“หมอเวร” พาทำความรู้จัก “แอมโมเนียมไนเตรท” ต้นตอระเบิดใหญ่ที่กรุงเบรุต

REUTERS/Issam Abdallah

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม เพจ “หมอเวร”  ได้โพสต์อธิบาย เกี่ยวกับ “แอมโมเนียมไนเตรท” ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดระเบิดใหญ่ขึ้นที่กรุงเบรุต ประเทศเลบานอน ว่า

หลังจากมีเหตุการณ์ระเบิดอย่างรุนแรงบริเวณท่าเรือในกรุงเบรุต เมืองหลวงของประเทศเลบานอนเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ล่าสุดก็ได้มีการเปิดเผยมาแล้วว่า ไอ้สิ่งที่ระเบิดนั้น มันคือ #แอมโมเนียมไนเตรท ซึ่งหลายคนอาจรู้จักมันดีอยู่แล้ว แต่ลูกเพจอีกมากมายยังไม่รู้จักมัน หมอจะขอเหลางี้นะ

แอมโมเนียมไนเตรท ผลิตจากการเอากรดไนตริก และแอมโมเนียแก๊สมาผสมกัน จากนั้นก็ผ่านกระบวนการทำให้แห้งเป็นเกล็ดเล็กๆสีขาว เดิมทีเจ้านี่ถูกผลิตมาใช้เป็นปุ๋ยได้ด้วย แต่ตัวมันเองก็ถูกนำไปเป็นสารตั้งต้นในการทำระเบิดได้ด้วยเช่นกันเพราะมีราคาถูก ซึ่งปุ๋ยระเบิดจากแอมโมเนียมไนเตรทไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร มันถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำระเบิดนานแล้ว ส่วนใหญ่นิยมกันตามเหมืองแร่และเหมืองหินต่างๆ จนกระทั่งเมื่อราวๆ 50 ปีก่อนนั่นแหละ ถึงเริ่มมีการเอาแอมโมเนียมไนเตรทไปใช้ในการก่อการร้ายกัน ที่ฮิตๆเลยก็ที่อัฟกานิสถาน อันนั้นนิยมใช้กันมากๆ

ซึ่งไม่ใช่มีแค่แอมโมเนียมไนเตรทนะที่เอาไว้ทำระเบิดกัน มีทั้งปุ๋ยยูเรีย ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต ปุ๋ยแคลเซียมแอมโมเนียมไนเตรท ก็อยู่ในส่วนผสมระเบิดได้ทั้งนั้น เพียงแต่มันก็ไม่ได้ทำง่ายขนาดนั้นหรอก เพราะต้องผสมกันในสัดส่วนเฉพาะเป๊ะ ถ้าไปผสมผิดส่วนคลาดเคลื่อนไปนิดๆหน่อยมันก็ไม่ระเบิดนะ ทำได้แค่เกิดปฏิกิริยาติดไฟลุกไหม้เท่านั้น

ทีนี้ในข่าวระเบิดที่เลบานอน เจ้าแอมโมเนียมไนเตรทมันถูกยึดมาจากเรือขนส่งสินค้าลำหนึ่งเมื่อปี 2013 เข้าใจว่าเพราะรู้ว่าเป็นสารอันตรายจึงถูกยึดแล้วเอามาเก็บไว้ในโกดังแห่งนี้ โดยมีจำนวนมากถึง 2,750 ตัน นึกภาพง่ายๆ ว่าน้ำหนักเท่ากับรถยนต์ขนาดเล็ก 2,750 คันจอดซ้อนเรียงกันนั่นแหละ

#ถามว่าจำนวน2750ตันมันมากขนาดไหน ?

อย่างตอนระเบิดที่เมืองเทียนจินประเทศจีนเมื่อปี 2015 ตอนนั้นน้ำหนักราว 800 ตัน ก็เทียบเท่ากับระเบิด TNT ประมาณ 336 ตัน ตีกลมๆว่าแรงระเบิดครั้งนั้นน้อยกว่าครั้งนี้ราว 3.5 เท่าได้

ดังนั้นเหตุระเบิดคราวนี้ที่เบรุตก็คงพอๆ กับระเบิด TNT ประมาณ 1,000 ตันได้เลยล่ะ

ฟังดูเยอะใช่ไหม ? แต่ถ้าเอาแรงระเบิดครั้งนี้ไปเทียบกับ ลิตเติลบอยที่ถล่มฮิโรชิม่า ช่วงสงครามโลกล่ะก็ ถือว่าเด็กน้อยเลยล่ะ เพราะคราวนั้นความแรงมันเทียบเท่าแรงระเบิดของ TNT ถึง 15,000 ตันเชียวล่ะ แรงกว่าที่เลบานอนประมาณ 15-18 เท่านู้น ซึ่งระเบิดแอมโมเนียมไนเตรทจะแตกต่างกับระเบิดนิวเคลียร์ที่จะมาในรูปแบบของรังสีความร้อนจากลูกไฟยักษ์สูงเกือบ 2,000 องศาเซลเซียส แถมระเบิดไปพร้อมการปนเปื้อนของกัมมันตรังสีด้วย

แต่ทว่า ถึงแรงระเบิดครั้งนี้จะดูน้อยกว่าที่ฮิโรชิม่า แต่การสูญเสียครั้งนี้ก็ใช่ย่อย เหมือนที่หลายคนเห็นผ่านคลิปหลายๆอันแล้ว แรงระเบิดมีรัศมีทำลายล้างมากถึง 10 กิโลเมตร พลังงานจากคลื่นระเบิดที่ทะลุผ่านสารแอมโมเนียมไนเตรต อะตอมออกซิเจนจะถูกปลดปล่อยออกมา และรวมตัวเป็นก๊าซออกซิเจน เร่งปฏิกิริยาหรือกระบวนการเผาไหม้ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ผลิตผลต่อเนื่องเป็นก๊าซร้อนขึ้น ซึ่งก๊าซร้อนที่เกิดในเวลาสั้นเหล่านี้ทำให้เกิดคลื่นความดัน (pressure wave) เคลื่อนที่เร็วเท่าความเร็วเสียง (330 เมตร/วินาที) เราจึงเห็นภาพแรงระเบิดอยู่จุดศูนย์กลาง แต่เห็นภาพคลื่นอัดอากาศทำบ้านเรือนพังพินาศไปได้ไกลเหมือนในคลิปนั่นเอง

ยังไงหมอเวรก็ขอส่งกำลังใจไปให้ประชาชนในเมืองเบรุต ให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้โดยเร็วนะ 🖤

#PrayForBeirut

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กทม.เข้มงวด “สถานบันเทิง” ย่านสุขุมวิท หลังชาวบ้านร้องเปิดเกินเวลาหวั่นแพร่โควิด-19
บทความถัดไป‘โฆษกส้ม- ปารีณา’ นำ พปชร.ลงพื้นที่มอบข้าวสารอาหารแห้ง ให้กำลังใจชาวเลย