สาวร้องโดน ‘เน็ตไอดอล’ สวมรอยใช้ชื่อ 7 ปี อ้างสายมูถูกโฉลก ลั่นไม่อยากแก้ชื่อ กลัวคนไม่รู้จัก
กำลังเป็นประเด็นร้อนในสังคม หลัง กนกญาดา จิตรอำพัน หรือ จอย ผู้เสียหาย ออกมาร้องเพจสายไหมต้องรอด ว่าถูก “น้องคะแนน” เน็ตไอดอล ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนนำชื่อ-นามสกุล ของตนไปใช้แสดงตัวตนนานถึง 7 ปี ทั้งยังรับงานอีเวนต์ต่างๆ จนทำให้ตนถูกสรรพากรเรียกเก็บภาษีแบบงงๆ
ก่อนที่ จอย และ น้องคะแนน จะร่วมเปิดใจในรายการ “ถกไม่เถียง” ทางช่อง 7 HD ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ

โดย จอย เล่าว่า ตนรู้จักกับคะแนน เน็ตไอดอลสาว มานานแล้ว เขาเป็นรุ่นพี่ของตนที่โรงเรียนเก่า เรื่องเกิดขึ้นเมื่อปี 57 ตอนสมัยเรียน รุ่นพี่คนดังกล่าว เดินเข้ามาหาตนมาขอยืมชื่อและนามสกุลจากบัตรประชาชนของตน ให้เหตุผลว่า “ถูกโฉลก” กับชื่อตน และเหมือนเขาเป็นสาวประเภทสอง เขาเลยอยากได้ชื่อผู้หญิงไปใช้
ด้วยความที่ตอนนั้นยังเด็ก ไม่ได้คิดอะไร เลยถ่ายรูปบัตรประชาชนให้เขาไป ต่อมา ปี 60 เขาก็ทักมาทางเฟซบุ๊ก บอกว่าทำบัตรประชาชนหาย ขอยืมบัตรประชาชนของตนอีกครั้ง แต่ตนพยายามบ่ายเบี่ยงไม่ให้
กระทั่งมาเกิดเรื่องเดือดร้อน ตอนปี 63 ตนถูกหมายเรียกจากกองปราบ และในปีเดียวกันตนก็ได้รับเอกสารภาษี เป็นของคะแนน แต่จดหมายส่งมาหาตน ต่อมาปี 65 ได้รับเอกสารให้ไปชี้แจง กรณีโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ซึ่งระหว่างเรื่องราวทั้งหมด ตนถูกคุณคะแนน บล็อกเฟซบุ๊ก ทำให้ไม่สามารถติดต่อสอบถามอะไรได้เลย จนสุดท้ายตนเลยตัดสินใจเข้าแจ้งความ
ด้าน อภิชัย (รัตน์) แฟนของผู้เสียหาย กล่าวว่า ที่ตัดสินใจแจ้งความตอนนี้ เพราะเรามองถึงอนาคต แฟนกำลังจะเรียนจบ หากไปสมัครงาน กลัวว่าบริษัทที่จะไปสมัครงานเขาค้นประวัติดูแล้ว ไปเจอประวัติว่าไปทำผิดมา กลัวว่าจะมีผลกระทบ เลยไปแจ้งความ และร้องเรียนกับทางสายไหมต้องรอด อย่างไรก็ตาม อยากให้เขาเปลี่ยนนามสกุล ส่วนชื่อถ้าเขาสะดวกจะใช้ก็ไม่เป็นไร

