เพจดังวิเคราะห์ ‘ฟ้าใส’ ไม่ผิดตอบคำถาม แต่คำตอบคือผลผลิตประเทศที่โดนกดจนไร้จุดยืน

ฟ้าใส-เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม เพจดังอวยไส้แตกแหกไส้ฉีก โพสต์ถึง ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น ตัวแทนสาวไทยไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2019 ที่เมืองแอตแลนต้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยการเข้าสู่รอบ 5 คนสุดท้าย แต่เธอก็ไปไม่ถึง เนื่องจากนางงามที่เข้ารอบ 5 คนสุดท้ายจะต้องตอบคำถาม ซึ่งขึ้นชื่อว่า ยากขึ้นทุกปี โดยปีหลังๆ เน้นคำถามด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงคำถามในเรื่องที่กำลังเป็นที่ถกเถียงในสังคม จนกลายเป็นดราม่าในโลกออนไลน์ถึงการตอบคำถามของฟ้าใส ซึ่งเพจดัง ระบุว่า “อันเนื่องมาจากคำตอบของฟ้าใสบนเวที Miss Universe #ก้าวให้ข้ามเรื่องการเมืองกระทู้นี้พูดถึงเรื่องสังคมล้วนล้วน #วิธีคิดแบบไทยมันยังสากลไม่พอ

ก่อนอื่นต้องบอกว่าคำถามบนเวที Miss Universe โดยมากมันจะไม่มีถูกไม่มีผิด และสำหรับคำถามของฟ้าใส ซึ่งเอาจริงๆมันเป็นคำถามที่ส่งให้สวมมงกุฏมาก เพราะด้วยคอนเซปเวทีที่ต้องการ Empowered Woman บางครั้งเวที Miss Universe ก็อาจจะต้องการอะไรที่ฉะฉาน ชัดเจน และแสดงจุดยืนในทางใดทางหนึ่ง แต่ในเวลาเดียวกัน ก็ต้องการความเป็นสากลด้วย

คำถามบนเวทีของฟ้าใสนั้นถามว่า “การสอดแนมของรัฐบาล เพื่อทำให้ประชาชนในประเทศมีความปลอดภัย แต่บางคนเชื่อว่ามันเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว สำหรับคุณอะไรเป็นสิ่งที่สำคัญระหว่าง ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย?”

ฟ้าใสตอบว่า “ฉันเขื่อว่าทุกประเทศมีนโยบายเป็นของตัวเอง ที่ทำให้ประชาชนปลอดภัย ปละฉันเชื่อว่ามันไม่ควรก้าวข้ามความเป็นส่วนตัวของเรา เพราะเรามีสิทธิที่จะรักษาความเป็นส่วนตัวของตัวเอง แต่การรักษาความปลอดภัยก็มีความสำคัญมากเช่นเดียวกัน ดังนั้นฉันเชื่อว่า เพื่อที่จะอยู่ในสังคมที่ดี เราควรให้รัฐบาลดูข้อมูลของเราได้บางส่วน โดยหาจุดตรงกลางที่จะทำให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้”

เอาจริงๆ การเรียบเรียงคำตอบของฟ้าใสมันดีมาก สละสลวยและสวยงามมากนะครับ แต่ทัศนคติยังขาดความเป็นสากลอยู่ ด้วยอเมริกาและประชาคมโลก ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมาก ซึ่งความเป็นส่วนตัวจะโดนก้าวละเมิดไม่ได้ มันไม่ใช่ความคิดที่สุดโต่งนะครับ ผัวเมียกันยังห้ามขอดูหรือแอบหยิบมือถือกันไปดูเลย สิ่งที่ฟ้าใสตอบมันแสดงถึงทัศนคติแบบไทยๆ ที่ยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสิทธิส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวเท่าไหร่

