ไรเดอร์เครียด โดนฟ้อง 14 คดี เหตุรับจ้างเปิดบัญชีม้า 2.8 ล. ลั่นไม่รู้จะเอาไปโกง
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความในกลุ่มเฟซบุ๊กซึ่งเปิดเป็นสาธารณะ และมีสมาชิกกว่า 9.7 หมื่นคน เป็นภาพขณะสวมเสื้อไรเดอร์และหมวกกันน็อก พร้อมระบุว่า

โดยวานนี้ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ไรเดอร์รายดังกล่าวให้สัมภาษณ์ในรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ถึงจุดเริ่มต้นของการรับจ้างเปิดบัญชีม้าว่า วันนั้นตนไม่มีออเดอร์เข้าเลย ลูกชายโทรมาขอค่าขนม ไม่มีเงินติดตัว จึงคิดหาเงินไปซื้อขนมให้ลูก ระหว่างนั้นบังเอิญเห็นกลุ่มรับซื้อขายบัญชีธนาคารในเฟซบุ๊ก จึงทักไปและสอบถามว่าเอาบัญชีไปทำอะไร ทางนั้นอ้างว่าเอาไปขายต่อให้แรงงานต่างด้าว ทั้งยืนยันว่าไม่มีคดีอะไรตามมาแน่นอน พร้อมเสนอเงินให้ 1,000 บาท พร้อมกับเงินอีก 100 บาท ที่จะต้องใช้เพื่อเปิดบัญชีกับทางธนาคาร ตนไม่เอะใจจึงไปเปิดบัญชีธนาคารมอบให้ไป ได้ค่าจ้างครั้งละ 500 บาท จำนวน 2 ครั้ง
หลังจากนั้นมีผู้เสียหายรายหนึ่งติดต่อมาพร้อมถามเรื่องเงิน 1.4 แสนที่โอนเข้าบัญชีตนมา ก็ตกใจเพราะไม่รู้ว่ามีเงินเยอะแบบนี้โอนเข้ามา จึงนัดเจอกันที่โรงพัก เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ พอคุยกันจึงทราบว่าถูกมิจฉาชีพหลอกให้เปิดบัญชี และทางกลุ่มเฟซนั้นได้ปิดไปแล้ว จากนั้นจึงได้ไปสอบถามที่ธนาคารพบว่ามีผู้เสียหายถึง 14 รายที่ถูกหลอกให้โอนเงินมาในบัญชีดังกล่าว เป็นเงินกว่า 2,891,209 บาท ซึ่งเงินถูกถอนผ่านแอพพ์ธนาคารออกไป จำนวน 2,885,155 บาท เหลือติดบัญชีไว้เพียง 6 พันบาท
หลังทราบความจริงตนเครียดมาก พยายามฆ่าตัวตายมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ภรรยากับลูกๆ มาช่วยไว้ทัน และคดีนี้มีผู้เสียหายถึง 14 คน ต่างกรรมต่างวาระ และต่างจังหวัดกันไป จึงตัดสินใจก้มหน้ายอมรับความจริง เพราะตนไม่มีเจตนาจะไปโกงใคร ถ้าโกงจริงป่านนี้ตนกับครอบครัวคงจะสบายไปแล้ว ได้แต่เตรียมทำใจรอรับหมายเรียกต่างๆ จากเจ้าทุกข์ผู้เสียหาย
จนกระทั่งต่อมามีหมายเรียกจาก สภ.เหล่าเสือโก้ก จ.อุบลราชธานี แจ้งให้ตนเดินทางไปพบในวันที่ 15 พฤศจิกายน เพราะมีผู้เสียหายถูกหลอกโอนเงินเข้าบัญชีชื่อตน 7.7 หมื่นบาท แต่ตนไม่มีเงินเป็นค่าเดินทาง จึงตัดสินใจว่าจะขี่รถจักรยานยนต์ไปรับทราบตามหมายเรียกที่ จ.อุบลราชธานี จึงนำเรื่องราวไปสอบถามเพื่อนๆ ในกลุ่มไรเดอร์เพื่อขอคำชี้แนะเส้นทางในการเดินทาง และอยากฝากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ รวมทั้งหวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปิดกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ในเฟซบุ๊ก และติดตามเงินมาคืนผู้เสียหายให้ได้เช่นกัน สุดท้ายยอมรับว่า หากย้อนเวลาได้คงจะคิดให้รอบคอบมากกว่านี้

