ เพราะมีผู้ปกครองเด็ก มารับเด็กคนอื่นก่อนหน้าน้อง แม่กุ๊กเห็นต้นแขนด้านซ้ายของน้องมีรอยริ้วๆสีแดง เลยถามครูที่ดูแลน้องซึ่งเป็นครูที่ดูแลเด็กชั้นเนิร์สเซอรี่

แม่ : ครู…คะแขนน้องเป็นรอยแดงๆไปโดนอะมาคะ
ครู: ครู…ว่าน่าจะเป็นรอยจากสายสะพายเป้ครูดที่แขนน้องมั้งคะ เดี๋ยวครู…จะบอกพี่เลี้ยงไม่ให้น้องสะพายกระเป๋านะคะ
วันอังคารที่ 17 พ.ค 2559 แม่ปุ๊กไปส่ง และไปรับน้อง ตอน 17.15 ตามเวลาปกติ วันนี้รอยเกิดขึ้นอีกแต่คราวนี้เกิดขึ้นที่ต้นแขนด้านซ้าย น้องมีรอยริ้วแดงๆขึ้นทั้งสองข้าง แต่แม่ปุ๊กก็ไม่ได้เอะใจอะไร (เป็นแม่ที่โง่มากๆ ลูกโดนทำร้ายยังไม่รู้เรื่อง บวกกับน้องยังพูดยังบอกไม่ได้)
วันพุธที่ 18 พ.ค 2559 แม่รับส่งและไปรับน้องตามปกติคราวนี้คุณแม่รับน้องไม่ได้เพราะคุณครูที่ดูชั้นเนิร์สฯแจ้งว่าน้องเกิดเรื่อง
ครู : คุณแม่น้องเกิดเรื่องนิดนึงนะคะ เดี๋ยวรอให้ครูพยาบาลมาแจ้งนะคะ
แม่ : น้องเป็นอะไรมากไหมคะ ทำไมต้องรอครูพยาบาล มีอะไรหรือคะ
ครู : ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ
แม่ : ถ้าไม่มีอะไรก็ต้องรับน้องได้แล้วสิ

ขณะนั้นคุณครูคนอื่นๆและพี่เลี้ยงรุมอยู่ที่น้อง พร้อมกับเจ้าของโรงเรียนเดินมาดู แม่ปุ๊กกับพ่อของน้องยืนรออยู่ที่หน้าห้องทานข้าว จนกระทั้งทางโรงเรียนให้เรา(ดิฉันและสามี)เข้าไปดูน้อง คราวนี้แขนของน้องมีรอยแดงที่ต้นแขนข้างซ้ายอย่างชัดเจน
แม่ : เกิดอะไรขึ้น (แม่ถามครูพยาบาล)
ครูพยาบาล : น้องมีรอยที่แขนค่ะ คาดว่าจะมีเลือดออกที่บริเวณใต้ผิวหนังค่ะ คุณแม่น้องเคยมีประวัติเกล็ดเลือดต่ำไหมคะ
แม่ : ไม่มีนะคะ เพราะเมื่อวันที่ 10 พ.ค ต้องเพิ่งจะตรวจเลือดมาเพราะไม่สบายผลเกล็ดเลือดก็ปกตินะคะ
ครูพยาบาล : คุณแม่ พาน้องไปหาหมอเถอะค่ะ ไปตรวจว่าน้องเป็นอะไร แล้วสองหรือสามวันนี้มีการจับหรือจูงน้อง หรือน้องไปนอนทับอะไรที่มันแข็งๆเป็นเวลานานๆไหมคะ
แม่ : ไม่มีนะคะ เพราะเวลาจูงน้องจะจับน้องที่ข้อมือน้องไม่เคยจับที่ต้นแขนเลยค่ะ
ครูพยาบาล : น้องใส่ชุดนอนแบบไหนคะแขนสั้นหรือเปล่าถ้าน้องนอนท่าเดิมนานๆอาจทำให้เกิดรอยแบบนี้ได้ค่ะ
แม่ : น้องใส่ชุดนอนแบบชุดหมีแขนยาวค่ะ ชุดแขนสั้นไม่มีเลย
ครูพยาบาล : พาต้องหาหมอค่ะคุณแม่จะได้รู้ว่าน้องเป็นอะไร แต่ทางโรงเรียนเวลาจับหรือจูงน้องจะจับที่ต้นแขนเพื่อป้องกันการสะบัดมือของเด็กกันข้อมือหลุดค่ะ (พร้อมกับทำท่ากับจับที่ต้นแขนของน้องให้ดู)

แม่ปุ๊กและสามีพาน้องมาตรวจที่ โรงพยาบาลเพื่อตรวจเกล็ดเลือดและดูรอยช้ำที่แขน ผลเกล็ดเลือดต้องปกติ และคุณหมอลงความเห็นว่าเกิดจากการกระแทกหรือการบีบอย่างแรงจนทำให้เส้นเลือดฝอยให้ผิวหนังแตกจนเกิดรอยแดง และมีรอยช้ำ พ่อของน้องโทรหาลูกสาวเจ้าของโรงเรียนซึ่งเป็นคนดูแลโรงเรียน ตามที่คุณหมอแจ้งอาการ และบอกว่าเราจะขอลงบันทึกประจำวันเพื่อเป็นหลักฐาน วันรุ่งขึ้นวันพฤหัสที่ 19 พ.ค. แม่ปุ๊กเเละสามีไปที่โรงเรียนเวลาประมาณเที่ยงเพื่อพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

