‘พนง.ดึงหู’ แชตหาคู่กรณี วอนขอโทษผ่านมือถือ ผู้เสียหายเคลียร์ทุกประเด็น ขอทุกคนเคารพการตัดสินใจ

4.04.21 | 18:22 น.

‘พนง.ดึงหู’ แชตหาคู่กรณี วอนขอโทษผ่านมือถือ ผู้เสียหายโพสต์เคลียร์ทุกประเด็น ขอทุกคนเคารพการตัดสินใจ

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pim Pawinee หรือ น.ส.ภาวินี (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี เปิดเผย 2 คลิปวิดีโอขนาดสั้น พร้อมสเตตัสที่เผยให้เห็นถึงพฤติกรรมพนักงานร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง ทำกิริยาไม่ดีใส่ ทั้งดึงหู บีบแขน ดึงหน้ากากอนามัยออกแล้วโยนออกไปนอกร้าน ทั้งนี้ น.ส.ภาวินี ระบุว่า ตนเป็นเพียงนักศึกษาคนหนึ่งที่ต้องการไปสมัครงานร้านดังกล่าวเท่านั้น

ต่อมา บริษัท ไวน์คอนเน็คชั่น โดยนางพรทิพา ธนาคม ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล ออกเอกสารชี้แจงกรณีดังกล่าว เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นที่ ร้าน Wine Connection ปัจจุบันพนักงานผู้ก่อเหตุได้พ้นสภาพการเป็นพนักงานของบริษัทแล้ว

ขณะที่ น.ส.ภาวินีเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบัง เพื่อเป็นหลักฐานสำหรับการขอตรวจสอบภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดในร้าน เพื่อยืนยันว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ และไม่ได้เริ่มก่อน

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้ลงในบันทึกประจำวัน ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

Advertisement

อ่านข่าว : สาวโวย สมัครงานร้านอาหารดัง เจอ พนง.สุดแย่ ดึงหู-กระชากแมสก์-ชี้หน้า ผู้จัดการยันจะออกใบเตือน
‘พนง.ดึงหู’ พ้นสภาพแล้ว ร้านอาหารดังแจง พฤติกรรมไม่เป็นตัวอย่างขององค์กร ยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง
สาวโพสต์เฟซถูกอดีตพนง.ร้านไวน์ดังกระชากหน้ากาก ดึงหู เข้าแจ้งความ

1 เมษายน น.ส.ภาวินี เปิดเผยความคืบหน้าทางเฟซบุ๊กส่วนตัวบัญชี Pim Pawinee ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อมาบอกว่างคงเอากล้องมาให้ไม่ได้ เพราะทางร้านไม่ได้เสียบปลั๊กไว้ โดยตนจะโพสต์ชี้แจงอีกครั้ง หรือไม่อาจจะไลฟ์สด

ล่าสุด ช่วงเย็นวานนี้ (3 เมษายน) น.ส.ภาวินี ระบุว่าคู่กรณีได้ทักข้อความมาทำการขอโทษแล้ว พร้อมกันนี้ยังชี้แจงทุกข้อสงสัย ไม่ว่าจะเรื่องคดีความ การใช้เสียงดังในคลิป รวมทั้งการนำหลานไปในวันสมัครงานด้วย

น.ส.ภาวินีกล่าวว่า เรื่องที่จะขอชี้แจงในวันนี้นะคะ ทุกคนคงทราบดีว่าสองสามวันมานี้มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นกับตัวหนู ซึ่งมีหลายคนมากที่ได้เข้าใจและอยู่ข้างๆ หนู ซึ่งหนูขอบคุณพี่ๆ ทุกคนมากๆ และหนูก็ขอยืนยันว่าสิ่งที่หนูพูดไปในไลฟ์สดนั้น หนูไม่ได้แต่งเรื่องหรืออะไรทั้งสิ้น

“เรื่องที่หนูอยากจะพูดนะคะ 1) เรื่องคดีความ เนื่องจากตอนนี้หนูยังเอาผิดอะไรทางนั้นไม่ได้นะคะ เพราะทางกฎหมายแล้วยังไม่ถือว่าเป็นการทำร้ายร่างกาย เท่าที่ตำรวจได้พูดมานะคะ

“ตอนแรกก็ว่าจะรอเอาคลิปมาดู ไปๆ มาๆ อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเอาคลิปมาให้หนูได้ เนื่องจากทางร้านไม่ได้เสียบปลั๊ก เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 หรือร้านปิดตัวไปนานนี่แหละหนูจำได้ไม่หมดเลยขอไม่พูดส่วนนี้นะคะ

“สรุปก็คือไม่มีหลักฐานเอาผิด แต่ถ้าหนูติดใจเอาความทางตำรวจก็จะดำเนินการให้ในส่วนนี้

อ่านข่าว : สาวโดน พนง.ดึงหู เผยตำรวจติดต่อมาแล้ว บอก คงให้กล้องวงจรปิดไม่ได้ ร้านอาหารดังไม่ได้เสียบปลั๊ก

