‘แพรรี่ ไพรวัลย์’ เปิดใจ ตอนนี้มีแฟนแล้วหรือยัง? และเหตุผลที่ ‘ยิ้มอรุ่มเจ๊าะ’ หายไป!!

12.10.22 | 21:20 น.

‘แพรรี่ ไพรวัลย์’ เปิดใจ ตอนนี้มีแฟนแล้วหรือยัง? และเหตุผลที่ ‘ยิ้มอรุ่มเจ๊าะ’ หายไป!!

“แพรรี่ ไพรวัลย์ วรรณบุตร” ออกรายการ วู้ดดี้ เอฟเอ็ม ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พูดคุยกับ “วู้ดดี้” เปิดใจเรื่องชีวิต

โดยแพรรี่ บอกว่า ที่แต่งตัวเยอะๆ ก็เป็นการเพิ่มความมั่นใจ อยากเป็นแพรรี่ ที่คนจับทางไม่ถูก เดาไม่ได้ ไม่ชอบความจำเจ

วู้ดดี้ถามว่า ตอนสึกออกมา เสียดาย มีคนเสียดาย

แพรรี่ตอบว่า ทุกวันนี้ ก็ยังมีคนพูดอยู่ว่า จบเปรียญ 9 ออกมา แล้วมาขายน้ำพริก ในทรรศนะของตัวเองมองว่าไม่ควรมองแบบนั้น ความรู้ส่วนความรู้ อาชีพส่วนอาชีพ ถ้าเป็นอาชีพอะไรก็ตามที่สุจริต ก็รู้สึกว่ามีเกียรติ เอารู้ที่มี รับใช้สังคม ให้ความเห็นเชิงศาสนา

เมื่อวู้ดดี้ถามว่า อะไรที่เราฝึกมาแล้ว ได้นำมาใช้ได้จริง

Advertisement

แพรรี่ตอบว่า ทำให้ไม่ยึดติดกับภาพอะไรเลย ไม่ติดภาพเลยว่าเคยบวชมาก่อน ไม่ติดว่าเคยบวชเป็นพระแล้วคนต้องมานับถือ เพราะเป็นอดีตพระเปรียญธรรม 9 ประโยค หนูมูฟจากตรงนั้นมาแล้ว เรามีฐานะแค่ฆราวาสคนหนึ่ง ถือศีล 5 เป็นแม่ค้าทำมาหากิน คิดแค่นี้ สึกมาแต่ตัวเปล่า แล้วมาเริ่มต้นใหม่ อันนี้ก็คือหลักไตรลักษณ์ที่สอนเราว่า ใดๆ มันไม่จีรังเลย ทุกอย่าง แล้วถ้าเราคิดได้แบบนี้จริงๆ ชีวิตมันก็โล่ง พร้อมให้เราได้ทำอะไรใหม่ๆ เพราะเราไม่ได้ติดอะไร


ความรู้สึกตอนสึกคือเหมือนเพิ่งเกิดมาบนโลกนี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะไม่มีอะไรเลย ไม่มีพันธสัญญา ไม่ได้ติดกับแบรนด์ไหนเลย

วู้ดดี้ถามว่า กิเลศเข้ามาหรือไม่

แพรรี่บอกว่า ก็เข้ามาตั้งแต่วันที่สึก อยากมีคู่ชีวิตแบบพี่วู้ดดี้ “หนูเป็นโสดมาตั้ง 18 ปี สัปดาห์แรกที่สึก ก็จะรู้ตัวทันทีว่า เราสึกแล้วนะ เราสามารถมีคู่ครองได้แล้ว เราสามารถมีเซ็กซ์ได้แล้วนะ เพราะเราเป็นมนุษย์ปุถุชน ตราบใดที่เราไม่ได้ทำอะไรที่มันเป็นการผิดศีลข้อ 3 เราสามารถมีได้ มันก็จะมีความรู้สึก ทีนี้กิเลสมันก็มาจากที่มันไม่เคยมา”

วู้ดดี้ถามว่า บวชตั้งแต่อายุเท่าไหร่ แพรรี่บอกว่า บวชตั้งแต่อายุ 13 ปี

เมื่อถามว่า ตอนนี้ ยังเวอร์จิ้นอยู่หรือไม่

แพรรี่ บอกว่า “พูดได้หรือคะ ไม่น่าจะเวอร์แล้วมั้งคะ ถ้าบอกว่าเวอร์ ก็จะมุสาวาทอีก ไม่เวอร์แล้วหละค่ะ”

พร้อมบอกด้วยว่า เรื่องบางเรื่องเป็นสัญชาตญาณเลย อารมณ์ความรู้สึก เรื่องความรัก ราคะ มาโดยอัตโนมัติ
ตอนนี้ ทำทั้งฉีดโบท็อกซ์ ฉีดฟิลเลอร์ เพราะความสวยต้องอดทน อย่างอื่นไม่ได้ทำอะไร ทำเยอะ กว่าจะได้เท่านี้ เมื่อก่อนมีรอยยิ้มแบบเห็นฟันไม่ได้เลย แต่ก่อนที่เขาเรียกกันว่า “ยิ้มอรุ่มเจ๊าะ” อยากได้ยิ้มสวยๆ ก็ต้องไปทำฟัน เพราะอยากยิ้มแบบสวยๆ ไปทำวีเนียร์มา แล้วช่วยได้เยอะมาก พอฟันเราสวย เรายิ้ม คนก็ชมว่า ฟันสวยมาก “แบรนด์ยาสีฟันต้องเข้าแล้วหละ”

เมื่อถามว่า มีแฟนหรือยัง แพรรี่บอกว่า “มีค่ะ ตอนนี้มี เพิ่งคบกัน 2 เดือน ยังเด็กอยู่เลย อายุไม่ถึง 25 ปีเลยค่ะ ก็คุยกันทุกเรื่อง ทุกอย่าง ไม่ใช่ว่าต้องการมีเซ็กซ์ แล้วพอ คือ อยากได้ใครสักคนมาอยู่ด้วยอย่างจริงจัง มาเป็นเพื่อน มาช่วยในเรื่องอื่นๆ เป็นคู่ชีวิตที่อยากจะฝากอะไรบางอย่างให้ได้ ความไว้เนื้อเชื่อใจ”

เจอกันเพราะเขาเป็นรุ่นน้องคนรู้จัก รู้สึกว่าบุคลิกเขาน่ารัก ที่สำคัญคือเขาไม่มีแฟน เขาไม่กลัวหนู ยอมคุยกับหนู เป็นการเปิดทางให้คุยด้วย คนอื่นไม่กล้าคุยกับหนู ก็ตกลงกันว่า ความสัมพันธ์เป็นอย่างไร แต่ยังเป็นช่วงดูกันอยู่ ยอมรับสถานภาพการเป็นแฟน

ถามว่า เป็นห่วงอะไร “ก็คงห่วงว่า เขาจะมีแฟนอีกคนมั้ง”

ก่อนจะบอกสเปกหนุ่มที่ชอบว่า “ชอบแบบ ขาวๆ ละมุน  สูงๆ แบบพี่วู้ดดี้เลย อย่างพี่วู้ดดี้ได้ เพราะหนูเป็นกาแฟแล้ว อยากได้นมมาเติม”

วู้ดดี้ “อยากให้พูดเรื่อง LGBTQ+”

แพรรี่ “พูดในฐานะของหนูก่อน รู้สึกว่าโชคดีมากที่อยู่ในครอบครัวที่พ่อแม่ให้หนูจริงๆ คือให้ความเป็นตัวหนู ให้ความเป็นอิสระ เหมือนชีวิตของหนู ที่หนูอยากจะเป็น อยากจะทำอะไร โดยตัวของหูนได้ หนูอยากให้พ่อแม่ทุกคนเป็นแบบนั้น พ่อแม่คือคนแปลกหน้าบนโลกสองคนแรกบนโลกนี้ที่ลูกรู้จัก ให้ความไว้ใจ ถ้าคนที่เป็นลูกไม่สามารถหาความไว้ใจ จากคนแปลกหน้าสองคนนี้ได้ หนูว่าเขาไม่สามารถหาจากใครได้อีกแล้ว บนโลกใบนี้ ไม่มีใครบนโลกนี้ที่จะเข้าใจเขาได้มากกว่าคุณสองคน”

ถ้าเป็น LGBTQ+ ที่พ่อแม่ไม่เข้าใจ อยากจะบอกว่า อยากให้เขายืนหยัด เชื่อมั่นในตัวของตัวเอง พยายามพิสูจน์ ถ้าพิสูจน์แล้ว ไม่มีประโยชน์ต่อการให้คนที่เป็นพ่อเป็นแม่เห็น ก็พิสูจน์เพื่อทำตัวเองให้มีคุณค่า แล้วก็ใช้ชีวิตต่อไป เดินต่อไป โดยที่สุดท้ายแล้ว เราเกิดมา เกิดมาคนเดียว ต่อให้ใครสร้างเราขึ้นมา เราเกิดมาคนเดียว ฉะนั้นคนที่จะเป็นเพื่อนของเราได้ คนเดียวก็คือตัวเรา เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่ปกป้องตัวเอง ไม่ยืนหยัดอยู่ไม่ทำเพื่อตัวเอง หนูว่า ก็ไม่มีใครทำเพื่อเราหรอก

วู้ดดี้ถามว่า สูญเสียน้ำตากับเรื่องอะไร

แพรรี่ ตอบว่า “ก็มีแบบ เวลามีฟีลแฟน มันจะเริ่มมี ซึ่งสมัยเป็นพระมันไม่มีแน่ๆ มันก็จะมีอารมณ์เหมือนกันเวลาเราเหนื่อยๆท้อๆ เหนื่อยกับงาน เหนื่อยกับคนอีก”

แล้ว โมเมนต์ไหน ที่ไม่เคยเจอ แล้วมาเจอ แพรรี่ บอกว่า โมเมนต์ที่เราไม่มีเหตุผลเพราะตอนเป็นพระเราจะเป็นคนค่อนข้างมีเหตุผลกับทุกเรื่อง แต่พอเราออกมาสู่โลกฆราวาส เราเริ่มมีความรัก เริ่มมีอะไร รู้สึกว่า เวลามีความรักแล้ว เหตุผลมันไม่มี แต่ก็จะเป็นคนเศร้าแป๊บเดียว แล้วก็จะลุก เพราะหนูมันไม่ใช่มีแค่ชีวิตส่วนตัว หนูเป็นคนสาธารณะ ฉะนั้นจะเศร้าเยอะไม่ได้ และจะเตือนตัวเองเสมอว่า ต้องทำงาน แล้วต้องไปต่อ คนยังรอเราอีกเยอะ คนที่ตามเราในเพจ เขาอยากเห็นความสนุกของเรา ก็จำเป็นที่จะต้องไปต่อ

เมื่อวู้ดดี้ถามว่า มีอะไรที่ตอนเป็นพระ ไม่ได้ทำ แล้วตอนนี้ได้ทำแล้วรู้สึก วู้วว ถ้าจัดอันดับ เรื่องเซ็กซ์อาจจะเป็นอันดับ 1 ต่อมา มีอะไรอีกไหม ที่ได้ทำ

แพรรี่ ตอบว่า “หนูทำงานแล้วมีเงิน ได้เติมเต็มในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะมี สามารถออกรถได้ ที่ออกบีเอ็มดับเบิลยู ซื้อด้วยเงินสด ด้วยน้ำพักน้ำแรงหนู”

แพรรี่ บอกด้วยว่า ในชีวิต เกิดมาในครอบครัวที่โดนดูถูกมาตลอด หนู พ่อแม่โดนดูถูก แม่ทำงานก่อสร้าง โดนดูถูกว่า เพราะโง่แบบนี้ ลูกถึงได้ไม่ได้เรียนต่อ ตอนไม่มี ก็ไม่มีใครช่วยเลย เวลาไปวัด ขยับไปนั่งใกล้ใคร เขาก็ถอยหนี เพราะเราไม่มี ไม่อยากสมาคมกับเรา

“พอรู้เรื่อง ก็คิดว่า วันนึงจะต้องลบความไม่มี ออกไปจากชีวิตครอบครัวหนูให้ได้ แล้วก็ทำได้แล้ว แม่จะพูดเสมอว่า ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะมีบ้านแบบที่อยู่ทุกวันนี้ ไม่เคยคิดว่าจะมีรถนั่ง หลายอย่างที่แม่ไม่เคยคิด หนูทำให้แม่หมด แม่อยากได้อะไร หนูซัพพอร์ตทุกอย่าง เครื่องประดับอะไรที่แม่อยากใส่ ที่แม่เคยมองคนอื่นว่าใส่แล้วสวย หนูปลดหนี้ให้แม่หมดทุกอย่าง หนี้เงินล้าน ที่แม่ไม่เคยคิดว่าชาตินี้แม่จะมีปัญญาปลดได้ไหม ปลดได้หมด”

“คิดว่าหนูไม่ติดพันธะใดๆแล้ว หนูโพสต์แบบขำๆ แต่หนูโพสต์จริงๆว่า ทุกวันนี้หนูแค่อยากให้หนูเป็นคนหาเงิน แต่ให้พ่อแม่นั่งใช้เงินอยู่บ้าน”

“อันนึงที่หนูภูมิใจมาก เพราะหนูไม่ได้เลี้ยงตัวหนูคนเดียว หนูมาทำงานกรุงเทพฯ แต่หนูฝากงานไว้ให้กับญาติพี่น้อง ทุกคนมีงานกันหมด หนูสร้างงาน ให้กับพ่อแม่พี่น้องหนู รู้สึกว่านี่มันคือคุณค่า เรามีคุณค่า ทำให้เห็นแล้ว จากที่ทุกคนเป็นห่วงเรา กลับกลายเป็นว่าเราเป็นห่วงทุกคนมากกว่า”

“ทุกคนเป็นห่วงว่า จะทำได้หรือ ตอนนี้คือภูมิใจมากๆ ตอนนี้แม่หายป่วยแล้ว การสึกมามันไม่ได้สูญเปล่าสำหรับหนู”