‘หมอมิ้ง’ โพสต์วิกฤตโควิดพิสูจน์ผู้นำไทยแนะ ‘ฟังให้ชัด คิดให้เป็น สั่งให้ครบ สื่อสารให้เข้าใจ’

22.03.20 | 19:38 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ฟังให้ชัด คิดให้เป็น สั่งให้ครบ สื่อสารให้เข้าใจ วันนี้เป็นวันแรกของการเริ่มใช้มาตรการ ”ปิดกรุงเทพ” และจังหวัดข้างเคียง เพื่อลดอุบัติการณ์ การติดต่อ COOVID19 ด้วยกระบวนการ SOCIAL DISTANCING ให้ได้ผล แต่มาตรการดังกล่าว ไม่ใช่มาตรการเดียว หากแต่ต้องดำเนินควบคู่มาตรการอื่นๆ อีกหลายเรื่อง การปิด กรุงเทพ 21 วันจึงจะได้ผล

  1. ปิดทางเข้าของผู้นำเชื้อรายใหม่ๆ เข้ามาในสังคม คนต่างชาติไม่มีเหตุจำเป็นต้องเข้ามาช่วงนี้ให้ใช้วิธีติดต่อทางอื่น คนไทยผู้ที่กลับจากต่างประเทศ ในที่นี้มิใช่ห้าม แต่ใช้มาตรการที่เหมาะสม คนไทยกลับจากอิตาลี เยอรมัน อังกฤษ อเมริกา ล้วนแต่เป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงกว่าไทยมาก เมื่อจะย่างเข้ามาไทย จะต้องถูกตรวจแยกแยะ กักกัน ติดตามอย่างไร ผู้มีอาการก็แยกเข้ารักษา ไม่มีอาการจะต้องให้ติดตามอย่างไร กลไกของสาธารณสุขมีถึงระดับหมู่บ้าน ทั้งยังมีสมาชิกสังคม จะช่วยแบ่งเบางานให้เจ้าหน้าที่อย่างไร ใช้เครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ช่วยอย่างไร กระทรวงดิจิทัลฯ ต้องเข้ามาช่วยอย่างแม่นยำอย่างไร
  2. เร่งติดตามกลุ่มเสี่ยงติดและแพร่เชื้อรายเก่าที่ปะปนในสังคม 3 กลุ่มใหญ่ (นี่ยังไม่รวม กล่มนักเรียน นักศึกษากลุ่มใหญ่จากโลกตะวันตกที่กำลังทยอยกลับเข้ามา) คือกลุ่มสนามมวย ไม่ยอมมารายงานตัว อีกหลายร้อยคน กลุ่มทองหล่อ และกล่มที่กลับจากมาเลเซีย นี่ภายใน 2 อาทิตย์ ต้องหาตัวให้พบ ขณะนี้ไม่ต้องปืดบังกันแล้ว กิจกรรมหากิน และสังคมหยุดหมด ทุกคนต้องเหินห่างกันเพื่อขจัดเชื้อร้ายนี้ ใช้ 3 สัปดาห์นี้ให้คุ้มเป็นประโยชน์ มิฉะนั้นจะสูญเปล่า และต้องใช้กลไกประชาชนร่วมด้วย
  3. การเตรียมการบริการทางการแพทย์ ด้านการตรวจหาผู้ป่วย การบริการรักษาพยาบาล อุปกรณ์ป้องกันโรคของเจ้าหน้าที่ สถานที่ อุปกรณ์แพทย์ช่วยชีวิตในรายอาการหนักโดยเฉพาะ เครื่องช่วยหายใจ ต้องปรับเตรียมให้เพียงพอ เจ้าหน้าที่อาจต้องถูกระดมจัดสรร จากที่อื่น เช่นกรณีอู่ฮั่น ที่รัฐบาลระดมมาจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาลทหาร นักเรียนแพทย์ นักเรียนพยาบาล เหตุการณ์จะเร่งหนักขึ้นในอัตราเร่งตั้งแต่สัปดาห์นี้ เป็นต้นไป ถ้าดูจากตัวเลขทางสถิติ
  4. สื่อสารให้สังคมเข้าใจ รัฐบาลต้องระดมสมองจากผู้รู้และเรียนรู้ประสบการณ์จากต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จ และที่กำลังเผชิญปัญหา วิเคราะห์ให้ชัด เลือก ”ตัดสินใจ” ในสิ่งที่ ”คาดว่า” ได้ผลดีที่สุด สื่อสารอย่างชัดเจน ว่าจะ ”ให้ประชาชนทำอะไร เพราะอะไร” ในทางตรงข้ามถ้าการสั่งการสับสน สั่งการขัดแย้ง “ประชาชนก็ขาดความเชื่อมั่น” ไม่ให้ความร่วมมือ ตระหนกตกใจ แย่งกันเราตัวรอด
  5. มาตรการเยียวยา ชดเชยได้ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะเอกชนรายเล็กและลูกจ้าง การหยุดงานหยุดเศรษฐกิจ ก็หยุดรายได้ไปด้วย จะมีมาตรการใดบ้าง ถ้า 3 สัปดาห์แล้วจบก็พอทำเนา แต่ที่จริงนี่เป็นเพียงบทเบื้องต้น ซึ่งอาจทอดยาวเป็นปี หากการจัดการใน 3 สัปดาห์นี้ ทำได้ไม่ดีพอ

นี่เป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ กับการเป็นผู้นำประเทศ ผู้นำรัฐบาล ที่จะต้องสร้าง ”ความเชื่อมั่น” ให้ประชาชนชาวไทย ร่วมกันระดมสรรพกำลัง ทรัพยากรทั้งมวลเดินหน้าฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน เป็นบทพิสูจน์ความเป็นผู้นำโดยแท้

CVID19 : วิกฤตพิสูจน์ผู้นำไทย

ผู้นำที่รับฟังความเห็นผู้เชี่ยวชาญให้ชัด ได้อย่างเข้าใจดี คิดเลือกตัดสินใจให้เป็น เลือกหนทางที่คาดว่าดีที่สุด กล้าสั่งการให้รอบด้านและสื่อสารสร้างความเชื่อมั่นระดมความร่วมมือจากประชาชนอย่างกว้างขวางก็สามารถนำฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน

Advertisement

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน