ที่มา April Fool’s Day วันโกหกของโลก

วันที่ 1 เมษายนของทุกปี ถือเป็นอีกวันหนึ่งที่คนทั่วโลกนิยมแกล้งเพื่อนๆ หรือคนสนิทของตนด้วยการแกล้งโกหกในเรื่องต่างๆ เนื่องด้วยเป็นวัน “April Fool’s Day” หรือวันเมษาหน้าโง่ หรือถ้าให้สุภาพสักหน่อยคงต้องเรียกว่าเป็นวันโกหกของโลก และแม้ว่าวันนี้เองจะไม่ใช่วันสำคัญในวัฒนธรรมไทยอย่างเป็นทางการ แต่ในปัจจุบันเองคนไทยก็รับเอาวัฒนธรรมนี้เข้ามาหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ตามกระแสทางสังคมและยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ต้นกำเนิดของวัน “April Fool’s Day” สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16-19 ในแถบประเทศทางยุโรป เช่น ฝรั่งเศส กรีก เป็นต้น ซึ่งจะมีการเฉลิมฉลองกันโดยผู้คนจะเล่นมุกตลก “โกหก” หรือเล่าเรื่องหลอกลวงให้อีกฝ่ายหนึ่งฟัง และจะออกมาเฉลยในวันต่อมานั่นเอง

มีบันทึกโบราณพบว่าต้นกำเนิดของวัน “April Fool’s Day” นั้น เกิดขึ้นใกล้เคียงกับเทศกาลฮิลาเรียของโรมันที่จัดขึ้นในวันที่ 25 มีนาคมนั่นเอง

จากตำนานแคนเตอร์บรี ของชอเซอร์ (ค.ศ. 1392) เล่าว่า สมัยนั้นมีการเขียนบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานแม่ชีและพระ (Nun’s Priest’s Tale) ซึ่งเรื่องนี้มีการทำสำเนาเอาไว้หลายแผ่น จนเกิดการคัดลอกผิดพลาดเกี่ยวกับการระบุวันที่จากเดิมพูดถึง 32 วันหลังเดือนเมษายน นั่นก็คือวันที่ 2 พฤษภาคม แต่ถูกทำสำเนาผิดเป็น 32 วันหลังมีนาคม ซึ่งก็คือวันที่ 1 เมษายน ทำให้ความหมายเปลี่ยนไป พอคนรุ่นหลังๆ มาอ่านบันทึกที่ไม่เหมือนกัน ก็เข้าใจไปว่าตำนานฉบับคัดลอกเป็นเรื่อง “โกหก” ซึ่งก็มีความเชื่อมโยงกับวันที่ 1 เมษายนนั่นเอง

อีกหนึ่งทฤษฎีเชื่อว่าวัน “April Fool’s Day” มีความเชื่อมโยงกับการกำหนดให้วันที่ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่ โดยแต่เดิมในยุคกลางนั้น วันขึ้นปีใหม่ของชาวยุโรปคือวันที่ 1 เมษายน ต่อมาในปี ค.ศ. 1592 พระสันตปาปาเกรเกอรี่ได้ประกาศใช้ปฏิทินใหม่สำหรับชาวคริสต์ ทำให้วันขึ้นปีใหม่ถูกเปลี่ยนไปเป็นวันที่ 1 มกราคมนับแต่นั้นเป็นต้นมา

และเนื่องจากปัญหาด้านการสื่อสารที่ล่าช้าในยุคนั้น ยังคงมีประชาชนบางส่วนที่ไม่รู้หรือรู้แต่ไม่เชื่อเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว พวกเขายังจัดงานฉลองวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายนตามเดิม ทำให้คนอื่นๆ พากันเรียกพวกเขาว่า ” พวกเมษาหน้าโง่” (April Fools) นั่นเอง

หัวใจของการโกหกในวัน April Fool’s Day คือความตลก โดยเรื่องที่โกหกต้องอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ต้องไม่ทำอันตรายให้คนอื่น หรือไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น และต้องไม่เกี่ยวกับความเป็นความตาย เพราะฉะนั้นการสร้างกลอุบายที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือจะต้องทำให้ทุกคนหัวเราะได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของวันแห่งความสนุกสนานนี้

ที่มา : matichonacademy

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“สุรชัย” เชื่อ ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประชามติ ผ่านวาระ 3 ได้ ย้ำ ห่วงปมยังไม่ได้กำหนดจำนวนปชช.เข้าชื่อขอทำประชามติ
บทความถัดไปPEA ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านไฟฟ้าผ่านการเล่น สร้างสนามเด็กเล่น “PEA THE POWER PLAYGROUND” ของโครงการ “เซฟไทย”