ความรู้เรื่อง’ทศกัณฐ์’จาก อ.อักษรศาสตร์ จุฬาฯ-‘วัฒนธรรมย่อมเปลี่ยนไปตามผู้เสพ’

มีการแชร์บทความจากเพจ สาขาวิชาภาษาเอเชียใต้ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชานป์วิชช์ ทัดแก้ว อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาเอเชียใต้ ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลเเละความรู้เกี่ยวกับ “ทศกัณฐ์” ระบุว่า

มีดราม่าอีกแล้ว จากเรื่อง “โขน” มาถึงเรื่อง “ทศกัณฐ์” ในสื่อที่กำลังเป็นประเด็นร้อน สาขาวิชาของเราไม่อาจเอื้อมไปตัดสินว่าใครผิดหรือใครถูก ขอให้เป็นเรื่องอภิปรายกันในสังคมไทยของผู้รู้นักวิชาการด้านนาฏศิลป์ วัฒนธรรมและคนในสังคมเอง

ข้างหนึ่งก็หัวอกผู้ “อนุรักษ์” อีกข้างก็หัวอกผู้ “รัก” ที่ชื่นชมและอยากให้ตัวละคอนโขนมีชีวิตโลดเล่นในสื่อร่วมสมัย ท่านผู้อ่านจะนิยมอย่างไรก็สุดแต่ใจตนเถิด ที่จะเขียนนี้จะเล่าเรื่องทศกัณฐ์ ในข้างสันสกฤตให้ฟังเป็นเกร็ดความรู้ก็เท่านั้น

ทศกัณฐ์ในรามเกียรติ์ของเรา มีชื่อจริงๆ ว่า “ราวณะ” หรือเรียกแบบไทยๆ ว่า “ราพณ์” เป็นลูกครึ่ง ที่ว่าครึ่งก็คือ ในทางสันสกฤต ราวณะเป็นโอรสของมุนี “วิศรวัส” (วิ-ศฺระ-วัส) บุตรของฤษี “ปุลัสตยะ” ซึ่งเป็นหนึ่งในฤษี ๗ ตน ที่พระพรหมสร้างขึ้นจากความคิด ที่เรียกว่า มานัสบุตร กับ “นางไกกสี” หรือ “นางไกเกสี” ธิดาจอมรากษส “สุมาลี” หรือ “มาลยวาน” หรือ “มาลี” ราวณะจึงเป็นลูกครึ่ง ข้างหนึ่งเป็นวงศ์พรหม วรรณะพราหมณ์ เป็นครึ่งเทพกับครึ่งรากษส มีพี่น้องร่วมอุทร ได้แก่ กุมภกรฺณะ “มีหูดั่งหม้อ” วิภีษณะ “มีความน่าเกรงขาม น่ากริ่งเกรงอย่างยิ่ง” (ไทยเรียกพิเภก) ทูษณะ “มีการปองร้าย การทำร้ายหมายขวัญ” ขระ “หยาบ คม ดุร้าย” (นอกจากนี้เรามีตรีเศียรด้วย) น้องสาวคนสุดท้อง ชื่อ ศูรปณขา “นางเล็บกระด้ง” (ไทยเรียกสำมนักขา)

นอกจากนี้ ราวณะ หรือ ทศกัณฐ์ ยังมีพี่ชายต่างแม่อีกคนที่สำคัญ คือ กุเพระ (ท้าวกุเวร) หรือเรียกว่า ไวศวณะ (ท้าวเวสสุวรรณ) เป็นโอรสของมุนีวิศรวัสกับนางอิฑาวิฑา ข้างกุเพระนั้นเป็นวงศ์ยักษ์ เดิมครองกรุงลงกามาอยู่ก่อน มีของสำคัญคือ บุษบก (เป็นยานรูปดอกไม้ เหาะได้) แต่โดนราวณะ น้องชายต่างแม่ แย่งไปทั้งเมือง ทั้งบุษบก ตนเองต้องหนีไปสร้างเมืองใหม่ชื่อ “อลกา” อยู่ทางเหนือแถบหิมาลัย กุเพระนั้นเป็นจอมยักษ์ และเป็นเทวดารักษาทิศ (โลกบาล) ทางทิศเหนือ

เมื่อลองมาไล่วงศ์กัน

ข้างอินเดีย

พระพรหม > ฤษีปุลัสตยะ > ฤษี หรือ มุนีวิศรวัส + นางไกกสี (ธิดารากษส สุมาลี หรือ มาลี) > ราวณะ แอนด์น้องๆ

ข้างไทย

ท้าวจตุรพักตร์ หรือธาดา (เป็นผู้ครองกรุงลงกาองค์แรก มีน้องชื่อ มาลีวรราช หรือ มาลีวัคคพรหม) + นางมลิกา > ท้าวลัสเตียน + รัชฎา > ราพณ์ (ทศกัณฐ์) แอนด์น้องๆ

