สาวเตือนภัย ไปฉีดยาเจอหมอให้ถอดกางเกง ก่อนลวนลาม เหยื่อคลินิกเดียวกันโผล่เพียบ

6.05.22 | 15:56 น.

สาวเตือนภัย ไปฉีดยาเจอหมอให้ถอดกางเกง ก่อนลวนลาม เหยื่อคลินิกเดียวกันโผล่เพียบ

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม โลกโซเชียลได้แชร์เรื่องราวของสาวรายหนึ่งซึ่งป่วยทอนซิลอักเสบเรื้อรังและปกติจะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลประจำ ทว่าวันเกิดเหตุเลิกงานเย็นจึงได้เดินทางไปคลินิกแทนด้วยอาการหนักจนทนไม่ไหว ทว่าหมอที่คลินิกได้บอกให้เธอถอดกางเกงเพื่อฉีดยา พร้อมกับบอกให้เขยิบจากกลางเตียงไปริมเตียงฉีดยา ก่อนจะรับรู้ได้ว่าหมอขยับเอวไปมาพร้อมกับเอาอวัยวะเพศมาถู ซึ่งสาวรายดังกล่าวได้เล่าเรื่องราวลงในโซเชียลหลายแพลตฟอร์ม จากที่ตอนแรกไม่แน่ใจว่าโดนลวนลามหรือไม่ ได้มีหญิงสาวหลายคนทักเธอมาพร้อมระบุว่า เคยประสบเหตุเดียวกัน พร้อมถามว่าใช่คลินิกชื่อนี้หรือไม่ และเมื่อตรวจสอบก็พบว่าเป็นคลินิกเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สาวรายดังกล่าวได้เข้าแจ้งความแล้วแต่เนื่องจากหลักฐานยังไม่เพียงพอ จึงระบุว่าหากใครเคยเจอเคสเช่นเดียวกันนี้สามารถติดต่อเธอเพื่อส่งหลักฐานเพิ่มเติมได้

โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ความว่า “จากที่เราได้ลงคลิปในสตอรี่ที่เราไปฉีดยา แล้วรู้สึกเหมือนโดนหมอลวนลาม เพื่อนหลายๆ คนคงเห็นบ้างแล้ว เราจะมาเล่าตั้งแต่เริ่มเลยนะคะ

คือเราเป็นทอนซิลอักเสบ เราเป็นบ่อยๆ มาตลอดหลายปีจนชิน ซึ่งปกติเราจะไปรักษาที่ รพ.ประจำ แต่เมื่อวาน (3 พฤษภาคม 2565) เราเลิกงานเย็น ที่ รพ.ประจำของเราหมอกลับไปหมดแล้ว ต้องทำการนัดเป็นวันอื่นแทน แต่เราเจ็บคอมากๆ จนไม่ไหว กลืนน้ำลาย กินข้าวแทบไม่ได้ เลยอยากฉีดยา เนื่องจากเราเคยฉีดแล้วมันจะหายเจ็บคอภายในวันเดียว รอบนี้เลยอยากรับการฉีดยา เพราะอยู่ในช่วงวันทำงานเลยอยากให้อาการเจ็บคอหายไวๆ เลยไปที่คลินิกนึงแถวๆ บ้านค่ะ ซึ่งเราเคยไปอยู่ 2-3 ครั้ง เพื่อไปทำใบรับรองแพทย์ที่นี่ แต่ไม่เคยรับการรักษาใดๆ พอเราไปหมอก็ออกมาถามอาการเราหน้าคลินิก เพราะอาการเราคล้ายโควิด เลยต้องตรวจเพื่อความชัวร์ ก่อนให้เข้าข้างใน หมอก็ตรวจ atk ให้เรา หมอบอกว่าถ้าขีดเดียวก็เข้ามาฉีดได้ สรุปเราไม่เป็น เลยได้เข้าไปข้างใน

ทั้งคลินิกมีแค่พนักงานผู้หญิงตรงเคาน์เตอร์ด้านหน้า และหมอผู้ชายคนนี้ หมอบอกให้เราเข้าไปนอนรอบนเตียง เราก็เข้าไปขึ้นเตียง พอหมอเตรียมยาเสร็จก็เข้ามา หมอบอกให้เราถอดกางเกง เราเลยงงๆ และถามว่าทำไมต้องถอด ต้องฉีดตรงก้นหรอคะ หมอบอกว่าใช่ เราก็งอแงๆ ไป ว่าน่ากลัว ปกติไม่ได้ฉีดก้นนะ แล้วเราก็ถอดกางเกงลงมาต่ำกว่าก้น เพราะเราไม่รู้จริงๆ ว่าเข็มจะต้องปักตรงบริเวณไหน

หมอบอกให้ถอดเราก็ถอด หมอถามว่าปกติไม่ได้ฉีดตรงนี้หรอ เราก็บอกไปว่าปกติฉีดตรงข้อพับแขน ไม่เคยฉีดตรงนี้เลย หมอก็บอกเราว่า แสดงว่าปกติอาการหนักนะ เพราะฉีดเข้าเส้นเลือดมันแรงกว่า แล้วก็ถามอาการเราไปเรื่อยๆ เหมือนซักอาการตามปกติ หมอบอกให้เรานอนตะแคง หันก้นมาฝั่งหมอ เราก็นอนตะแคงหันหน้าเข้ากำแพง หมอบอกให้เราเขยิบมาใกล้ๆ อีก เพราะเรานอนอยู่กลางเตียง เราก็เขยิบออกมาคิดว่าหมอจะได้สะดวกขึ้น หมอบอกให้เราเขยิบมาอีกๆ จนก้นเราอยู่ตรงขอบเตียง แทบจะยื่นออกมานอกขอบเตียงไปหน่อยๆ ด้วยซ้ำ แต่ตอนนั้นเราก็ไม่ได้เอะใจอะไรเลย หมอก็เลิกเสื้อเราขึ้นแล้วเริ่มฉีด เราถ่ายวิดีโอตอนแรกๆ ไว้ได้เพราะแค่จะส่งให้เพื่อนดูเฉยๆ แต่พอเราเห็นว่าหมอต้องเดินยานาน เราก็เกรงใจ แล้ววางโทรศัพท์ เลิกถ่าย

Advertisement

ตอนที่ถ่ายเราไม่เอะใจอะไรเลยสักนิดเดียว ถึงแม้ว่าหมอจะมาจับๆ นวดๆ กดๆ ตรงเอวเราแบบที่เห็นในคลิป เราก็คิดว่าคงเป็นการคลึงตัวยาหรืออะไรรึเปล่า คือเราไม่รู้อะไรเลยจริงๆ คิดว่าคือการรักษาของหมอตามปกติจนพอเราวางโทรศัพท์ลง หมอก็เริ่มมายืนพิงก้นเรา ตอนนั้นเรายังไม่คิดอะไร คิดว่าหมอคงเมื่อยแล้วมายืนพิงเตียง แล้วบังเอิญมาโดนตัวเรา จนกระทั่งหมอเริ่มขยับเอวซ้ายขวาไปมาเหมือนมาถูๆ ตรงก้นเรา แล้วดันตัวมาพิงเรา เราเริ่มแปลกๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจ จนรู้สึกได้ว่าหมอเอาอวัยวะเพศมาถูเราไปมา จนมันแข็งขึ้นเรื่อยๆ ตอนนั้นในหัวเรางงไปหมด ว่าใช่รึเปล่า เราโดนลวนลามหรอ มันเกิดอะไรขึ้นในหัวมันเรียบเรียงไม่ถูก โวยดีไหม แต่เข็มก็ยังปักคาสะโพกเราอยู่ คือเรานอนตัวแข็งไปเลย ยังคงอึ้งๆ กับเหตุการณ์ตอนนั้น

ระหว่างที่หมอยืนฉีดเขาก็ถามเราชวนเราคุยตลอด เราเลยงงๆ แต่ก็ต้องคอยตอบคำถามหมอเรื่อยๆ ตลอดการเดินยา จนหมอฉีดยาเสร็จ ดึงเข็มออก อยู่ๆ หมอก็เอามือมาจับๆ บีบๆ เท้าเราเลย ทั้งๆ ที่เรานอนตะแคงหันหลังให้หมออยู่ และยังไม่ใส่กางเกง (เราเพิ่งโดนมดกัดที่เท้ามาแล้วแพ้หนัก เท้าเราบวมและแดงมากๆ แม่เราแจ้งอาการกับหมอก่อนที่จะเข้ามาในคลินิก) หมอก็มาบีบๆ นวดๆ ตรงเท้าที่บวมอยู่นานมาก ถามอาการเราซ้ำไปซ้ำมา ตรงนี้เจ็บไหม ตรงนี้ล่ะ แล้วชวนคุยว่าปกติแพ้มดหรอ คือถามเราไม่หยุด บีบๆ นวดๆ อยู่อย่างนั้น ทั้งๆ ที่เราก็บอกอาการไปละเอียดหมดแล้ว จนหมอปล่อยเท้าเรา แล้วก็ไปนั่งเขียนใบสั่งยาที่โต๊ะ

เราลุกมาใส่กางเกง นั่งเบลอว่าจะวีนดีไหม สุดท้ายเราก็ไม่ได้ทำอะไร เรารอจ่ายยาชำระเงินจนเสร็จ อึ้งไปหมด พิมพ์บอกเพื่อนกับเรื่องราวที่เจอไปด้วย เราออกมาเล่าให้พ่อแม่ฟัง แล้วเอาคลิปให้ดู แต่เราก็รู้สึกว่าทำอะไรมันไม่ได้อยู่ดี ที่บ้านเราก็บอกว่ารู้สึกหลักฐานไม่มากพอ ถ้าหมอจะแถ เราก็ทำอะไรไม่ได้ ข้างในคลินิกไม่มีกล้องวงจรปิดเลย เรามองดูรอบๆ แล้ว

เราเจ็บใจและร้องไห้หนักมากๆ กับเหตุการณ์นี้ คือในชีวิตเราเจอโรคจิตมารอบนี้รอบที่ 3 แล้ว และยิ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้มันทำให้เรายิ่งงงๆ ว่าใช่รึเปล่า หรือเราคิดไปเอง หรือหมอจะแค่รักษาไปตามปกติ คือมันไม่เหมือนกับโรคจิตโต้งๆ แบบที่เคยเจอมา ส่วนใครที่คิดว่าทำไมเราไม่โวยไปตั้งแต่ตอนนั้นเลย คือเราเป็นคนแบบนี้จริงๆ นี่ก็คือสิ่งที่เรายังเจ็บใจตัวเองอยู่ตลอดจนทุกวันนี้

ขนาดปีที่แล้วเราเจอโรคจิตนั่งช่วยตัวเองตรงหน้าเรา เราก็ไม่กล้าร้องโวยวายด่ามัน หรือแม้แต่จะหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปมัน เราแทบจะกลัวมันด้วยซ้ำ เราจะตัวแข็งทื่อตลอดเวลาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ในหัวมันงงไปหมด รู้สึกขยะแขยง และจะอ้วก

ขนาดเราดำเนินคดีแจ้งความไปแล้ว แต่ก็ทำอะไรมันไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐานอะไรเลย มีแค่คำจากปากของเรา มันก็เหมือนว่าเราไปหมิ่นประมาทเขา ถ้าเขาปฏิเสธ เราก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี แล้วก็จะมาเสียใจทีหลังตลอดว่าทำไมเราถึงไม่กล้าทำแบบนั้นไม่กล้าโวยแบบนี้

แต่เราก็ไม่อยากจะโทษตัวเอง คือเราผิดหรอ มันก็ไม่ใช่ คนก็แค่จะมารับการรักษา หมอบอกให้เราทำอะไรเราก็พร้อมทำ บางคนคงคิดว่าเราโง่หรอ ถอดกางเกงอะไรขนาดนั้น เออ ก็ปกติกูโดนฉีดข้อพับ ก็หมอบอกให้เราถอดกางเกง เราก็แค่คิดว่านี่คือการรักษาของเขา เข็มจะปักตรงไหนกูยังไม่รู้เลย ก็ถอดไปเพื่อให้หมอทำงานสะดวก คือถ้าหมอมันบริสุทธิ์ใจจริงๆ เจอคนไข้เด๋อๆ จะถอดกางลงมาแบบกูขนาดนี้ เขาก็ควรบอกแล้วไหม ยังไงหมอก็รู้ว่าต้องลงเข็มตรงไหน ก็แค่บอกเรามา ว่าหนู ไม่ต้องถอดขนาดนั้น แค่รูดซิป แง้มกางเกงนะ อะไรก็ว่าไป มันควรจะเป็นแบบนั้น เพราะตรงที่เราโดนฉีด คืออยู่เหนือขอบกางเกงในด้วยซ้ำ

ตอนแรกที่เราจะเล่า เรากะจะระบุโลเกชั่นหรือละแวก แต่จะไม่เจาะจงร้านหรือตัวหมออยู่แล้ว แต่ตอนนี้เราคงไม่จำเป็นต้องบอกแล้ว เพราะหลังจากที่เราได้ลงสตอรี่ มีคนที่เราไม่เคยรู้จักหรือพูดคุยกันมาก่อน

ได้ทักมาถามเราว่าใช่คลินิกนี้ไหม และพูดสถานที่ออกมาได้ถูกเป๊ะ ทั้งๆ ที่เราไม่เคยได้เกริ่นถึงตัวหมอ โลเกชั่น หรือคลินิกแห่งนี้เลย เราลงแค่นั้นเลยตามที่ทุกคนเห็นในสตอรี่

เขาได้ทักมาบอกว่าเขาก็เจอเหตุการณ์คล้ายๆ เราแบบนี้เหมือนกัน และมากกว่า 1 ครั้ง เพราะในตอนแรกตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนเราเหมือนกัน เราได้พูดคุยกันซึ่งคอนเฟิร์มว่าหมอคนเดียวกันแน่ๆ และเหตุการณ์ที่โดนก็แนวๆ เดียวกัน เลยเชื่อว่าหมอคนนี้เคยทำมาหลายครั้งแล้วแน่ๆ เพราะเหตุการณ์ตอนนั้นเขาได้บอกเราว่า เขาเจอเมื่อตอนปี 62-63 ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจะมีใครอีกหลายคนที่ต้องตกเป็นเหยื่ออีก

ขนาดเราอายุก็ 25 แล้ว เรายังงงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลองคิดว่าถ้าเป็นเด็กที่ยังไม่รู้ประสีประสา ไม่รู้ว่าตัวเองโดนกระทำอะไรอยู่ เด็กๆ ก็คงคิดว่าหมอแค่ตรวจอาการทั่วไป คือไม่อยากจะคิดว่าแม่งจะเหี้ยขนาดไหน

😭🙏🏻ถ้าใครอ่านมาจนจบ แล้วเจอเหตุการณ์คล้ายๆ กันลองพิมพ์มาบอกข้อมูลเราได้นะ เพราะถ้าเป็นที่เดียวกันเราเชื่อว่าหมอคนนี้คงทำจนเป็นนิสัยไปแล้ว ยิ่งถ้าได้ข้อมูลที่เยอะขึ้นกว่านี้เราเชื่อว่ามันจะต้องทำอะไรได้บ้าง”

“อัพเดต‼️ หลังจากเรื่องราวที่เราแชร์ไป มีผู้เสียหายทักเรามา 3 คนแล้วค่ะ โดยที่เราไม่ได้บอกเลยว่าคลินิกแถวไหน แต่ทุกคนที่มาคือบอกได้เป๊ะ ว่าตรงนี้ใช่ไหม และเล่าสิ่งที่เจอมา คือทุกคนเจอมาคล้ายๆ กันเลยค่ะ และดูท่าว่าหมอคนนี้จะทำพฤติกรรมนี้มานานแล้วด้วย”

ทั้งนี้ มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อาทิ

“ฉีดยาตรงสะโพก ไม่จำเป็นต้องถอดกางเกงนะใช่มั้ยคะ รึยังไง เราไม่เคยถอดเลยอะ ถึงจะมีกรณีจำเป็นต้องถอดเราว่าสถานพยาบาลต้องมีผ้าห่มให้ปกปิดร่างกายส่วนอื่นๆ ไม่ใช่แบบนี้แน่ๆ เป็นกำลังใจให้เอาผิดให้ได้นะคะ ไม่งั้นคงมี ผสห.ใหม่เรื่อยๆ”

“ไม่จำเป็นต้องเปิดหมดจริงๆ ค่ะ อาจจะใช้ผ้าเฉพาะส่วนเหมือนทำฟันฉีดเข้าไปที่ตรงนั้นบริเวณที่ผ้าเปิดเฉพาะเอาไว้ เเล้วต้องมีบุคคลที่ 3 มาดูด้วย ไม่ว่าจะ ผปค, พยาบาล, ผู้ช่วย”

“จริงๆ แล้วตามหลักปกติ​ การตรวจอะไรต่างๆ จำเป็นต้องมีบุคคล​ที่ 3 ทุกครั้ง​ เพื่อความปลอดภัย​ทั้งหมอและคนไข้ ฉะนั้น สำหรับใครที่ในอนาคต​จะต้องตรวจกับหมอ​ ให้สังเกตเสมอว่าต้องมีบุลคล​ที่ 3 อยู่ในห้องทุกครั้ง”

“ไม่ปกติตั้งแต่ถอดกางเกงแล้วค่ะ ฉีดยาตรงสะโพกไม่เคยโดนให้ถอดกางเกงเลย แถมถ้าเราเป็น ผญ หมอเป็น ผช จะมีพี่พยาบาล ผญ อยู่ด้วยทุกครั้ง และที่จริงส่วนใหญ่พี่พยาบาลจะเป็นคนฉีดด้วยซ้ำ น้อยมากที่จะเจอหมอเป็นคนฉีดค่ะ อยากให้เอาผิดได้จังค่ะ แย่มากแบบนี้”