โดยเจ้าของโรงเรียนแจ้งว่าได้ให้พี่เลี้ยงและครูที่ดูแลเนิร์สเซอรี่ออกไปแล้ว โดนทางโรงเรียนได้ทราบถึงตัวคนกระทำและให้ออกไปแล้ว เหตุเกิดจากเปลี่ยนพี่เลี้ยงที่เคยดูแลน้องเป็นคนใหม่ น้องเลยงอแงร้องไห้จะหาพี่เลี้ยงคนเดิม ทำให้ครูที่ดูแลเนิร์สเซอรี่ สั่งให้พี่เลี้ยงคนใหม่ทำแบบไหนก็ได้ให้น้องหยุดร้อง ซึ่งทางแม่ปุ๊กได้ถามถึงการขอดูกล้องวงจรปิดว่ามีการกระทำอย่างอื่นอีกไหม นอกจากรอยที่อยู่ต้นแขนที่เห็นชัดเจน เจ้าของโรงเรียนบอกว่าให้ดูได้แต่ต้องไปตรวจสอบดูเองว่าวันไหนเพราะเค้าไม่สามารถระบุได้

Advertisement

วันศุกร์ที่ 20 พ.ค 2559 พ่อน้องโทรแจ้งไปยังลูกสาวเจ้าของโรงเรียนเรื่องขอชื่อจริงของพี่เลี้ยงและครูคนนั้นเพื่อไปแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งทางพ่อกับแม่น้องไม่อยากให้โรงเรียนเสียหายจึงอยากแจ้งความเอาเรื่องแค่กับคนที่ทำน้องและคนสั่งการ โดยทางลูกสาวเจ้าของโรงเรียนแจ้งว่าอยู่ข้างนอกไม่ได้อยู่ที่โรงเรียน พ่อน้องเลยบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยววันจันทร์จะเข้าไปเอาเพราะวันศุกร์ เป็นวันหยุด จนกระทั่งวันจันทร์แม่ปุ๊กพาลูกไปหาหมอที่ร.พ. เพราะน้องไอและมีน้ำมูกเวลาประมาณ สี่โมงเย็นพ่อน้องโทรหาลูกเจ้าของโรงเรียนอีกครั้งแต่ทางนั้นไม่ได้รับสาย

ผ่านไปสิบนาทีเบอร์ลูกสาวเจ้าของโรงเรียนโชว์ที่จอมือถือของพ่อน้อง แต่ทางปลายสายเป็นเสียงของเจ้าของโรงเรียน คุยกันสักพักจนแม่ปุ๊กบอกว่าเอามาจะคุยเอง ทางเจ้าของโรงเรียนบอกว่าไม่สามารถที่จะให้ชื่อคนที่กระทำได้และพร้อมที่จะอยู่ข้างคนที่กระทำน้อง เพราะถ้าทางแม่ปุ๊กแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่กระทำจะทำให้คนๆนั้นหางานทำอีกไมได้ซึ่งมันไม่แฟร์กับอดีตลูกน้องของเขา และถ้าเราดำเนินคดีกับพี่เลี้ยงคนนั้นเขาก็พร้อมที่จะเป็นเบอร์หนึ่งในการขึ้นศาล แม่ปุ๊กเลยถามว่าแล้วแม่ปุ๊กจะทำยังไงถึงจะได้ชื่อคนๆนั้นเจ้าของโรงเรียนบอกว่าถ้าจะให้ชื่อต้องให้เจ้าตัวมาบอกเองซึ่ง ถามว่าเมื่อไหร่ เจ้าของบอกว่ารอเขาติดต่อกับเจ้าตัวก่อน

เลยถามเขาว่าแล้วมันแฟร์กับเด็กอายุ1.8ขวบที่ยังไม่สามารถบอกความเจ็บปวดที่ได้รับหรือ มันแฟร์กับสภาพจิตใจของเด็กที่โดนทำร้ายหรือ คุณเป็นผู้ใหญ่คุณทำกับเด็กที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ บอกไม่ได้แม้แต่เวลาจะอึ จะฉี่ จิตใจพวกคุณทำด้วยอะไรคะ จิตใจพวกคุณทำด้วยอะไรคะ แม่ปุ๊กคิดว่าคนที่เปิดโรงเรียนอนุบาลเปิดเนิร์สเซอรี่มันต้องมีจิตใจรักเด็กไม่ใชรึ หรือว่าแม่ปุ๊กเข้าใจผิดมาตลอด การที่เรามอบดวงใจของเราให้คุณดูแลโดยที่เรามีตัวเลือกมากมาย คุณบอกว่าให้คุณดูแลคุณจะทำให้ดีให้ไว้ใจคุณแต่งสิ่งที่เราได้คืออะไรคะ

เราได้รอยเขียวช้ำที่ร่างกาย และรอยเจ็บลึกในจิตใจของลูก คือสิ่งที่เราได้จาการไว้ใจใช่ไหมคะ

13230203_10153796273863822_4312600277861602352_n