หน้าแรก ภูมิภาค สาวทุบรถ รับเ...

สาวทุบรถ รับเครียดเจอทัวร์ลง เปิดใจ ทุบเองซ่อมเอง ไม่ได้อยากได้แสง แค่ขอความเป็นธรรม

23.09.22 | 16:23 น.

ทุบเองซ่อมเอง นักเลงพอ ‘สาวทุบรถ’ เครียด เจอทัวร์ลง เปิดใจไม่ได้ต้องการแสง แค่อยากได้ความเป็นธรรม

จากกรณีนางสาวรุ่งหทัย (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี นักธุรกิจชาวโคราช ปีนขึ้นบนกระโปรงรถยนต์ฟอร์ด รุ่นเอเวอเรสต์ เพื่อใช้ชะแลงทุบกระจกหน้ารถแตก เป็นการประชดศูนย์ฟอร์ดโคราช หลังใช้รถใหม่ป้ายแดงยังไม่พ้นรันอิน หรือถึง 1,000 กิโลเมตร พบปัญหาการแจ้งเตือน center ระบบตรวจจับลมยางบกพร่อง หน้าจอไม่สามารถ connect กับโทรศัพท์ระบบ android ได้ ระบบเซ็นเซอร์เปิดหลังไม่ได้ สตาร์ตรถเครื่องสั่นทั้งคัน และระบบเกียร์ถอยหลังมีปัญหา เมื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ เพื่อแจ้งปัญหาดังกล่าว แต่ปัญหาไม่จบ จึงนำร้องคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นครราชสีมา โดยศูนย์ฟอร์ดได้ส่งที่ปรึกษากฎหมายร่วมไกล่เกลี่ยตามนัดหมาย แต่ไม่ได้ข้อยุติ จึงเป็นชนวนให้เกิดเหตุเมื่อช่วงสายวานนี้ ( 22 กันยายน) บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา

ล่าสุด ฟอร์ด ประเทศไทย ในฐานะค่ายรถยนต์ดังกล่าว ได้ชี้แจงการตรวจสอบเบื้องต้นลูกค้าได้ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศเป็นอุปกรณ์เสริม ซึ่งการทำงานของเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์บางรุ่น อาจส่งคลื่นความถี่ที่มีผลต่อระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS) จึงแนะนำให้ถอดอุปกรณ์เสริมออก ทำให้ลูกค้าไม่พอใจและการเจรจาไกล่เกลี่ยไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ อย่างไรก็ตาม ฟอร์ด ประเทศไทย ยังมุ่งมั่นในแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าต่อไป

ด้าน นางสาวรุ่งหทัย เปิดเผยไทม์ไลน์ว่า เริ่มแรกใช้รถเก๋งเบนซ์ และรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน เป็นยานพาหนะในการประกอบอาชีพ ต่อมาช่วงเดือนมกราคม 2565 ขณะขับรถกระบะกลับจากทำธุระได้ประสบอุบัติเหตุรถชนอัดก๊อบปี้ เหตุเกิดบนถนนมิตรภาพ บริเวณหน้าศาลตาลคู่ ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา สภาพรถพังยับเยิน แต่รับบาดเจ็บไม่มากนัก จึงฉุกคิดต้องการรถยนต์ที่มีระบบความปลอดภัยชั้นเยี่ยม เมื่อเห็นรีวิว ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ได้รับการการันตีระบบช่วงล่างและความแข็งแกร่งของโครงสร้าง ประกอบกับแม้จะมีรุ่นใหม่ออกช่วงปลายปี 65 ตนถือว่ารถซีรีส์นี้ได้พัฒนาถึงขีดสุดแล้ว จึงตกหลุมรักตัดสินใจซื้อรถป้ายแดงด้วยเงินสด 1,474,000 บาท เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565

