ชวนรู้จัก ‘แก๊งบีเกิ้ล’ สายสืบประจำสายพาน แห่ง K-9 ตรวจจับกลิ่น ‘ซากสัตว์’ สกัดโรคระบาด

25.10.22 | 13:43 น.
ภาพโดย DLD- Quarantine and Inspection Canine unit : D-QIC

ชวนรู้จัก ‘แก๊งบีเกิ้ล’ สายสืบประจำสายพาน แห่ง K-9 ตรวจจับกลิ่น ‘ซากสัตว์’ สกัดโรคระบาด

หลังจากภาพและข่าวทีมสุนัขดมกลิ่น ซึ่งเป็นสุนัขสายพันธุ์ “บีเกิ้ล” สามารถสกัดการลักลอบ “หมูยอ” 9 กิโลกรัม จากเที่ยวบินต้นทางฮานอย ประเทศเวียดนาม เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever : ASF) ในชนิดสัตว์สุกรและหมูป่า ณ อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เผยแพร่ออกไป ทำให้โลกโซเชียลต่างเอ็นดูในความเก่งกาจ พร้อมแซวว่าเหตุที่ดมเจอเพราะหิวหรือไม่

ความจริงแล้วนั่นคือการปฏิบัติหน้าที่ของเหล่า “บีเกิ้ล” ที่ต้องตรวจหาซากสัตว์ เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ตามกระเป๋าเดินทาง หรือสัมภาระของผู้โดยสาร

ล่าสุด กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เผยถึงภารกิจของแก๊งตูบ 4 ขา สายพันธุ์บีเกิ้ลว่า น้องบีเกิ้ล🐶 สายสืบประจำสายพาน แห่งทีม K-9 ตรวจเข้มการนำเนื้อสัตว์เข้าประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังนำเชื้อโรคระบาดจากสัตว์เข้าไทย

ทีม K-9 หรือชุดปฏิบัติการทีมสุนัขดมกลิ่นเข้ามาร่วมภารกิจกับสารวัตรกรมปศุสัตว์ที่ด่านกักกันสัตว์สุวรรณภูมิ ประตูบานแรกที่ต้อนรับนักเดินทางทั่วโลก เพื่อตรวจหาซากสัตว์ เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ตามกระเป๋าเดินทาง หรือสัมภาระของผู้โดยสาร ตามกฎหมายพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558

ภาพโดย DLD-Quarantine and Inspection Canine unit : D-QIC

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

การตรวจพบส่วนใหญ่จะเป็นชาวเอเชียที่นำสินค้าติดตัวจำพวกเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อหมู ที่เป็นเนื้อสด รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ เช่น แฮม แหนม ไส้กรอก หมูยอ และกุนเชียง เข้ามาในประเทศไทยเพื่อบริโภค หรือบางส่วนเพื่อค้าขาย

การกระทำเหล่านี้อาจเป็นพาหะนำเชื้อโรคระบาดสัตว์ หรือโรคอุบัติใหม่เข้าสู่ประเทศไทย เช่น โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever) และโรคไข้หวัดนก

หากโรคเข้าสู่ประเทศไทยจะทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและสัตว์ปีกเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง กรมปศุสัตว์จึงมีมาตรการเข้มงวดในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคระบาด เพื่อรักษามาตรฐานเศรษฐกิจด้านปศุสัตว์ และสุขภาพของประชาชน

ปัจจุบันทีม K-9 มีสมาชิกน้องๆ บีเกิ้ล จำนวน 14 ตัว ด้วยลักษณะพิเศษของสุนัขพันธุ์บีเกิ้ลที่มีขนาดตัวเล็ก ฉลาด ว่องไว ประสาทสัมผัสการดมกลิ่นดีมาก และที่สำคัญคือเป็นมิตรต่อผู้คน จึงเหมาะสมกับการปฏิบัติภารกิจที่สนามบิน

ภาพโดย DLD-Quarantine and Inspection Canine unit : D-QIC

นับตั้งแต่เปิดประเทศหลังจากสถานการณ์โควิด-19 สนามบินกลับมาคึกคักอีกครั้ง มีผู้คนมากมายพลุกพล่านอยู่ตลอดเวลา ในหนึ่งวันจะมีเที่ยวบินขาเข้าไม่ต่ำกว่า 300 เที่ยวบิน ในช่วงสถานการณ์ปกติ เจ้าหน้าที่จะเลือกเที่ยวบินที่มีความเสี่ยง คือเที่ยวบินจากประเทศต้นทางที่มีการระบาดของโรค รวมถึงเที่ยวบินที่มีประวัติพบผู้โดยสารนำซากสัตว์เข้าประเทศบ่อยๆ

ภารกิจของน้องๆ ในหนึ่งวันจะมีทีมพี่ๆ สารวัตรกรมปศุสัตว์พาน้องบีเกิ้ล 2 ตัว/1 workshift ลงตรวจสายพานวางสัมภาระผู้โดยสารขาเข้า โดยช่วงเวลาปฏิบัติหน้าที่จะประมาณ 4 ชั่วโมงต่อหนึ่งรอบการทำงาน

เหตุที่ให้น้องทำงานเป็นคู่เพราะต้องการเพิ่มความแม่นยำในการระบุสัมภาระต้องสงสัยมากขึ้น เมื่อพบสัมภาระต้องสงสัยสารวัตรกรมปศุสัตว์ก็จะดำเนินการขออนุญาตเปิดกระเป๋าเดินทางเพื่อทำการพิสูจน์ หากพบเจอจะยึดและดำเนินการทำลายเชื้อในเบื้องต้นด้วยการจุ่มหรือฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ พร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจเพื่อเฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์ และทำลายในขั้นต่อไป

ในกรณีเจ้าของไม่แสดงตัว ก่อนทำการเปิดตรวจพิสูจน์เจ้าหน้าที่จะติดต่อกับสายการบินเพื่อนำกระเป๋าไปตรวจสอบด้วยภาพจากเครื่องเอกซเรย์ช่วยยืนยันว่าอาจมีซากสัตว์ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 บรรจุอยู่ภายใน

ในการนี้เจ้าหน้าที่สายการบินในฐานะพยานและผู้ลงนามยินยอมรับทราบแทนเจ้าของสัมภาระ หากการเปิดตรวจพิสูจน์พบว่ามีการกระทำความผิดตามที่สุนัขดมกลิ่นบ่งชี้ กรณีผู้โดยสารไม่ยินยอมจึงนำมาตรการตามกฎหมาย มาตรา 31 พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 เข้ามาใช้ โดยผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Credit #ซุปเปอร์จิ๋วแมกกาซีน
DLD-QuarantineandInspectionCanineunit : D-QIC

ภาพโดย DLD-Quarantine and Inspection Canine unit : D-QIC
ภาพโดย DLD-Quarantine and Inspection Canine unit : D-QIC
ภาพโดย DLD-Quarantine and Inspection Canine unit : D-QIC
ภาพโดย DLD-Quarantine and Inspection Canine unit : D-QIC