อ.เจษฎา เตือนเครื่องฟอกอากาศห้อยคอไม่กันโควิด-19 ชี้เป็นการหลอกขายของ

อ.เจษฎา เตือนเครื่องฟอกอากาศห้อยคอไม่กันโควิด-19 ชี้เป็นการหลอกขายของ

อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความเตือนถึงผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าเป็นเครื่องฟอกอากาศพกพาแบบห้อยคอที่ถูกนำมาประกาศขายว่าสามารถใช้ป้องกันไวรัสโควิด-19 ได้ว่าไม่เป็นความจริง โดยบริษัทผู้ผลิตเครื่องฟอกอากาศรายหนึ่งได้ออกประกาศยืนยันว่าอุปกรณ์ไม่ได้มีคุณสมบัติในการป้องกันหรือฆ่าเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด โดยข้อความระบุว่า

ด่วน !! ครับ บริษัทเจสโด (ประเทศไทย) ผู้ผลิต “เครื่องฟอกอากาศแบบพกพา SpaceAir F0” ออกประกาศเตือนว่า “เครื่องของตนเอง ไม่ได้มีคุณลักษณะ หรือประสิทธิภาพในการป้องกันหรือฆ่าเชื้อโรค covid-19 แต่อย่างไร” !!

โดยบอกว่า มีผู้ไม่หวังดีหรือผู้ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ในคุณลักษณะและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีคุณลักษณะหรือประสิทธิภาพในการป้องกันหรือฆ่าเชื้อโรค covid-19 ได้
โดยบริษัทได้พยายามระมัดระวังและไม่เคยโฆษณาให้เกิดความเข้าใจผิดในคุณสมบัติและคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ หากลูกค้าผู้มีอุปการคุณท่านใดพบเจอการกระทำความผิดดังกล่าว รบกวนแจ้งมาที่บริษัท บริษัทจะดำเนินการแก้ไขและลงโทษผู้กระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป

