เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก Mahidol Channel ได้เผยแพร่วิดีโอคลิปความยาว 8 นาที พร้อมข้อความระบุว่า 14 พฤศจิกายน “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” เปิดใจ “นักบินของพระราชา” ยึดคำสอนในหลวง ร.9 เป็นแนวทางในการทำงาน ตั้งปณิธานขอเป็นนักบินทำฝนหลวงจนนาทีสุดท้ายของชีวิต ซึ่งได้รับความสนใจและแชร์ต่อกันในโลกออนไลน์
ในคลิปวิดีโอได้เริ่มสัมภาษณ์ กัปตันภาณุ ลัคนาภิเศรษฐ์ นักบินกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ศิษย์เก่าคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเล่าถึงแรงบันดาลใจที่มาเรียนเป็นนักบิน และจุดเริ่มต้นการเป็นนักบินกรมฝนหลวง
“โชคดีที่ว่าข้างๆ โรงเรียนการบิน คือศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พอได้เห็นการทำงานของพี่ๆ แล้ว ก็มานั่งคิดว่าถ้าหมดยุคของพี่ๆ เหล่านี้ไปแล้ว ก็ไม่รู้จะมีใครมาสานต่อโครงการพระราชดำรินี้ต่อรึเปล่า”
“ก็เลยมีความคิดว่าเราควรจะมาช่วยนะ จังหวะที่ผมเรียนจบ ได้ข่าวว่ากรมน่าจะมีเปิดสอบ ก็เฝ้ารอว่าจะวันไหน เพื่อนๆ ก็ได้สอบตามสายการบินต่างๆ สายการบินแรกเปิดสอบ ผมไม่ได้สอบเพราะผมจะรอ แต่หลังจากนั้นสายการบินที่ 2 3 4 เริ่มเปิด เพื่อนก็เริ่มได้กัน ผมก็ลองไปสอบดู ก็สอบติด ใจหนึ่งก็ดีใจเหมือนคนที่ไม่ตกงานแล้ว แต่อีกใจหนึ่งก็ลังเล แล้วใครจะช่วยพี่เขาบิน แล้วโครงการนี้จะดำเนินไปได้อีกแค่ไหน”
“ถ้าเกิดผมเลือกเป็นนักบินพาณิชย์ คงรู้สึกเท่ที่เราเดินลากกระเป๋าเข้าไปตามสนามบิน แต่สิ่งหนึ่งที่พระองค์เปรียบเสมือนไฟฉายนำทาง งานที่พระองค์ทำทุกโครงการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนเป็นหลัก โดยไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ตนเองเลย คุณแม่และครอบครัวบอกว่าครั้งหนึ่งในชีวิต ถ้าเราขึ้นชื่อว่าเป็นนักบินแล้ว ก็ควรทำประโยชน์ให้คนหมู่มาก ไม่ว่าจุดไหนก็แล้วแต่” กัปตันภาณุกล่าว

รวมถึงสัมภาษณ์อาสาสมัครฝนหลวง จ.บุรีรัมย์ ลัดดาวัลย์ ยิ้มรัมย์ ที่มาเปิดใจว่า “ดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งของคนรุ่นใหม่ ที่มาเป็นอาสาสมัครฝนหลวง โดยที่ไม่ได้ค่าตอบแทนอะไร ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ทำงานเพื่อพระองค์ และดิฉันก็จะพยายามทำต่อไปให้ดีที่สุด”

ก่อนจะเล่าถึงขั้นตอนการทำฝนหลวงที่เข้าใจง่ายๆ ซึ่งเริ่มจาก
1.การก่อกวน จะเริ่มตอนเช้า ใช้เกลือโปรยเหนือพื้นที่เป้าหมาย เมฆจะเริ่มก่อตัวขึ้น แต่ยังขนาดเล็ก
2.เลี้ยงให้อ้วน เอาสารเคมีโปรยไปในเมฆ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่อันตรายมาก เพราะนักบินจะมองไม่เห็นเลยว่าข้างนอกเป็นอย่างไร และอากาศในเมฆจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก พอบินออกไป เมฆจะพัฒนายกตัวสูงขึ้นกลายเป็นก้อนเมฆที่ใหญ่ขึ้น แต่ก็ยังไม่ทำให้ฝนตก
3.โจมตี เมฆจะลอยเหนือพื้นที่เป้าหมาย เช่น เป็นพื้นที่แห้งแล้ง ลำข้างบนใช้เกลือ ลำข้างล่างใช้สารสูบเย็น โดยเครื่องทั้งสองจะทำมุม 45 องศา เมื่อเครื่องบินทั้งสองถึงพื้นที่เป้าหมาย คือเมฆ ก็จะโปรยสารฝนหลวง พอโปรยเสร็จฝนก็เริ่มตกลงมา จากพื้นที่ที่น้ำน้อย หรือขาดแคลนน้ำ นาที่ต้องการน้ำ จะเขียวขึ้น เพราะมีน้ำไปเลี้ยง






เป็น 3 ขั้นตอนการทำฝนหลวงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงคิดไว้ 60 ปีมาแล้ว