ฝั่ง คะแนน เน็ตไอดอลสาว เผยว่า เรื่องที่ไปขอยืมชื่อ เป็นเรื่องจริง ตนเป็นสายมูมาก ก่อนจะไปยืมบัตรประชาชนเขา ตนไปดูดวงมา เขาแนะนำว่าให้ลองเอาชื่อประมาณนี้มาใช้สัก 1 ปี อาจจะทำให้ตนมีชื่อเสียงได้เข้าวงการ จึงขอดูชื่อจากบัตรประชาชนของคุณจอย และยืมมาใช้สมัครเฟซบุ๊กเท่านั้น
ยืนยันว่าไม่เคยเอาไปทำธุรกรรมใดๆ ทั้งนี้เมื่อได้ลองเอามาใช้มันก็ดีจริงๆ สำหรับการขอบัตรประชาชนครั้งที่ 2 เนื่องจากเฟซบุ๊กของตนถูกบล็อก แล้วมันต้องการ การยืนยันตัวตน เลยติดต่อไปขอยืมอีกครั้ง ส่วนประเด็นการบล็อกเฟซบุ๊กของจอย ช่วงนั้นเฟซบุ๊กมันมีปัญหาเฟซบุ๊กถูกปิด ตนเลยบล็อกคนที่มีแชตค้างไว้อยู่แล้ว ซึ่งบล็อกใครไปบ้างตนก็ไม่รู้
ทั้งนี้ เมื่อตนเริ่มเข้าวงการมา ชื่อนี้มันเริ่มตรงกับที่เราชอบ โหงวเฮ้งมันโอเค ตนเลยดำเนินการเปลี่ยนชื่อที่เขต เป็นชื่อ “กนกญาดา จิตอำพน” ซึ่งนามสกุลจะคล้ายกัน ที่เปลี่ยนชื่อแบบนี้ เพราะตนเข้าวงการมาแล้วโดยใช้ชื่อนี้ เลยไม่อยากไปแก้ไข
ถ้าเป็นชื่ออื่น คนอาจจะไม่รู้จัก และคิดว่าตนไม่ได้ไปคดโกงใคร ทำแต่งาน ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ขณะที่เอกสารภาษีต่างๆ ที่ส่งไปถึงจอย คาดว่าอาจจะเป็นเรื่องของการพิมพ์ผิดพลาด และตนไม่ได้แจ้งลูกค้าว่าให้ส่งเอกสารไปที่ไหน เขาเลยไปหากันเอาเองเลยส่งผิด ซึ่งตนจะรับผิดชอบเอง แต่ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก ให้ดำเนินการตามกฎหมายได้เลย
“หนูติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก วันนี้หนูอยากแก้กระดุมให้จบ” คะแนนกล่าว

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่จอยกังวล ยืนยันว่าต่อไป ไม่โดนอะไรเพิ่มอีกแน่นอน เพราะตนไม่ได้ทำงานผิดกฎหมาย ตนทำงานเกี่ยวกับเซ็กซี่ พวกเว็บการพนันต่างๆ ตนก็ไม่เคยรับ การที่ตนไปเอาชื่อของจอยมาใช้ ตนไม่ได้บอกจอยว่าเอามาสมัครเฟซบุ๊ก ตนยอมรับผิดทุกอย่าง มันเป็นด้วยความที่ตอนนั้นยังเด็ก ไม่คิดว่าการเอาชื่อมาใช้แบบนี้ไม่ถูกต้อง ต้องขอโทษจอย แฟนของจอย และครอบครัวด้วย ตนยินดีจะเยียวยา และเปลี่ยนนามสกุลให้ไม่เหมือนกับจอย และถ้ามีคนเอาชื่อไปสวมรอยอีก ตนก็จะช่วยเหลือน้อง
ฟาก ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล รองประธานคณะกรรมการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย สภาทนายความฯ กล่าวว่า การเอาชื่อคนอื่นมาใช้ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ ส่วนในกรณีที่ทำให้บุคคลไปปลอมแปลงเอกสารต่างๆ หรือไปใช้ชื่อคนอื่น ตรงนี้ผิดข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอม แม้ว่าเราไม่ได้มีเจตนา แต่การไปเปลี่ยนชื่อแค่ให้มันพ้องเสียง บุคคลทั่วไปเขาก็ยังสำคัญว่าเป็นตัวคุณจอยได้ กฎหมายกำหนดไว้แล้วว่ามีความผิด คุณคะแนนปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ตัวคุณจอยสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ แต่การเจรจาประนีประนอมก็เป็นทางออกที่ดีที่สุด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : คะแนน คือใคร ย้อนประวัติ เน็ตไอดอลสายเซ็กซี่ ที่แท้เคยทำหนุ่มๆ ครางฮือ


