ผุดแคมเปญ เลิกใช้เลขไทยในเอกสารราชการ สอดรับงานดิจิทัล ‘สฤณี-ชำนาญ’ เห็นด้วย ชวนลงชื่อ
ในโลกออนไลน์ วันที่ 28 พฤษภาคม ได้เกิดการแชร์แคมเปญรณรงค์ ผ่านเว็บไซต์ https://www.change.org/ เพื่อขอรายชื่อสนับสนุน หัวข้อ “ขอให้ใช้เลขอารบิกในเอกสารราชการไทย เพื่อความพัฒนาในด้านดิจิทัล” ซึ่งเริ่มต้นแคมเปญราวๆ 23.00 น. ของวันที่ 27 พฤษภาคม
โดยผู้สร้างแคมเปญดังกล่าวระบุไว้ว่า “ในฐานะคนทำงานด้านดิจิทัล ที่ต้องประสานงานกับภาครัฐ และในฐานะประชาชนหนึ่ง ผมขอเสนอข้อเรียกร้องไปยังหน่วยงานราชการระดับท้องถิ่น และระดับประเทศให้ปรับมาใช้เลขอารบิกในเอกสารราชการเป็นหลัก เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน และเป็นสากล และส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงและประมวลผลข้อมูลดิจิทัล
การใช้เลขไทยในเอกสารดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขเพื่อการคำนวณเป็นการขัดขวางความเจริญของงานประมวลผลเอกสารดิจิทัลด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งคงต้องได้เวลาที่รัฐจะต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงการใช้เลขไทยให้ถูกที่ ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน
เหตุผลการ “ส่งเสริม” นี้ก็ไม่ได้เริ่มจากการอยากให้ใช้เลขไทยด้วย แต่เริ่มจากข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2543 [1] ที่พบว่ามีการใช้ปี ค.ศ.2000 กันแพร่หลายในหน่วยงานราชการ เช่น ไอที 2000 มหกรรมการศีกษา 2000 เขาก็เป็นห่วงกันว่า หากราชการยอมรับการใช้เลข 2000 แล้ว “…ย่อมจะส่งผลกระทบต่อเอกลักษณ์ของไทยจนกลายเป็นปัญหาที่จะแก้ไขได้ยาก”
ซึ่งตอนนั้นมันปี ค.ศ.2000 สหัสวรรษใหม่ ใครๆ ก็ตื่นเต้นหรือเปล่าวะ…
มันเลยเป็นต้นเหตุคณะรัฐมนตรีก็มีมติเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2543 [2] ที่จะ “กำชับ” ให้หน่วยงานใช้ พ.ศ. แทน ค.ศ. แล้วก็ “แทรก” ให้ “ส่งเสริม” การใช้เลขไทย เพราะอยาก “…อนุรักษ์ภาษาไทย ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติและเป็นสิ่งที่ควรหวงแหน เพราะปัจจุบันภาษาที่เหลืออยู่ในโลกมีไม่มากนัก…” ซึ่งหลังจากนั้นทุกหน่วยงานก็เริ่มใช้เลขไทยในเอกสารดิจิทัล อย่างบ้าคลั่ง เห็นได้จากคำบ่นของข้าราชการท่านหนึ่งเมื่อปี 2554 [3]
ผลของการการใช้งานอย่างบ้าไม่บันยะบันยังไม่รู้กาลาเทศะนั้น ทำให้เกิดการใช้เลขไทยที่วิปริตผิดที่ผิดทางในเอกสารราชการกันเป็นอย่างมาก เช่น คำว่า ๕G, Windows ๑๐ หรือแม้กระทั่ง URL ที่ใช้งานไม่ได้จริง https://example.com/?passcode=๔๐๙๒๑๑

ซึ่งในความเป็นจริง นโยบายการใช้เลขไทยไม่ได้เป็นการบังคับขึ้นอยู่กับแต่ละส่วนราชการ ดังนั้นถ้าอยากให้การประมวลผลข้อมูลดิจิทัลก้าวหน้า หน่วยงานก็เลิกใช้เลขไทยในเอกสารดิจิทัลของราชการกันเถิด
สิ่งที่น่าสนใจตอนขุดคุ้ยเรื่องนี้คือ ตอนปี 2485 จอมพล ป. พิบูลสงคราม เคยมีการกำหนดให้เลขสากล (เลขอาหรับ/อารบิก) เป็นเลขไทยมาแล้ว [4] แล้วก็มาโดนยกเลิกเมื่อปี 2487 [5] โดยนายควง อภัยวงส์ นายกรัฐมนตรีในตอนนั้น
ดังนั้นการทำให้เป็นสากลไม่ใช่เรื่องใหม่เขาคิดกันมา 80 ปีแล้ว มันควรจะทำได้ เหลือแค่ต้องทำ
ในโลกยุคไร้พรมแดน อย่าให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นปัญหาในการเชื่อมต่อและพัฒนาประเทศอีกต่อไป”
ซึ่งในระยะเวลาไม่ถึง 24 ชม. มีผู้ลงชื่อสนับสนุนแคมเปญดังกล่าวแล้ว 500 กว่าคน และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยมีบางส่วนแสดงความคิดเห็นด้วย อาทิ อ่านยากไม่รับรองโปรแกรมประมวลผล, หัวจะปวดทำงานไอทีต้องซัพพอร์ตเลขไทย, ควรเป็นสากลได้แล้ว, อ่านยาก แถมไม่ยึดโยงกับความเป็นดิจิทัลในสากลโลก ถ้าอยากใช้ ไปใช้ในวรรณกรรม แบบเรียน หรืออะไรพวกนั้นเอาเถอะ, เพราะเลขไทยไม่ได้ช่วยอะไรเลยในเชิงการจัดการข้อมูล Search ก็ยาก/เอาเข้า database ก็ไม่มีใครเข้าใจ พอเถอะเลขไทย เป็นต้น
นักคิด นักการเมือง เห็นด้วย
ขณะเดียวกัน สฤณี อาชวานันทกุล นักคิด-นักเขียนชื่อดัง ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยระบุถึงแคมเปญดังกล่าวว่า “สนับสนุนแคมเปญนี้ค่ะ ชวนลงชื่อและแชร์ คุณภาพชีวิตของพวกเราทุกคนที่ต้องวิเคราะห์หรือเกี่ยวข้องกับข้อมูลของรัฐจะดีขึ้นมากกกกก”
ต่อมา นายชำนาญ จันทร์เรือง กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ก็ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ดังกล่าวด้วยว่า “เลิกใช้ พ.ศ.ด้วยครับ จะได้ไม่ต้องบวกลบด้วย543กลับไปกลับมา”


