ปชช.โดนแล้ว! ‘สาวใต้’เจอหมายเรียก ให้รายงานตัวจนท.กทม.โพสต์เบียร์ ลงเฟซบุ๊ก

ปชช.โดนแล้ว! ‘สาวใต้’เจอหมายเรียก ให้รายงานตัวจนท.กทม.โพสต์เบียร์ ลงเฟซบุ๊ก

กรณีที่มีการแชร์ข้อมูลบนโลกออนไลน์อย่างกว้างขวางและเป็นที่กังวลของประชาชนว่า “เข้าข่ายกระทำความผิดตามมาตรา 32 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 โดยสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรียกผู้ที่กระทำความผิดตามมาตราดังกล่าวรับทราบความผิด และเสียค่าปรับถึง 50,000 บาท

ต่อมา นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (คสอ.) กรมควบคุมโรค กล่าวชี้แจงในประเด็นดังกล่าว (สยบข่าว “โพตส์รูปเหล้า-เบียร์” ปรับ 5 หมื่น สธ.ชี้เจตนาไม่ขัดกม.ไม่ผิด ยันไม่มีผ่อนจ่ายเป็นงวด)

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเพจประชาชนเบียร์ ได้มีการโพสต์ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ถูกออกหมายเรียกกรณีดังกล่าวว่า  ถ้าคุณไม่ใช่เพจ ไม่ใช่ร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่มีส่วนได้เสียกับการโพสรูปเครื่องดื่ม แต่โดนหมายเรียกเรื่องการโฆษณาแอลกอฮอล์ หากคุณกำลังเดือดร้อน กรุณาติดต่อเรา #ประชาชนเบียร์

ทั้งนี้มติชนออนไลน์ ได้สอบถามไปยังแอดมินเพจ ประชาชนเบียร์ ได้รับทราบข้อมูลว่า มีกรณีของประชาชนทั่วไปโดนหมายเรียกเป็นเคสของ ผู้หญิง รายหนึ่งอายุ 27 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดแห่งหนึ่ง ทางภาคใต้ ซึ่งเธอโดนหมายเรียก ให้มารายงานตัวที่สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดนนทบุรี

เนื่องจากโพสต์ภาพในเฟซบุ๊กส่วนตัวทำเป็นอัลบั้มเอาไว้ จากการสอบถามทราบว่า ผู้หญิงรายดังกล่าวนั้น ได้ถ่ายภาพขวดเบียร์ และเขียนรายละเอียดของเบียร์ที่ตนเอง ดื่มเป็นข้อมูลไว้ว่าเคยดื่มตัวไหนไปบ้างแล้ว แต่ทราบว่า มีบุคคล แคบหน้าภาพดังกล่าวจากเฟซบุ๊กของผู้หญิงรายดังกล่าว ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมีเรื่องเงินรางวัลนำจับ

ซึ่งจะต้องเดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดนนทบุรี ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้  ทั้งนี้จากการสอบถามยังทราบว่า  ผู้หญิงคนดังกล่าวจะเดินทางโดยเครื่องบินมาคนเดียว โดยที่ไม่มีทนาย เพราะอยากจบเรื่องไม่อยากเสียค่าทนายอีก

ตอนนี้ทางเพจประชาชนเบียร์จึงโพสต์ในเพจขอทนายอาสา และระดมทุนในเพจช่วยค่าทนาย ให้เข้าไปรับฟังข้อกล่าวหา เท่าที่พูดคุยเบื้องต้น ผู้หญิงรายดังกล่าวยังยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะจ่ายค่าปรับหรือไม่ และทางเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ได้แจงว่าข้อความหรือการโพสต์อันไหนที่่เข้าข่ายผิด ตามมาตรา 32  แต่ประเด็นสำคัญคือต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายไปก่อนแล้ว ในการเดินทางมายังกรุงเทพฯเพื่อพบเจ้าหน้าที่ ซึ่งทางเพจเห็นว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับประชาชนทั่วไป

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กรมพระศรีสวางควัฒน ทรงชื่นชมรัฐบาลแก้โควิด-19 บุคลากรทางการแพทย์เสียสละเพื่อผู้ป่วย
บทความถัดไป‘สมคิด’สั่งบีโอไอปั้นสตาร์ตอัพยูนิคอร์นใน5ปี ชูอาหารแปรรูป-พึ่งเอฟดีไอลดลง