ถามว่าฟ้าใสผิดไหม ผมบอกเลย ฟ้าใสไม่ผิด แต่คำตอบของฟ้าใสมันเกิดจากทัศนคติของคนในประเทศเราส่วนใหญ่นั่นแหละ ที่มองว่า ความเป็นส่วนตัวของเราไม่มีความสำคัญเท่ากับการยอมทำตามที่รัฐบาลหรือผู้บริหารประเทศบอกให้ทำ เราโดนกดมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นการไว้ผมทรงนักเรียน ผมสั้นเสมอหู ไว้ผมผิดระเบียบก็โดนครูกล้อนผม แต่งตัวต้องตามระเบียบ เราไม่มีสิทธิแม้แต่จะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างหรือคิดนอกกรอบ เราขาดสิทธิเสรีภาพเพราะเราโดนปลูกฝังมาแบบนี้จริงๆ

มีคนบอกเลยว่า ถ้าฟ้าใสตอบแบบฟันธงว่าไม่ยอมให้รัฐบาลละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเด็ดขาด ฟ้าใสอาจจะไม่ได้กลับประเทศ มันยิ่งตอกย้ำชัดเจนว่า คนไทยเราเองกลัวการแหกกฎ หรือปฏิเสธการรักษาสิทธิความเป็นส่วนตัวจริงๆ เพราะยังมีความกลัวครอบงำอยู่ แต่เราเลือกที่จะประณีประนอมแบบไทยๆ คำตอบของฟ้าใส อาจจะถูกใจคนไทย ที่น่าจะชื่นชมว่านี่แหละ ตอบคำถามแบบประณีประนอม บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น นี่คือคนไทยเราเป็นแบบนี้จริงๆ ผมเองก็เป็น เพจเราหลังๆก็เป็น แม้แต่การรีวิวหนัง ต่อให้ผมแสดงจุดยืนชัดเจนมาก มันก็จะมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย มารุมด่า แต่ไม่ใช้เหตุผล ผมไม่โทษใครเลย แต่มันคือวิธีคิดแบบคนไทย มึงคิดไม่เหมือนกูคือเป็นศัตรู คิดต่างคิดแหกคือผิด

ดังนั้น ผมบอกเลยว่า ฟ้าใสไม่ผิด แต่ฟ้าใสคือผลผลิตของประเทศที่โดนกดไม่ไม่สามารถแสดงจุดยืนอะไรได้ชัดเจนเลย และเอาจริงๆ ต่อให้ฟ้าใสบอกชัดๆเลยว่า แน่นอน ฉันยอมให้รัฐบาลสอดแนมได้ เพราะฉันเคารพรัฐบาลของฉัน ผมว่าฟ้าใสก็โดนด่าอยู่ดี ปัญหาบ้านเราก็ย้อนกลับมาถามตัวเองว่า

ทำไมต้องด่าคนที่แสดงความคิดเห็นอะไรที่ชัดเจน

สุดท้ายนี้ ผมอยากจะบอกว่า เราควรภูมิใจในตัวฟ้าใสนะครับ 90 คน 90 ประเทศ มาจนถึง 5 คนสุดท้าย เก่งมากแล้วครับ เธอคือสุดยอดแล้ว การประกวดมันคือการตัดสินโดยมนุษย์ครับ แต่ตอบไม่ถูกใจกรรมการแค่นั้น ไม่มีถูกไม่มีผิด ปีหน้าว่ากันใหม่ครับ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการดูนางงามในทุกๆปีนะครับ”

อันเนื่องมาจากคำตอบของฟ้าใสบนเวที Miss Universe…

โพสต์โดย อวยไส้แตกแหกไส้ฉีก เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2019

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นิวซีแลนด์เผยยังมีผู้สูญหายอีกหลายสิบ เหตุภูเขาไฟปะทุ
บทความถัดไป‘สนธิรัตน์’ดึงไฟสำรองหนุนลดค่าตั๋ว ช่วยปชช.ใช้บีทีเอส-เอ็มอาร์ทีถูกลง