อดีตครีเอทีฟแฉ เคยถูก ‘ดารารุ่นใหญ่’ ตบหลังกลางห้าง เผย ‘คนเดียวกับที่มีข่าว’ ต้านการใช้ความรุนแรงในที่สาธารณะ หนุนผู้ถูกกระทำกล้าปกป้องตัวเอง อย่าปล่อยผ่าน
จากกรณีที่ ทนายตั้ม-ษิทรา เบี้ยบังเกิด เผยเรื่องราว “นักแสดงรุ่นใหญ่” พาลูกค้าซึ่งเป็น “ดาราหนุ่มรุ่นน้อง” ไปเสริมหล่อที่เกาหลี ก่อนจะไม่พอใจที่ชวนดารารุ่นน้องไปกินปูแต่รุ่นน้องไม่ยอมไป พร้อมกับ “ตบหน้า” ฉาดใหญ่กลางห้างดัง ต่อมา ม้า อรนภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า อย่าใช้คำว่า “ตบ” ไม่มีอะไรจะพูด และไม่ใช่นักแสดงรุ่นใหญ่ เรื่องไม่ได้ใหญ่โตตามที่วิพากษ์กัน และได้ปรับความเข้าใจไปจนจบแล้ว
จากนั้น ดาราหนุ่มหน้าใหม่ เปิดใจในคลับเฮาส์ เอ่ยถึงประเด็นที่เกิดขึ้นสั้นๆ ว่า เครียดมาก ข่าวที่ออกไปมีทั้งจริงและไม่จริง ยืนยันว่าไม่มีเรื่องชู้สาวอย่างแน่นอน
กรณีคนในแวดวงบันเทิงไทยใช้ความรุนแรงกับ “คนใกล้ตัว” ยังไม่หมดเท่านี้ ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เผยถึงเหตุการณ์ฝังใจที่ผ่านมา 7-8 ปีแล้ว เมื่อครั้งทำงานเป็น “ครีเอทีฟ” ถูก “ดารารุ่นใหญ่” ตบหลังกลางห้าง
เจ้าของเฟซบุ๊กยืนยันว่า ขอสนับสนุนให้คนกล้าที่จะปกป้องตัวเอง และต่อต้านคนที่ใช้ความรุนแรงในที่สาธารณะ เพราะไม่อยากเห็นใครมีบาดแผลในชีวิตรู้สึกผิดแบบตน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สรุปไทม์ไลน์ ดาราหนุ่มถูกตบ ทนายเดชาชี้ ‘บังคับกินปู’ เสี่ยงคุก 3 ปี แนะรุ่นใหญ่รับผิดจะจบด้วยดี
- ม้า อรนภา แจงครั้งแรกชี้ทนายดังพูดเกินไป ปมตบดาราชายที่เกาหลี
- ชัดๆเน้นๆ ทนายตั้ม เปิดคลิปนาที นักแสดงชายโดนตบ กลางห้างเกาหลี
เธอระบุว่า จะเล่าประสบการณ์โดนดาราตบกลางห้างให้ฟัง
ตอนนั้นทำงานเป็นครีเอทีฟ บ.อีเวนต์ บ.เราได้รับเลือกให้จักงานอีเวนตฺกลางห้างดังแถวๆ บางนาเพิ่งเปิดใหม่ได้ 1-2 ปี บ.เราเชิญศิลปินรุ่นใหญ่ท่านนึงมางาน ทีมงานประชุมแบ่งงานกัน พี่บอกให้เราไปดูแลดาราท่านนึง “เขาเอาใจยากหน่อย ฝากด้วยนะ แกทำได้อยู่แล้วหน้าที่นี่” ประชุมเสร็จมีคนมากระซิบบอกเราว่าจริงๆ ไม่มีใครอยากทำหน้าที่นี้
เช้าวันงาน เราไปเคลียร์ที่จอดรถห้างที่ดีที่สุด ติดประตูห้าง ติดทางเข้าไปห้องสแตนด์บายศิลปิน ตามธรรมเนียมก่อนงานอีเวนต์เริ่ม เราต้องพาศิลปินเข้ามาที่ห้องสแตนด์บาย เพื่อเปลี่ยนชุด ทัชอัพ บรีฟคิวงานใดๆ เราได้ที่จอดเราตรงไหนก็โทรไปบอก ขอป้ายทะเบียน พอเขามาปุ๊บ เราก็จะพาเขาไปนั่งในห้องพักศิลปิน
แต่ศิลปินนี้เขาปฏิเสธไปห้องสแตนด์บาย ขอไปหน้างานเลย ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลางานเริ่ม อีกตั้ง 2 ชั่วโมง เราขอปรึกษาทีม ทุกคนบอกให้พาเขามาได้ เราก็เดินนำเขาไปที่จัดงาน คือเราต้องเดินนำเขา เพราะเรารู้ว่างานจัดตรงไหน
ระหว่างเดินๆ จู่เหมือนมีอะไรมากระแทกหลังดัง พัวะ!!! แรงมาก ดังมาก และเจ็บมากๆ หันไปถึงได้รู้ว่าดาราคนนี้ใช้มือตบหลังเรา แกพูดเสียงดังมาก ทำไมถึงเดินไกลขนาดนี้ เดินไกลมาก คนหันมามองกันหมด แต่เราก็ตั้งสติพาเขาไปที่งาน ซื้อน้ำดื่มให้ที่สตาร์บัค ดูแลเขาจนจบงาน เพื่อนๆ ทีมงานก็ผลัดกันมาช่วยดูแล
แต่จำได้ว่าอายก็อาย เหนื่อยก็เหนื่อย ความรู้สึกก็เสีย ทุกคนบอกว่าเป็นเรื่องปกติ ตอนนั้นเราได้แค่ปลอบตัวเอง พูดกับตัวเองว่าไม่เป็นไรนะ อย่าเก็บมานั่งคิดให้เสียเวลา คิดซะว่าจบงานนี้ไป เรายังมีหลายงานรออยู่
ทุกวันนี้ผ่านมา 7-8 ปี ไม่ได้ทำงานประจำแล้ว ถึงแม้จะผันตัวจากครีเอทีฟเป็นยูทูบเบอร์แล้วก็ตาม แต่เรามีความรู้สึกผิดกับตัวเองว่าทำไมตอนนั้นเราถึงยอมให้คนอื่นมาทำร้ายร่างกายเราได้ง่ายๆ แบบนั้น และยิ่งเป็นที่สาธารณะด้วย ยิ่งไม่ควรเลย
อยากบอกทุกคนที่โดนแบบนี้ให้กล้าพูด กล้าปกป้องตัวเอง ตัวเรา ร่างกายเรา เรามีสิทธิที่จะดูแล อย่าปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆ ไม่งั้นมันจะมีความรู้สึกแย่กับตัวเองแบบที่เราเป็นนี่แหละ
วันนี้อ่านข่าวที่ดารารุ่นใหญ่ตบดารารุ่นน้อง แล้วนึกถึงสิ่งที่ตัวเองเจอ แต่ต่างกันตรงที่ดารารุ่นร้องคนนี้มีความกล้าที่จะพูด กล้าที่บอกทนาย
แต่คนในสังคมไทยบางคนวิจารณ์ว่าดารารุ่นน้อง อยากดังบ้าง ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่บ้าง มีความสัมพันธ์กับดารารุ่นใหญ่บ้าง บางคนเข้าข้างคนที่ทำร้ายร่างกายเขา ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?
ส่วนตัวขอติดตามข่าวต่อไป และขอสนับสนุนให้คนกล้าที่จะปกป้องตัวเอง และต่อต้านคนที่ใช้ความรุนแรงในที่สาธารณะ เพราะไม่อยากเห็นใครมีบาดแผลในชีวิตรู้สึกผิดแบบเรา ทุกคนมีความเห็นว่ายังไงบ้าง มีความเห็นต่างได้นะคะ รอฟัง รออ่าน และรอความคืบหน้าของข่าวนี้เช่นกัน
อย่างไรก็ดี ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ตอบความเห็นคนอื่นที่แชร์เรื่องเธอไปว่า “คนเดียวกับที่มีข่าว”



