หน้าแรก เกาะกระแสโซเชียล เจ้าของร้านชา...

เจ้าของร้านชาบู สุดหนักใจ เจอลูกค้ากินดุ นั่งแช่ 6 ชม. อิ่มก็ลุกไปเดิน ยังกลับมากินต่อ

29.12.20 | 18:41 น.

เจ้าของร้านชาบู สุดหนักใจ เจอลูกค้ากินดุ นั่งแช่ 6 ชม. อิ่มแล้วลุกไปเดิน ยังกลับมากินต่อ

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกเว็บไซต์พันทิพ หมายเลข 6134974 ได้ออกมาตั้งกระทู้ ขอความช่วยเหลือจากชาวเน็ต โดยระบุว่าเป็นเจ้าของร้านชาบูแห่งหนึ่ง ที่ประสบกับปัญหาลูกค้าที่มานั่งแช่ ออกไปเดินย่อยและกลับมากินใหม่ โดยระบุว่า

“ร้านเปิด 18.00-00.00 ราคา 139 บาทไม่บวกเพิ่ม ร้านไม่ได้กำหนดเวลาว่าจะนั่งกี่ชั่วโมง เอาที่ลูกค้าสบายใจและพอใจ ขอแค่ไม่กินเหลือก็พอ
แต่เนื่องด้วยมีลูกค้า 2 คนนี้ จะมากินอาทิตย์ละ 2 ครั้ง แต่ลูกค้าจะกลับดึกมาก อิ่มแล้วไม่ยอมลุก หรือผลัดกันลุกไปเดินย่อยแล้วก็กลับมากินต่ออีก
เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่มา และเป็นแบบนี้มา 6 ครั้งแล้วค่ะ ซึ้งใจที่ลูกค้ามาทานหลายครั้งติดต่อกัน ให้ความไว้ใจและชอบการบริการของทางร้านมากๆ ค่ะ
แต่จะตักเตือนก็กลัวเสียลูกค้า จะปล่อยแบบนี้ก็เสียดายลูกค้าที่มาต่อคิวกินต่อ หรือจะให้กำหนดเวลา 1 ชั่วโมง 45 นาที แบบร้านอื่นๆ ก็ทำไม่ได้เพราะลูกค้าบางกลุ่มชอบนั่งกินนานๆ แต่ก็ไม่เกิน 3 ชั่วโมง รบกวนขอคำแนะนำจากพี่ๆ หน่อยค่ะ”

โดยต่างมีคนจำนวนมาก เข้าไปแสดงความเห็น อาทิ

“ก็กำหนดเวลาเป็นทางการ แต่จะใช้กับใครเมื่อไหร่อยู่ที่คุณสิ
มีกำหนดดีกว่าไม่มี เซฟตัวคุณเอง

Advertisement

ร้านชาบูที่เรากินเป็นประจำหลายร้าน ทั้งในและนอกห้าง
ตั้งแต่หัวละ 400 + ถึง 600 + เค้ามีกำหนดเวลาก็จริง
บางทีไม่เห็นเค้ามาแจ้งเวลาใครเลย เราเคยถามว่ากินได้ถึงกี่โมง
เค้าก็บอกนั่งกินตามสบายเลยค่ะ วันไหนคนเยอะมากเค้าถึงจะมาบอกเวลา
คิดว่าเค้ากำหนดไว้ใช้ยามจำเป็น คนก็ว่าอะไรเค้าไม่ได้เพราะในกฎมันมี
กับลูกค้าที่ดีๆ คุณก็หยวนๆ กับลูกค้าแบบนี้คุณก็อ้างกฎได้”

“18.00-00.00 น. ทำไมอยูได้นานจัง ไม่เบื่อเหรอ”

“ทำราคาใหม่ 139 จำกัด 3 ชม. 169 ไม่จำกัดเวลา แบ่งโซนไปเลย”

“เห็นใจร้านนะ คงคิดไม่ถึงว่าจะมีกรณีแบบนี้ด้วย แนะนำให้กำหนดเวลาค่ะ ราคาถูกมาก ให้กินทั้งคืนคงไม่ไหว ซักสองชั่วโมงก็โอเคแล้ว”

“นั่งกินยาวจนเที่ยงคืนพอรับได้ แต่มีเดินไปย่อยกลับมากิน พ่อแม่สอนมายังไง แนะนำให้กำหนดเวลา ว่าเกิน 3 ชม. คิด ชม.เพิ่ม 139 บาท อะไรประมาณนี้ไปเลย จะได้ตัดปัญหาลูกค้านั่งแช่ด้วย”

“ควรมีเงื่อนไขค่าปรับต่างๆ เช่น ทานไม่หมดคิดชิ้นละเท่าไหร่, 100 กรัมๆ ละเท่าไร, น้ำจิ้มเหลือคิด xx บาท หรือทานเกินเวลาทุกๆ 10 นาที คิด 20 บาท
สิ่งสำคัญ คือ พนง. ต้องแจ้งเตือนก่อนปรับจริง ถือว่าแจ้งให้ทราบแล้ว
ส่วนความเป็นจริง จะปรับเงินหรือไม่ปรับเงิน อยู่ดุลยพินิจเจ้าของร้านอีกที
เคยทานเกินเวลาไปบ้าง เพราะมีลูกเล็กไปด้วย เด็กทานช้า / มัวแต่เล่น / เราก็ไม่ได้ทานมัวแต่ป้อนลูก บางร้านเข้าใจ ก็ไม่ปรับค่ะ”

“เข้ามาขำค่ะ กินจนท้องจะแตกยังจะห่วงกิน วิธีการคือเดินตามหลังไปถ่ายวิดีโอ
ให้เขางงว่าถ่ายไปทำไม ถ้าถามก็ตอบไปตามจริง เอาแบบแรงๆ คือถ่ายลง social media มันจะเป็นพลังส่งต่อที่ดีที่สุด”

เมื่อสมาชิกพันทิพต่างๆ ได้เข้ามาแสดงความเห็นอันหลากหลายแล้ว เจ้าของกระทู้ จึงได้เข้ามาคอมเมนต์ เพื่อบอกถึงแนวทางที่ได้จากการตั้งกระทู้ครั้งนี้ว่า

“ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นค่ะ ร้านได้คำแนะนำหลายอย่างที่เป็นประโยชน์เพื่อนำไปใช้และปรับปรุง
1.ทางร้านตัดสินใจที่จะไม่ตั้งกฎกำหนดเวลาเหมือนเดิม เพราะสิ่งนี้เรียกลูกค้าได้มาก
2.การบริการ เสิร์ฟอาหารให้ ลูกค้าไม่ต้องลุกไปตักเองยังคงเหมือนเดิม เพราะหากลูกค้าไปยืนรุมแย่งกันตัก คงเป็นภาพที่ไม่น่าดูรวมถึงสถานการณ์โรคระบาดตอนนี้ หากต้องหยิบที่หนีบอาหารต่อกันหลายๆ คน ก็ไม่ปลอดภัยเช่นกัน
3.ราคา 139 บาท ตั้งเพื่อให้ทุกคนที่งบน้อยได้กินทั่วถึงกัน หากปรับราคาเพิ่มขึ้นลูกค้าก็ต้องลดลง เอาที่สบายใจทั้งสองฝ่ายค่ะ
4.ร้านได้สั่งทำป้ายใหญ่ๆ “ห้ามเดินออกนอกร้านและเข้ามากินใหม่”
5.สำหรับลูกค้า 2 คนนั้น มีปฏิกิริยาเล็กน้อยเมื่อเห็นป้าย มีงอแงขอไปห้องน้ำ ไปเดินเล่นค่อยกลับมาได้ไหม ซึ่งทางร้านพูดดีๆ ว่าไม่ได้จริงๆ ค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ สรุปนั่งกิน 2 ชั่วโมงจ่ายเงินจบ ก่อนกลับบ่นนิดๆ ไม่ได้เดินย่อยกินไม่คุ้มเลย แม่ค้าได้แต่ไหว้ขอบคุณงามๆ
6.ทางร้านมีห้องน้ำแยกชาย-หญิง พร้อมความสะอาดเรียบร้อย ไม่จำเป็นต้องออกไปเข้าห้องน้ำข้างนอก”