‘ทนายเดชา’ สะกิด ‘ทนายตั้ม’ หน้าแตกไปช่วยลุงพลไม่ได้ อ้างโควิด แนะควรรู้ กม.ก่อนไปหาความจริง
เป็นโศกนาฏกรรมที่ยังไม่มีบทสรุป สำหรับคดีการหายตัวไปของ “น้องชมพู่” ที่ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นวงกว้าง ขณะเดียวกันก็ทำให้หมู่บ้านกกกอก เป็นที่รู้จักขึ้นมาพร้อมๆ กับชื่อเสียงของ “ลุงพลและป้าแต๋น” ที่มากขึ้น ถึงขั้นมีกลุ่มแฟนคลับคอยให้กำลังใจลุงพลในการพิสูจน์ความจริงว่าไม่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของน้องชมพู่
ซึ่งล่าสุด ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์คดีดังกล่าว มีรายงานข่าวว่า ลุงพล ได้ติดต่อให้ ทนายตั้ม หรือ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขามูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ มาเป็นผู้ว่าความให้ในคดีครั้งนี้ ซึ่งทนายตั้มก็ได้ออกตัวว่าก่อนจะรับว่าความขอลงพื้นที่เพื่อไปคุยกับลุงพลตัวเป็นๆ ก่อนตัดสินใจ (‘ทนายษิทรา’ เผยจันทร์นี้จะไปบ้านลุงพลที่กกกอก ขอพูดคุยก่อนจะตัดสินใจรับว่าความ)
ทว่าล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มกราคม ทนายตั้ม ได้โพสต์ชี้แจงว่าเนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ กรุงเทพฯ นับเป็นพื้นที่สีแดง เป็นจังหวัดเสี่ยง มีการแจ้งว่าทนายตั้มต้องกักตัว 14 วัน จึงทำให้ไม่ได้ไปพบกับลุงพล (ทนายษิทรา งง! สสจ.มุกดาหารข่มขู่เอาผิด หากลงพื้นที่กกกอกแล้วไม่กักตัว)
ในวันเดียวกัน นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ได้โพสต์ถึงกรณีกล่าวผ่านเฟซบุ๊กว่า “#หน้าแตกเดินทางไปกกกอกช่วยลุงพลไม่ได้


