กลายเป็นร้อนระอุในโลกโซเซียลทันที่เมื่อ “ผ้าอนามัย” ของใช้จำเป็นสำหรับผู้หญิง เมื่อ นางสาวเกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติฝากถามพล.อ.ประยุทธ์ว่า เอาพื้นฐานความรู้อะไรตัดสินใจให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยเก็บภาษีในอัตราสูงและไม่ควบคุมราคา ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2562 ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีจัดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่ไม่ควบคุมราคา ไหนพล.อ.ประยุทธ์คุยนักหนาว่าตนเองอ่านหนังสือเยอะรู้ทุกเรื่อง แต่เรื่องแค่สิทธิพื้นฐานของประชากรสตรีทำไมถึงไม่ทราบ
ประเด็นนี้ในโลกออนไลน์ได้มีการหยิบหยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมากล่าวถึง พร้อมทั้งทวงคืนภาษีอนามัย ต่อมา #ภาษีผ้าอนามัย ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์ประเทศไทย และมีการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์ วิจารณ์อย่างมาก
อย่างไรก็ตาม นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ได้ออกมาชี้ถึงกรณีดังกล่าว ว่ากรมสรรพสามิตไม่มีพิกัดภาษีดังกล่าวอยู่ในฐานการจัดเก็บภาษีอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่เกี่ยวข้องกับกรมในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว และมองว่าผ้าอนามัย ถือว่าเป็นสินค้าจำเป็น ที่หากไม่ใช้จะกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน ไม่ได้เป็นสินค้าฟุ่มเฟือยแต่อย่างใด พร้อมกับย้ำว่า ปัจจุบันผ้าอนามัยเป็นสินค้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ แวต (VAT) ที่อัตราร้อยละ 7 ซึ่งจัดเก็บกับผู้บริโภคที่ใช้สินค้าดังกล่าวอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีการจัดเก็บภาษีดังกล่าวในส่วนอื่นได้อีก
ด้านนายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ยืนยันว่าปัจจุบันผ้าอนามัยทุกชนิด ซึ่งรวมถึงผ้าอนามัยแบบสอดเป็นสินค้าควบคุมมาตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งสินค้าที่ได้รับการพิจารณาเป็นสินค้าควบคุม จะต้องเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการครองชีพของประชาชน รวมถึง มีราคาและปริมาณที่เคลื่อนไหวง่ายกว่าสินค้าประเภทอื่นๆ ในท้องตลาด


