‘ดร.ธรณ์’ เผยปฏิบัติการฟื้นฟูอ่าวมาหยา 2 ปี จำกัดจำนวน นทท. เน้นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

‘ดร.ธรณ์’ เผยปฏิบัติการฟื้นฟูอ่าวมาหยา 2 ปี จำกัดจำนวน นทท. เน้นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “Thon Thamrongnawasawat” ว่า

“ไปฏิบัติการฟื้นฟูมาหยา 2 ปี เริ่มต้น! #แผนบันไดสามขั้นสู่สวรรค์อ่าวมาหยา แผนขั้นแรกของกรมอุทยานที่ทำกันมาตลอดช่วง 10 เดือน คือปกป้องและฟื้นฟูธรรมชาติที่ทรุดโทรม ไม่ให้เรือเข้าหน้าอ่าว ดูแลฉลามหูดำ ฟื้นฟูปะการัง

เมื่อเราทำได้ จึงมาถึงแผนขั้นสอง หาวิธีการท่องเที่ยวที่ไม่รบกวนมาหยา จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ไม่คิดจำนวนคนต่อวัน แต่เป็นต่อรอบ เพื่อปรับให้เหมาะสมตามสภาพความเป็นจริง

เตรียมจัดทำท่าเรือ/เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทั้งหมดนั้น เราได้เตรียมพร้อมแล้ว จนมาถึงขั้นสาม = ลงมือทำ การไปมาหยาหนนี้จึงไปเพื่อตรวจสอบแผนการขั้นสองเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อให้แผนขั้นสามสำเร็จตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ 2 ปี

เริ่มจากจำนวนคนต่อรอบ

ข้อมูลจากการศึกษาตั้งแต่ก่อนปิด/หลังปิด สรุปจำนวนที่ 250-300 คนต่อรอบ แต่ละรอบประมาณ 60 นาทีจำนวนรอบต่อวัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น สภาพท้องทะเล สภาพความพร้อม ฯลฯ เพราะฉะนั้น จึงต้องมีการทดลองก่อนเปิด เพื่อที่จะบอกได้ว่า จะมีได้วันละกี่รอบ ตอนนี้ผมจึงยังบอกไม่ได้

แต่ที่บอกได้ พร้อมยืนยันด้วยถ้อยคำของท่านผู้อำนวยการสำนักอุทยานฯ เราจะไม่มีทางรับคนมากมายเหมือนเดิมอีกแล้ว (ดูคลิปจ้ะ) เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามา จะมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติแบบยกระดับจากพื้น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อป่าชายหาด สมัยก่อนเราปล่อยให้เดินกันตามสบาย พื้นหลายบริเวณโดนเหยียบย่ำ ไม่มีทางที่ลูกไม้จะขึ้นได้ อีกทั้งพืชคลุมดินถูกทำลาย

ท่านผอ.อุทยานนำไปดูชัดๆ พร้อมบอกว่า ปิดมาสิบเดือน ไม้ล่างฟื้นขึ้นมาตั้งเยอะครับ เส้นทางแบบยกระดับและเลือกแนวที่เหมาะสมจะช่วยให้มาหยามีสุดยอดป่าชายหาดอีกครั้ง (ดูอีกคลิปจ้ะ) เส้นทางยังทำแบบลูปวอล์ค ให้คนเดินวนได้ ยังช่วยกระจายคนไปตามจุดต่างๆ ไม่แออัดยัดเยียดกันเหมือนเดิม ถึงตรงนี้ต้องบอกเพื่อนธรณ์ ป่าชายหาดอ่าวมาหยาสวยจริงๆ

เมื่อไม่มีคนอลหม่าน ไม่มีเสียงล้งเล้ง มีแต่เสียงลมพัดยอดไม้…ฟิ้วๆ สุดท้ายเมื่อมาถึงชายหาด เราจะเปิดให้ลงเพียงบริเวณเดียว ทั้งนี้เพื่อลดการทรุดตัวของทรายที่บางจุดจมลงทรายไหลจนรากไม้โผล่

ปริมาณนักท่องเที่ยวที่ถูกจำกัดไว้ในแต่ละรอบและการกระจายตัวตามเส้นทาง จะทำให้ฝูงคนไม่ท่วมหาดเหมือนที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

ขอบคุณภาพจาก Thon Thamrongnawasawat

สุดท้ายคือการลงน้ำ

ผมยังยืนยันแนวคิดเดิม ผมไม่อยากให้ใครลงน้ำแถวนี้ เพราะที่นี่เป็นแหล่งชิลใจของฉลามหูดำไปเรียบร้อยแล้ว แม่ฉลามมาคลอดลูก 3-4 ครั้ง เจ้าหน้าที่เจอลูกฉลามตัวเล็กว่ายเป็นประจำ

รวมทั้งปูไก่ริมชายหาดและงูทะเลที่เลื้อยขึ้นมาวางไข่ อันเป็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

อ่าวมาหยาไม่ใช่อ่าวเดียวของพีพี ยังมีอีก 15 จุดที่นักท่องเที่ยวเล่นน้ำได้ ดำน้ำดูโน่นนี่ได้

แต่ที่นี่เป็นแหล่งสำคัญของสรรพสัตว์ในทะเล

เราก็ควรชั่งน้ำหนักและยินยอมเพื่อธรรมชาติบ้าง คนมีที่ชิลหลายแห่ง ฉลามก็ควรมีที่ชิลบ้างสิฮะ

นั่นคือปฏิบัติการฟื้นฟูมาหยาในช่วงแรก ยังมีอีกหลายช่วงที่อยากเล่าให้เพื่อนธรณ์ฟัง

รวมถึงปฏิบัติการ 8 เดือนที่ผ่านมา เราฟื้นฟูปะการัง 10 ชนิด กว่า 30,000 กิ่ง

Xxxx

ตอนนี้ สิ่งที่อยากจะบอก คืออาจารย์ธรณ์ตัวดำขึ้นเยอะ ถึงจะดำแค่ไหน ผมก็ยังอมยิ้ม และกระโดดยิปปี้เป็นระยะ แม้จะเสียวันหยุดไป ไม่ได้ตังค์สักบาท แถมเหนื่อยแฮ่กตัวดำปิ๊ดปี๋

แต่ผมได้ความสุข…เยอะด้วย ความสุขที่สามารถทำให้ฝันของเพื่อนธรณ์เป็นจริง

คำสัญญาที่ให้ไว้แก่กัน แรงสนับสนุนที่ช่วยกันมาตั้งแต่แรกเริ่ม

ไม่เสียเปล่า…

แค่นั้นก็พอให้คนตัวดำยิ้มตลอดเวลาและกระโดดยิปปี้เป็นระยะแล้วครับ

หมายเหตุ – เชื่อว่าเพื่อนธรณ์คงมีใจให้คนตัวดำคนนี้มากขึ้น…หรือเปล่านะ ?

ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊กThon Thamrongnawasawat

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ท่องเที่ยวชูบุรีรัมย์เกมส์คาดสร้างรายได้กว่า600ล้านบาท
บทความถัดไปเพื่อไทย ลงพื้นที่เชียงราย รับปากเร่งรัฐแก้ภัยแล้งหนัก ฝนไม่ตก 5 เดือน