เพจดังแฉ ‘ธุรกิจบาป’ ประกาศรับสมัคร ‘แม่อุ้มบุญเถื่อน’ รายได้หลักแสน แถมมีอั่งเปาให้

เมื่อวันที่ 11 กันยายน เพจเฟซบุ๊ก ดอกจิก V.10 ได้โพสต์ภาพที่บันทึกจากหน้าเพจเฟซบุ๊ก “เด็กน้อยของแม่อุ้มบุญ” ที่มีการโพสต์รายละเอียดว่า รับแม่อุ้มบุญเรื่อยๆ นะคะ สนใจทักค่ะ ดูแลอย่างดี เคทต่อเคส ไม่มีหักนายหน้า โดยมีค่าอุ้มบุญ 450,000 บาท และถ้าเป็นลูกแฝด เพิ่ม 100,000-550,000 บาท โดยผู้ที่มีคุณสมบัติที่รับจ้างอุ้มบุญได้ อายุ 18-35 ปี ระหว่างตั้งครรภ์มีเงินเดือน 15,000 บาท มีอั่งเปาฟรี 3,000-8,000 บาท เป็นต้น

ทั้งนี้ เพจดังระบุว่า กวาดล้างจับไปให้หมดพวกแม่อุ้มบุญทำเป็นอาชีพ มีกลุ่มคุยกันเป็นการเป็นงานทำเป็นธุรกิจมีการสวมสิทธิ์ความเป็นพ่อเป็นแม่ ฝากหน่วยงานตรวจสอบด้วยครับ

อย่างไรก็ตาม เพจเด็กน้อยของแม่อุ้มบุญ ได้ปิดตัวลงแล้ว หลังจากประกาศรับสมัครแม่อุ้มบุญ ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 2 กันยายน

ทั้งนี้ เมื่อโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ว่า ได้มีผู้แอดเฟซบุ๊กและทักแชทเข้ามาเป็นรายบุคคล เพื่อ “รับบริจาคฝากไข่” สำหรับผู้มีบุตรยาก โดยมีค่าจ้าง 40,000-100,000 บาทด้วย

ทั้งนี้ ประเทศไทย มีกฎหมายอุ้มบุญถูกกฎหมาย คือ “พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558” โดยต้องปฏิบัติตามดังนี้

เด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีและภรรยา มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยครอบครัวและมรดก กฎหมายฉบับนี้มีประเด็นสำคัญ อาทิ กำหนดข้อห้าม ดังนี้ ห้ามสามีและภรรยาที่ทำอุ้มบุญปฏิเสธรับเด็กเป็นบุตร ห้ามรับตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า ห้ามเป็นนายหน้าจัดการหรือชี้ช่องให้มีการรับตั้งครรภ์แทน ห้ามโฆษณาว่ามีหญิงรับตั้งครรภ์แทน และห้ามซื้อ เสนอซื้อ หรือขาย หรือนำเข้าหรือส่งออก อสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน โดยสถานประกอบการ แพทย์ คู่สามีภรรยา ผู้รับตั้งครรภ์ จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากกระทำผิดจะมีโทษทั้งจำและปรับ

สำหรับคู่สามีภรรยาที่ต้องการให้หญิงอื่นตั้งครรภ์แทน จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ ต้องจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย กรณีเป็นคนไทยที่สมรสกับต่างชาติจะต้องจดทะเบียนสมรสไม่น้อยกว่า 3 ปี จะต้องผ่านการตรวจประเมินโดยแพทย์ที่มีคุณสมบัติตามแพทย์สภากำหนด และแพทย์ผู้ให้บริการจะต้องยื่นขออนุญาตที่สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ กคทพ. ส่วนหญิงที่รับตั้งครรภ์แทนจะต้องมีสัญชาติไทย ไม่ใช่พ่อแม่หรือลูก แต่จะต้องเป็นพี่น้องท้องเดียวกันของสามีหรือภรรยาผู้ที่ต้องการมีบุตร และเคยมีบุตรมาก่อน จะต้องได้รับความยินยอมจากสามีด้วย กรณีที่คู่สมรสทั้งคู่เป็นลูกคนเดียว ให้เป็นไปตามประกาศ สธ.

ส่วนการตั้งครรภ์แทนนี้จะใช้ 2 วิธีเท่านั้นคือ วิธีที่ 1 ใช้ตัวอ่อนที่ได้จากการผสมอสุจิของสามีและไข่ของภรรยาคู่สมรส แล้วนำไปฝังในมดลูกของผู้รับตั้งครรภ์แทน วิธีที่ 2 ใช้ตัวอ่อนที่ได้จากอสุจิของสามีหรือไข่ของภรรยาที่ผสมกับไข่หรืออสุจิของผู้บริจาคอื่น ไม่ใช่ไข่ของหญิงที่รับตั้งครรภ์ จากนั้นจะดูแลตามระบบ คือ การฝากครรภ์ ฉีดวัคซีน จนกระทั่งคลอด ซึ่งสามารถฝากครรภ์และคลอดได้ที่โรงพยาบาลทุกแห่ง แต่ต้องนำเอกสารข้อตกลงไปด้วย เพื่อเป็นหลักฐานในการออกหนังสือรับรองการเกิดและการแจ้งการเกิดเด็กตามกฎหมาย โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะทำหนังสือแจ้งไปยังโรงพยาบาลทุกแห่งต่อไป

สำหรับโทษผู้ฝ่าฝืนกฎหมายฉบับนี้ เช่น กรณีเป็นแพทย์ที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานแพทยสภา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากกระทำเชิงการค้า รับจ้างอุ้มบุญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท กรณีเป็นนายหน้ามีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีขายอสุจิหรือไข่มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีที่มีการดำเนินการอุ้มบุญมาก่อนกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ให้สามารถยื่นรับรองบุตรได้เลย

 

 

บทความก่อนหน้านี้ธปท.สั่งแบงก์-นอนแบงก์ช่วยลูกค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมลดดอกเบี้ย-ผ่อนปรนจ่ายหนี้
บทความถัดไปปลอบใจไม่สำเร็จ เพื่อนร่วมงานบ่นท้อชีวิต เช้ามาเจอผูกคอตายในบ้าน