จะเห็นว่าที่น่าสนใจอยู่ตรงที่

๑. จตุรพักตร์ (ปู่ของทศกัณฐ์) เป็นพรหมพงศ์ เป็นราชาครองกรุงลงกาองค์แรก ที่จริงชื่อ จตุรพักตร์ (มีสี่หน้า) หรือ ธาดา (ส. ธาตฤ ผู้สร้าง) ต่างก็เป็นพระนามของพระพรหมทั้งสิ้น ข้างอินเดียพระพรหมเป็นต้นวงศ์จริง ถือเป็นทวดของราวณะ

๒. ข้างอินเดีย “ปุลัสตยะ” เป็นฤษีในคณะสัปตรฺษี (ฤษี ๗ ตน) เป็น “ปู่” ของราวณะ แต่ข้างไทย บอกว่าเป็นพ่อของทศกัณฐ์ เราเรียกว่า ท้าวลัสเตียน เป็นจอมอสูร จอมยักษ์ครองกรุงลงกา เป็นเจเนอเรชั่นที่ ๒ ไปแล้ว

๓. ฤษี หรือ มุนีวิศรวัส พ่อของราวณะข้างอินเดีย ข้างไทยไม่รู้จัก ลูกใครหว่า? ไทยลดหายไปเจเนอเรชั่นหนึ่ง

๔. พี่ต่างแม่ของทศกัณฐ์ ชื่อ กุเปรัน เกิดจากท้าวลัสเตียนกับนางศรีสุนันทา อันนี้เฉียดๆ กับข้างอินเดีย ชื่อ กุเปรัน ฟังดูเป็นสำเนียงทมิฬมาก สันสกฤตเรียก กุเพระ (Kubera) ไม่ใช่ลูกของปุลัสตยะ แต่เป็นลูกของวิศรวัส ลูกของปุลัสตยะอีกที ดังนั้น ข้างอินเดีย ปุลัสตยะ จึงเป็นปู่ของทั้งท้าวกุเวรและทศกัณฐ์ ลังกาบดี

๕. ความพ้องแปลกๆ อีกประการคือ ชื่อ สุมาลี หรือ มาลี ที่เป็น “ตา” ของราวณะ มาข้างไทย กลายเป็นว่า เป็น ปู่น้อย คือ เป็นน้องชายของท้าวจตุรพักตร์ ปู่ของทศกัณฐ์ แถมเป็นพรหมอยู่เมืองฟ้าอีกด้วย

เรื่องรามเกียรติ์ของเรา คงเป็นวรรณคดีมุขปาฐะเล่าสืบต่อกันมาหลายข้าง เลยมีเรื่องหลายเรื่องต่างจากฉบับของวาลมีกิ หาที่มายังไม่ได้ก็มาก อาจจะมาจากอินเดียหลายสำนวน หรืออาจจะไม่ได้รับมาตรงๆ แต่รับผ่านวัฒนธรรมอื่นมาก็ได้ และมีการแต่งเติมเรื่องราวเอง ดัดแปลงให้สนุกดังใจเรา ตามรสนิยมของไทยเรา

วัฒนธรรมอะไรๆ ก็ตาม เช่น วรรณกรรม ภาษา ประเพณี ดนตรี นาฏศิลป์ เป็นต้น ย่อมปรับเปลี่ยนไปตามรสนิยมผู้เสพ ตามยุคตามสมัย รามายณะเองก็มีหลายสำนวน การแสดงก็มีหลายแบบ ทำเป็นละครโทรทัศน์ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ฯลฯ แถมตัวละครยังถูกนำไปใช้ในด้านต่างๆ เช่น การรณรงค์ การโฆษณาเชิงพาณิชย์ เมื่อรามายณะยังมีการผลิตซ้ำ มีพลวัต รามายณะจึงยังเป็นเรื่องราวประทับใจของชาวอินเดียเสมอมา และจะเป็นอมตะต่อไป เพราะมีผู้เสพและรักที่จะเรียนรู้เรื่องราวอยู่ตลอด

31

เครดิตภาพประกอบ จาก indicreative.com/wp-content/uploads/2012/01/jetta_ravan.preview.jpg เป็นภาพทศกัณฐ์ หรือ ราวณะ ยอมทิ้งหัวตัวเองลงตะกร้า ให้หัวพอดีที่จะเข้าไปนั่งขับรถยี่ห้อนี้ได้

บทความก่อนหน้านี้“ซูโทเปีย” ภาพยนตร์แอนิเมชันที่มีอะไรมากกว่า “หนังการ์ตูน” ทั่วไป (คลิป)
บทความถัดไปยู-19ปีไทยซัดทดเจ็บดับ ‘ติมอร์ เลสเต’ 2-1 ทะยานชิงบอลอาเซียน