“หลังใช้รถไปในระยะทาง 938 กิโลเมตร เวลาประมาณ 30 วัน พบปัญหาดังกล่าว วันที่ 4 มีนาคม นำรถเข้าศูนย์บริการ เพื่อใช้สิทธิระยะเวลา และระยะทางการรับประกันรถใหม่ เจ้าหน้าที่รับรถแจ้งรถปกติแต่หัวหน้าช่างระบุปัญหาแก้ไม่ตก และแนะนำให้ถอดเครื่องฟอกอากาศรถยนต์ออก โดยนัดให้นำรถเข้าศูนย์ในวันที่ 9 มีนาคม เพื่อตรวจซ่อมอย่างละเอียดตั้งแต่เวลา 11.00-18.45 น. จนศูนย์ปิดทำการ ตนไม่มีรถใช้ จึงขอใช้รถก่อนและจะนำเข้าศูนย์ตามนัดหมายเวลาอีกครั้ง วันที่ 10 มีนาคม”

Advertisement

“ตัดสินใจร้อง สคบ.นครราชสีมา ยื่นข้อเสนอเปลี่ยนรถใหม่หรือขอเงินคืน สคบ.นัดคู่กรณีไกล่เกลี่ยในวันที่ 25 กรกฎาคม โดยมีตนในฐานะผู้ร้อง ที่ปรึกษากฎหมายศูนย์ฟอร์ดโคราช อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและผู้แทน สคบ.เป็นคนกลางแต่ไม่สามารถหาข้อยุติและนัดครั้งที่ 3 ในวันที่ 22 กันยายน บรรยากาศไกล่เกลี่ยไม่ค่อยราบรื่น ที่ปรึกษากฎหมายปฏิเสธข้อเสนอยืนกรานยินดีซ่อมให้อย่างเดียว และยังกล่าวหาตนแย่งกุญแจช่างในระหว่างกำลังตรวจซ่อม ทั้งๆ ที่ยังขันนอตไม่เสร็จ ซึ่งเป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อน และกล่าวหาฝ่ายเดียว จึงตัดสินใจประชดด้วยการทุบกระจกรถยนต์และนำเข้าซ่อมที่อู่รถแห่งหนึ่ง”

หลังสื่อได้เสนอข่าว โลกโซเชียลที่ไม่รู้ข้อเท็จจริง บางรายพยายามนำทัวร์ลง ระบุต้องการรถยนต์ใหม่หรืออยากดัง ทำให้เครียดพอสมควร ข้อเสนอขอให้ศูนย์รับซื้อรถคันนี้คืนในราคาที่เหมาะสม ซึ่งได้ตกแต่งเพิ่มเติมอีกประมาณ 8 หมื่นบาท ส่วนความรับผิดชอบนำรถไปซ่อมเกรงปัญหาอาจไม่จบ ถ้าหมดระยะเวลาประกันจะเป็นอย่างไรต่อไป ก่อนหน้านี้ได้เจรจาหลายครั้งแต่ศูนย์ปฏิเสธมาตลอด ยิ่งมาเจอคำพูดครั้งล่าสุดไม่ค่อยลื่นหูอีก คนไม่โดนไม่เข้าใจความรู้สึกหรอก ตนนักเลงพอ ทุบเอง ซ่อมเอง ไม่ต้องการแสงแต่ขอความเป็นธรรม

นายอาทิตย์ ชามขุนทด รักษาการผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา กล่าวในฐานะเลขานุการ ศบค.นครราชสีมา ว่า รับเรื่องร้องวันที่ 10 มีนาคม เข้าสู่กระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยรวม 3 ครั้ง แต่ไม่ได้ข้อยุติ จนกระทั่งผู้ร้องนำรถมาทุบกระจกตามที่เป็นข่าว คืบหน้าที่ประชุมมีมติให้ยุติเรื่อง เนื่องจากคู่กรณีไม่สามารถตกลงกันได้ ผู้ร้องขอใช้สิทธิฟ้องร้องตามกระบวนการยุติธรรมศาล