2) เรื่องการพูดเร็วในไลฟ์สด ทำให้ใครหลายๆ คนตำหนิหนูมา หนูน้อมรับนะคะ และหนูจะนำไปแก้ไขปรับปรุงตัวเอง หนูดูไลฟ์เองก็ยังคิดว่าทำไมพูดเร็วขนาดนี้ แต่ตอนนั้นหนูตื่นเต้นมากด้วยค่ะ หนูไม่เคยมีไมค์มาจ่อหน้าแบบนี้มาก่อน แล้วหนูก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดแบบไหน พิธีการยังไง อารมณ์หนูก็เหมือนเล่าเรื่องให้เพื่อนฟังค่ะ ส่วนนี้น้อมรับคำติชมที่พูดจาไม่ดี

“แต่หนูอยากให้ทุกคนที่คอมเมนต์แรงๆ ย้ำคิดสักนิดว่าสิ่งที่พิมพ์มานั้นมันแรงไปรึเปล่า ส่วนตัวหนูหนูโอเคนะคะ แต่พ่อแม่ครอบครัวหนูเค้าต้องมาเจอแบบนี้มาเห็นคนที่ด่าลูกตัวเอง เค้าก็เครียดแทนหนู หนูอยากให้พี่ๆ ช่วยหยุดใช้ถ้อยคำที่รุนแรง และตำหนิติเตียนหนูด้วยคำแนะนำดีๆ ให้หนูพัฒนาด้านการพูดการวางตัวจะดีกว่า

3) เรื่องพี่คนในคลิป ตอนนี้พี่เค้าติดต่อหนูมาแล้วนะคะ เมื่อวันพุธที่ เวลา 16.57 น. และหนูขอโทษจริงๆ ที่เพิ่งจะตอบไปเมื่อวานเนื่องจากคนแชตมาหาหนูเยอะมาก ทำให้ไม่เห็นแชตพี่เค้า

“สำหรับหนูแล้วถ้าเค้าสำนึกผิดจริงๆ หนูก็ไม่อยากติดใจเอาความอะไร เพราะสิ่งที่พี่เค้าเจอมันก็คงหนักพอสมควรแล้ว และหนูหวังว่าเหตุการณ์ในวันนั้นมันจะเป็นบทเรียนที่มีค่าของหนูและพี่เค้าในการทำงานและการใช้ชีวิตต่อไป

“และหนูหวังว่าการตัดสินใจของหนูในเรื่องนี้ ไม่ว่าหนูจะยอมความหรือจะสู้คดี อยากให้พี่ๆ และคนรอบข้างของหนูเคราพในการตัดสินใจของหนูนะคะ ขอบคุณค่ะ

“และในส่วนของ เรื่องหลาน มีหลายคนบอกว่า ไปสมัครงานเอาหลานไปทำไม คือหนูคิดว่าไปสัมภาษณ์เสร็จจะไปกินบิงซูกันต่อ และหลานหนูก็นั่งรออยู่ตรงโซนที่นั่งที่ทางห้างเตรียมไว้ ไม่ได้ไปนั่งในส่วนร้านนะคะ หนูอยากให้ทราบในจุดนี้ด้วย

“ที่สำคัญหนูอยากให้ทุกคนเข้ามาสอบถาม และดูที่เฟซบุ๊กหนูจะดีกว่า อย่างน้อยฟังจากเจ้าตัวคงดีที่สุดแล้ว แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณสื่อที่ช่วยกระจายข่าวของหนู และที่สำคัญกำลังใจจากพี่ๆ ทุกคนที่มีให้หนู แม้ว่าจะไม่รู้จักกันมาก่อนก็ยังปกป้องหนู

“หนูเห็นทุกคอมเมนต์ที่ออกตัวแทนหนู และอธิบายเรื่องราวให้บางคนที่ยังไม่ได้ติดตามข่าวนี้ได้รับทราบถึงเรื่องราว หนูไม่รู้จะขอบคุณพวกพี่ๆ และน้องๆ ยังไงแต่ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

“ปล.ตอนแรกหนูจะอัดวิดีโอ แต่เสียงที่บ้านดังมาก ทั้งแมวร้อง ทั้งพ่อเรียกกินข้าวทุก 5 นาที เลยพักอัดคลิปมาพิมพ์แทนดีกว่า ขอบคุณที่ติดตามข่าวสารนะคะ ต่อจากนี้ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของทางตำรวจต่อไป ถ้าเรื่องจะเงียบ หรือพี่คู่กรณีไม่อยากมาขอโทษ หรือเปิดใจคุยกันซึ่งๆ หน้า อันนี้หนูคิดว่าคงเป็นสิทธิของเค้า แต่ในส่วนสิทธิของหนู หนูคิดว่าหนูปกป้องตัวเองและทำเต็มที่แล้ว ขอบคุณค่ะ”