วอชด็อก ไทยแลนด์ ปัดเกี่ยวข้องเพจช่วยเหลือสัตว์อื่นๆ เอาผิด พ.ร.บ.คอมพ์ผู้กล่าวหา ขอ ‘ดีอีเอส’ ตรวจสอบเพจอวตาร
จากกรณีเพจเฟซบุ๊กดัง ซึ่งมีผู้ติดตาม 4.4 แสนราย ระบุเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ดำเนินการช่วยเหลือสุนัขป่วยเป็นโรคมะเร็งให้ได้รับการรักษา ทั้งในกลุ่มสุนัขที่มีเจ้าของและไม่มี เนื่องจากต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง โดยเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพจโพสต์รูปซึ่งมีข้อความระบุว่า “เพจขอยุติ! เดินต่อไม่ไหวแล้ว”
อย่างไรก็ดี มีการพบว่าเพจดังกล่าวเคยออกมาระบุถึงการขาดแคลนทุนทรัพย์ จนไม่อาจทำเพจต่อได้อยู่หลายครั้ง ทำให้ผู้บริจาคและคนทั่วไปเกิดความสงสัยเรื่องเงินบริจาค ทั้งยังมีการพาดพิงถึงเพจช่วยเหลือสุนัขบางเพจด้วยนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ (Watchdog Thailand Foundation- WDT) ออกมาเคลื่อนไหวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า จากการที่มีเรื่องราวเหตุการณ์ดราม่ากับเพจเพจหนึ่ง และมีการลากพ่วง พาดพิงถึง WDT ด้วย โดยเพจอวตารที่ไม่มีตัวตนนั้น มูลนิธิขอใช้โอกาสนี้ชี้แจงให้ประชาชนคนรักสัตว์ทราบว่า WDT ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเพจ หรือกลุ่ม หรือองค์กรอื่น แต่อย่างใด
“จากข้อความอันเป็นเท็จที่กล่าวหาว่าใช้แอดมินร่วมกันกับเพจอื่นนั้น ไม่เป็นความจริง และมูลนิธิจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างแน่นอนกับเพจและบุคคลที่กล่าวหาและที่แชร์ไป ตามกฏหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉบับใหม่ ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา
“อนึ่ง เราทราบมาว่าเพจอวตารดังกล่าวโดยมีบุคคลผู้กล่าวหากำลังถูกดำเนินคดีจากเพจคู่กรณี
จึงน่าจะเป็นความพยายามกลั่นแกล้งกันให้เสียหายและเสียชื่อเสียง โดยมิได้คำนึงถึงสัตว์เจ็บป่วยทั้งหลายที่รอการรักษาดูแลอยู่ในปัจจุบัน
“ในขณะเดียวกันทาง WDT อยากให้สังคมได้ตรวจสอบเพจนี้เช่นกันว่าเพจนี้มีเบื้องหลังมาอย่างไร เป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงได้ตั้งชื่อเพจใหม่ตลอดเวลา แต่ใช้แอดมินเพจคนเดียวกัน มีสไตล์การเขียนเหมือนกันและคนที่เป็นแอดมินเพจก็กำลังมีกรณีฟ้องร้องกับเพจหมามะเร็งและอีกหลายองค์กรที่กำลังแจ้งความดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้

“ในระยะหลายปีที่ผ่านมาสำหรับคนช่วยเหลือสัตว์ต่างรู้ดีว่าที่มาที่ไปของเพจนี้มีใครอยู่เบื้องหลัง
และทำไปเพื่อวัตถุประสงค์อะไร บางครั้งเพจนี้ได้โจมตีบุคคล องค์กร หน่วยงานต่างๆ ที่ตนไปขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ได้รับความสนใจ และหลายครั้งเขียนโจมตีแล้วลบโพสต์ในเวลาอันสั้น
“WDT มีความเชื่อมั่นและศรัทธาว่าประชาชนย่อมยึดถือสวัสดิภาพสัตว์เป็นหลัก และสามารถใช้สติไตร่ตรอง กลั่นกรองข่าวสารต่างๆ ได้ โดยพิจารณาจากผลงานของมูลนิธิที่ดำเนินการต่อสู้เพื่อช่วยเหลือสัตว์ตลอดสิบปีที่ผ่านมา
“ถ้าเราทำงานโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสัตว์โดยไม่หวังผลในการทำความดีนั้น การเอาเรื่องจริงมาเปิดโปง มาตีแผ่ต่อสังคมให้ได้รับทราบ เราจะต้องกลัวอะไร ในทางตรงกันข้ามการใช้เพจอวตารในการให้ร้ายผู้อื่นที่ไม่มีแม้ส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามย่อมส่งผลกระทบต่อการช่วยเหลือสัตว์ในทุกมิติ และไม่ได้ส่งผลดีใดๆ ต่อการช่วยเหลือสัตว์ ไม่ว่าทั้งสัตว์จรจัดและสัตว์ที่ถูกทารุณกรรมทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
“มูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์ ร้องขอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้ช่วยตรวจสอบเพจอวตารเหล่านี้ด้วย เพราะเป็นเพจที่สร้างขึ้นมาบนพื้นฐานของความเกลียดชังและนำมาซึ่งความแตกแยกและความเข้าใจผิดเข้าสู่สังคม การตรวจสอบเป็นเรื่องที่ดี ถ้าคนตรวจสอบทำไปโดยปราศจากอตคิและความริษยา และไม่มีผลประโยชน์ใดๆ มาเกี่ยวข้อง
“รายงานบัญชี Statement ของมูลนิธิในทุกๆ เดือน จะต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายส่งสำนักงานบัญชี และสำนักงานบัญชีต้องส่งรายงานให้ผู้ตรวจสอบและสรรพากร เพื่อตรวจรายรับและรายจ่ายทั้งหมด ยิ่งในการเป็นมูลนิธิ ที่ทุกบาททุกสตางค์ต้องมาจากการบริจาคของประชาชนเพื่อใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือสัตว์ของมูลนิธิ เรื่องรายจ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องมีใบเสร็จแสดงรายจ่ายทุกกรณีการใช้จ่าย
“จึงเป็นโอกาสที่มูลนิธิขอขอบคุณประชาชนผู้บริจาคและผู้สนับสนุนให้มูลนิธิได้ทำงานตามวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือสัตว์ที่ถูกทารุณกรรมหรือเจ็บป่วยโดยไร้ที่พึ่งพิง ความเมตตาช่วยเหลือที่ท่านมอบให้สัตว์ด้อยโอกาส จะทำให้พวกเขาได้รับการดูแลรักษา และได้รับโอกาสในการมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีสวัสดิภาพที่ดีตลอดไป”
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ชาวเน็ตลองนับยอดบริจาค ‘เพจช่วยหมา’ จับโป๊ะยอดไม่เคลียร์ ล่าสุดปิดคอมเมนต์แล้ว