อันนี้ น่าจะตอบคำถามที่ผมได้มาเกือบทุกวันนะครับ ว่าเจ้าเครื่องที่เห็นนี้ สามารถใช้ป้องกันฆ่าเชื้อโรคโควิด -19 โคโรนาไวรัส ได้อย่างที่โฆษณาหรือเปล่า
ซึ่งทางบริษัทเขาเองยืนยันว่าไม่ได้ !! แต่น่าจะมีการนำไปโฆษณาหลอกลวงขายของมากมาย
โดยเฉพาะจะเห็นว่า มักจะเอาไปบริจาคตามสถานพยาบาลต่างๆ หรือหน่วยงานราชการ ให้มีการใช้คล้องคอถ่ายรูป แล้วนำไปโฆษณาต่อ เพื่อให้คนหลงเชื่อ
ดังนั้น ถ้าใครจะคิดจะซื้ออุปกรณ์คล้องคอแขวนคอ “ไม่ว่าจะยี่ห้อไหน แบบไหนก็ตาม” ป้องกันโรคโควิด-19 ทั้งหมดเป็นเรื่องหลอกลวงขายของนะครับ !!
ลองอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม จากบทความเก่าด้านล่างผมได้ครับ
ทั้งนี้ เกี่ยวกับเครื่องฟอกอากาศแบบพกพาแบบแขวนคอที่อ้างว่าใช้การสร้างประจุลบ หรือไอออนลบบริสุทธิ์ในการดักจับฝุ่นหรือ PM2.5 นั้น อ.เจษฎาเคยโพสต์เอาไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2562 ระบุว่า
“สร้อยสร้างประจุลบ” เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของอุปกรณ์ที่อ้างว่าเอามาใช้ในการสู้ฝุ่นละออง PM2.5 ได้ แต่จริงๆ มันก็ไม่เวิร์กหรอกครับ คลิปพวกนี้สังเกตว่าเขาจะเอามาทดลองให้ดูใน “ภาชนะปิด” ทำให้ควันมันหายไป ซึ่งตามหลักก็คือมันจะตกลงสู่พื้นเพราะประจุไฟฟ้าลบจับลงมา แต่ในสภาวะจริง รอบใบหน้าของเราไม่ใช่ภาชนะปิด ดังนั้น ถ้ามันจับฝุ่นได้ มันก็จะมีอากาศใหม่เปื้อนฝุ่นเข้ามาตลอดเวลา ให้เราหายใจเข้าไป ซึ่งเครื่องพวกนี้ก็ไม่ได้มีกำลังแรงเพียงพอ ขนาดจะทำให้ฝุ่นรอบหน้าเราหายไปหมดในพริบตา
“เครื่องสร้างประจุลบ ไม่เหมาะที่จะเอามาสู้กับฝุ่น PM2.5” มีคำถามเข้ามามาก เกี่ยวกับเครื่องสร้างประจุลบ (negative ionizer) ซึ่งมีทั้งแบบที่ติดตั้งในพัดลม หรือแบบที่ดูขำๆ อย่างทำเป็นสร้อยห้อยคอ ว่าจะสามารถกำจัดฝุ่นละออง PM2.5 ได้หรือไม่ เพราะบางทีก็ทำเป็นคลิปโชว์เลยว่า “ควันบุหรี่” ที่เป่าลงไปในแก้วน้ำ พอใส่เครื่องต่อเข้าไป ควันก็หายไปเลย” ตนขออธิบายก่อนว่า “มันไม่เวิร์กพอสำหรับฝุ่น PM2.5” ถ้าเป็นเครื่องฟอกอากาศที่มีฟิลเตอร์แบบ HEPA ถึงจะพอสู้กับฝุ่นได้ ซึ่งเครื่องสร้างประจุลบเพื่อทำให้อากาศบริสุทธิ์ขึ้นนั้น มีขายอยู่มากมายหลายยี่ห้อ หลายลักษณะ โดยอ้างว่าสามารถกำจัดฝุ่น PM2.5 ได้ในเวลาไม่ถึงนาที ราคาก็ถูกกว่าเครื่องฟอกอากาศแบบมีแผ่นกรองมาก
หลักการทำงานของเครื่องพวกนี้คือ มันจะสร้างประจุลบขึ้นมา และยิงออกไปในอากาศ ประจุลบพวกนี้จะไปจับกับฝุ่น แล้วทำให้ฝุ่นตกลงมาติดกับพื้น ไม่ว่าจะพื้นห้อง พื้นบ้าน เตียง หรือแม้แต่เสื้อผ้าเรา (ถ้าเป็นแบบห้อยคอ) “ปัญหาคือ เราไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า เพราะฝุ่นมันเล็กมาก หรือแค่โม้ๆ ขายของ” อย่างไรก็ตาม ได้เคยมีการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ พบว่า บรรดาเครื่องทำอากาศบริสุทธิ์ที่วางขายอยู่นั้น ไม่ได้มีกำลังแรงพอที่จะทำให้เกิดผลกระทบกับฝุ่นละอองจิ๋ว PM2.5 ได้อย่างที่อ้างกัน ถ้าจะให้ได้ผลในการกำจัดฝุ่น เครื่องพวกนี้จะต้องมีกำลังแรงสูงมากในการปล่อยประจุลบออกมา …
ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ก็จะเกิดอันตรายตามมา คือ มันจะสร้าง “โอโซน” ซึ่งเป็นก๊าซพิษ และถึงมันจะทำให้ฝุ่นตกลงสู่พื้นได้จริง ก็จะเกิดปัญหาตามมาอีก คือ มันก็จะไปติดตามผนัง เตียงนอน เสื้อผ้า ฯลฯ ซึ่งเราทราบดีว่า ฝุ่นละออง PM2.5 มันนำพาสารอันตรายมาด้วย ไม่ว่าจะสารหนู แคดเมียม ตะกั่ว นั่นกลายเป็นว่าเรามีสิทธิจะสัมผัสกับสารอันตรายมากขึ้นกว่าเดิมอีก “ดังนั้น ถ้าคิดจะฟอกอากาศให้กำจัดฝุ่น PM2.5 ออกไป ก็ควรเลือกใช้เครื่องที่มีแผ่นกรองฝุ่นในระดับ HEPA ฟิลเตอร์ดีกว่าครับ ฝุ่นจะติดอยู่ที่แผ่นกรองได้ดีมาก”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon