อ.เจษฎา โพสต์อุทาหรณ์กรณี “น็อต กราบรถ” ในฐานะคนเคยร่วมงาน ชี้เหตุเพราะขาดสติ

จากกรณีคลิปวิดีโอที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางของ นายอัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล หรือ “น็อต” นักเเสดงหนุ่มเเละพิธีกรชื่อดัง ซึ่งเกิดอาการ “น็อตหลุด” ชกคู่กรณีในอุบัติเหตุบนท้องถนนจนกลายเป็น “ดราม่า” โลกออนไลน์ในช่วงที่ผ่านมา โดยนอกจากชาวเน็ตที่ออกมาโจมตีนาย “น็อต” อย่างรุนแรง เหล่าดารา พิธีกร ชื่อดังต่างก็เรียงแถวกันออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ขณะที่ตัวของ “น็อต” เองก็ถูกยึดคืนรางวัลคนไทยตัวอย่าง รวมถึงถูกยกเลิกสัญญาจากต้นสังกัดและถูกถอดจากรายการและละครของไทยพีบีเอสทั้งหมด

ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในประเด็น “อุทาหรณ์จากเรื่องของ น็อต : สติและอารมณ์” โดยมีใจความว่า

“ช่วงว่างๆ ระหว่างรอขึ้นเครื่องบินไปพิษณุโลก (ไปบรรยายที่ ม.นเรศวร อีกแล้ว) เลยอยากคุยเกี่ยวกับคุณน็อตที่กำลังเป็นข่าวตอนนี้เสียหน่อย
ผมคิดว่าหลายคนคงพึ่งรู้จักชื่อ หรือหน้าตาเค้า จากเรื่อง “กราบรถกู” นี้เป็นครั้งแรก … ผมเอง ตอนเห็นคลิปแว้บๆ ก็จำไม่ได้ว่าเค้าเป็นใคร รู้แต่ว่าผมไม่ชอบเลยที่เห็นคนใช้ความรุนแรงกัน และก็เจอว่ากือบทุกเพจในโลกโซเชียลเอามาทำเป็นมีม ล้อกันสนุกสนาน ในชั่วข้ามคืน

จนเมื่อวานนี้เอง ที่เห็นข่าวช่องไทยพีบีเอสยกเลิกรายการทีวีที่น็อตเป็นดาราละครและเป็นพิธีกรอยู่ ซึ่งรวมถึงรายการ Thailand Science Challenge ท้าประลองวิทย์ ที่ผมไปร่วมเป็นวิทยากรในรายการด้วย ถึงได้ตกใจว่าเป็นคุณน็อตที่ผมทำงานด้วยหรอกเหรอ (ในคลิปเค้าใส่แว่น แต่ในรายการไม่ใส่)

แม้ว่าผมจะเจอน็อตแค่ไม่กี่ครั้ง แต่ก็มากกว่าหลายท่าน (รวมถึงคุณวิกรม) ที่กำลังต่อว่าเค้าอยู่ตอนนี้แน่ๆ น็อตที่ผมรู้จัก เป็นเด็กหนุ่มที่มีความสามารถสูง ทำงานหนักงานเยอะ พูดจาฉะฉาน มีไหวพริบปฏิภาณดี ขี้เล่น เป็นกันเอง มีสัมมาคารวะ รับผิดชอบ ตรงต่อเวลา ไม่ถือตัว …. ประมาณว่า คนละคนกับอิมเมจที่เราได้จากการดูคลิปนั้นเลย

แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับน็อต คำตอบเดียวที่ผมคิดได้ คือ การโมโห ขาดสติ เอาอารมณ์ชั่ววูบมาอยู่เหนือเหตุผล

แน่นอนว่าสิ่งที่น็อตทำไปนั้นไม่ถูกต้อง แต่ผมก็ยอมรับว่าเกิดกับตัวผมเอง ก็คงโมโหเหมือนกัน เพียงแต่ผมแก่เกินไปที่จะมีฮอร์โมนสูบฉีดพุ่งพล่านจนบ้าเลือดไล่ชกคนเช่นนั้น
อย่างล่าสุดที่รถผมเฉี่ยวชนกับรถคันอื่นบนทางด่วน ถึงไม่พอใจแค่ไหน แต่ผมก็เหนื่อยใจเกินกว่าจะไปเถียงสู้กับคู่กรณี สุดท้ายก็ยอมๆ บอกว่าฝ่ายเราประมาทกว่า (ทั้งที่ผมไม่คิดเช่นนั้น) เพื่อให้เรื่องมันจบๆ จะได้แยกย้ายไปทำมาหากิน

หลายปีก่อนตอนหนุ่มกว่านี้ ผมก็เคยโมโหรถซิ่งที่ขับรถไล่จี้ตูด ด้วยการดิพไฟหน้าใส่ (หลังจากเค้าแซงขึ้นไป) เป็นเรื่องเลย พี่เค้าปาดหน้าซ้ำขวางให้ผมหยุด แล้วลงกันมาสองคน เป็นวัยรุ่นทั้งคู่ ดีที่ผมรีบพนมมือขอโทษก่อนเลย ไม่งั้นอาจจะไม่มี รศ.ดร. เจษฎา ไม่ได้แต่งงาน ไม่มีน้องพรีสอย่างวันนี้

ผลลัพธ์ของการขาดสติชั่ววูบของคุณน็อต นำไปสู่ผลลบที่รุนแรงมากยังกับอาชญากรแผ่นดิน คนรุมด่ากันจนแทบไม่มีที่ยืน (ซึ่งผมว่า ก็ทำกันเกินไป) หน้าที่การงานที่กำลังรุ่ง ก็หายไปทันที (นี่ผมก็ว่าลงโทษโหดจริงๆ) เป็นอุทาหรณ์ในพวกเราทุกคนดูเป็นบทเรียนเช่นกัน สติ ต้องนำ อารมณ์เสมอ

ที่เหลืออยู่ตอนนี้ คือ ก็อยากให้สังคมไทยเราใจเย็นๆ ขึ้นด้วย ถ้าไม่พอใจที่คุณน็อตใช้ความรุนแรง-ไม่ใช่กฎหมายสู้กับคู่กรณี เราเองก็ไม่ควรใช้ความรุนแรง social bully กับน็อตเช่นกัน … และถ้าเค้าขอโทษแล้ว ก็ควรจะให้อภัยเค้าครับ (ไม่เกี่ยวกับตาทนายนั่นนะ 55)

พิมพ์ซะยาวเลย ไฟลต์เรียกขึ้นแล้ว เจอกันที่พิษณุโลกครับ”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon