‘นอท กองสลากพลัส’ แจงยาวหลังโดนสบประมาท ‘รวยนักหนาหาเงินกู้ 200 ล.ทำไม?’
เป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์หลังจากที่ นอท – พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือซีอีโอนอท กองสลากพลัส ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กประกาศหาเงินทุน 200 ล้านบาทเพื่อร่วมสมทบกับการลงทุนของบริษัท
อ่าน : ซีอีโอนอท กองสลากพลัส ประกาศหาเงินทุน 200 ล้าน คนแห่สนใจ บอก 16 นี้จะไปเป็นหุ้นส่วน
ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา ในโลกออนไลน์ กระทั่งนอทต้องออกมาชี้แจงอีกครั้ง ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวนอท พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ โดยเจ้าตัวจ่าหัวว่า “รวยนักหนาหากู้เงินทำไมวะ? เรื่องน่ารู้ของการทำธุรกิจ” ก่อนจะร่ายยาวรายละเอียด ดังนี้
มีประเด็นคอมเมนต์กันมากมายถึงเรื่องที่ผมโพสต์หานายทุน จำนวนเงิน 200 ล้านบาท
– มีคนคอมเมนต์ แนวๆ ว่า ผมไม่ใช่เจ้าของตัวจริงหรือ?
– ไหนว่ามีหมื่นล้านทำไมต้องมาหาแค่ 200 ล้าน
– ประกาศหานายทุนบนเฟซบุ๊กเนี่ยนะ
– สงสัยนายทุนสีเทา
– นายทุนคือตู้ห่าวหรือเปล่า
และอีกหลายๆ เรื่องที่สรรหาจะคอมเมนต์กันตามสติปัญญาของแต่ละคน ข้อแรก ธุรกิจนี้เป็นของผม 94% และเป็นของทีมงานผมอีก 6% ส่วนนายทุนทั้งหมดนั้นเป็นเพียงผู้ให้กู้ยืมเงินเท่านั้น
โดยปกติธุรกิจส่วนใหญ่เขาก็กู้เงินมาทำธุรกิจกันทั้งนั้นละครับ เพียงแต่เขาอาจจะกู้แบงก์ หรือขอหยิบขอยืมใครมาทำธุรกิจ เพียงแต่ว่าของผมมันกู้แบงก์ไม่ได้ เพราะวงเงินมันสูงมาก บริษัทยังมีอายุเพียงสองปี และบริษัทไม่มีทรัพย์สินมาค้ำประกัน
ผมเองเริ่มธุรกิจนี้ด้วยเงินเพียงไม่ถึง 2 ล้านบาทในตอนแรก หลังจากที่เริ่มขายลอตเตอรี่ได้ และเห็นว่ามันพอมีอนาคต ผมก็เอารถ เอาบ้าน เอาคอนโด ไปจำนอง-ขายฝากมาเพื่อทำธุรกิจ เพราะธุรกิจลอตเตอรี่เป็นธุรกิจเงินสด และกองสลากพลัส เราโตเร็วมาก เร็วจนผมเองก็ตั้งตัวไม่ทัน ลองคิดดูนะครับ ผมขายลอตเตอรี่ 1 ล้านใบ ต้องใช้เงินสดประมาณ 100 ล้านบาท ในการซื้อของมาขาย และช่วงที่ผมเติบโตหนักๆ จนรันด้วยตัวเองไม่ไหวคือช่วง 1-8 ล้านใบ
ช่วงนั้นผมเติบโตงวดละ 1 ล้านใบ นั่นหมายความว่าทุก 15 วันผมจะต้องหาเงินเพิ่มเพื่อมาซื้อของงวดละ 100 ล้านบาท หรือหาเงินเพิ่มเดือนละ 200 ล้านบาทเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าผมจะใช้วิธีการซื้อหมุนหลายล็อต ซื้อมาชุดนึง 2 ล้านใบ พอขายได้ก็นำเงินไปหมุนซื้อมาใหม่ แต่สุดท้ายมันก็ไม่พอในการขายอยู่ดี เพราะปัจจุบัน วันแรกเราต้องมีลอตเตอรี่ถึง 5 ล้านใบ เพื่อจำหน่าย
ตอนที่ผมเริ่มหานายทุนหยิบยืมครั้งแรกนั้น ผมหอบเอาข้อมูลและยอดขายไปคุยกับเขาว่าผมสามารถจ่ายดอกให้เขาได้ทุกเดือน เพื่อกู้เงินเขา ตอนนั้นผมมีลูกค้า 400,000 กว่าคน ขายได้ประมาณ 1.5 ล้านใบ ซึ่งตัวผมเองนั้นก็มีชื่อเสียงในวงการอินไลน์พอสมควร มีผลงานต่างๆ มากมาย ทำให้คนที่ให้ผมยืมเงินรู้จักนิสัยใจคอผมมาบ้าง อย่างตอนที่ผมขายฝาก บ้าน-คอนโดนั้น ผมก็ได้ดอกมาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ เพียง 1 บาทต่อเดือนเท่านั้น
โดยคนให้กู้บอกว่ารู้จักผม เห็นผมเป็นนักสู้ อยากสนับสนุนให้ผมทำธุรกิจนี้ โดยที่ผมเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร ผมขายฝากผ่านบริษัท และลูกน้องของเขาเป็นคนดำเนินการเงินทุนตอนนี้ของผมนั้นแบ่งออกเป็น 5 กอง
1. เงินส่วนตัว ที่ขายของได้กำไรก็เอามาโปะเข้าไปเรื่อยๆ
2. เงินทุนกลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มนักธุรกิจรุ่นน้อง อันนี้มี 4 สัญญา
3. เงินทุนจากนักธุรกิจที่ทำแบรนด์สินค้าออนไลน์ อันนี้อีก 3 สัญญา
4. เงินทุนจากการที่ผมหาทุนผ่านเฟซบุ๊ก มีลูกค้าปล่อยกู้ผมราวๆ 7-8 ราย (ด้วยการโพสต์บนเฟซบุ๊กนี่ละ)
และที่ผ่านมาเงินทุกบาทยังอยู่ครบเป็นทุนหมุนซื้อลอตเตอรี่ ยืมใครมาเท่าไหร่อยู่เท่านั้น และผมเองก็ส่งดอกเบี้ยตรงเป๊ะไม่มีขาด เพื่อรักษาเครดิต และที่ผมโพสต์หาคนลงทุนเพิ่มนั้นเพราะ กลุ่มรุ่นน้องกลุ่มแรกไม่ต่อสัญญา 1 สัญญา เพราะเขาจะเอาเงินไปลงทุนของเขาเอง ก็เท่านั้น สำหรับที่บอกว่าผมโม้ว่าขายได้เป็นหมื่นล้าน ทำไมต้องมาหาเงินแค่นี้ หมื่นกว่าล้านมันคือ “ยอดขาย” ครับ เมื่อหักต้นทุน + ค่าใช้จ่ายแล้ว มันไม่ได้เหลือเยอะอะไร เดี๋ยวสิ้นปีผมยื่นภาษีก็คงเห็นตัวเลขกัน
ส่วนประเด็นที่ว่าเงินเทา ตู้ห่าว หรือเปล่านั้น ขอตอบว่าเงินที่ผมยืมมาจากนักธุรกิจของผมทุกคนก็ประกอบอาชีพสุจริต มีหน้ามีตาทางสังคม และเงินทุกบาทก็เป็นเงินที่ถูกนำเข้าระบบธนาคารตรวจสอบได้ สุดท้ายที่ผมจำเป็นต้องประกาศหาทุนเพิ่มก็เพราะ
1. ผมเพิ่งชำระ “ภาษีมูลค่าเพิ่ม vat 7%” ให้ลูกค้าไปประมาณ 190 ล้าน
2. นายทุนไม่ต่อสัญญาเงินกู้
ทั้งสองข้อทำให้กระแสเงินสดในบริษัทเราลดลงไปจนอาจจะได้รับผลกระทบ ผมเลยต้องรีบหาทางแก้ไข การที่ผมขอยืมหรือกู้เงินมาทำธุรกิจ ผมเองก็ว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสม เพราะผมเอากำไรมาจ่ายดอกเบี้ย ผมขายของได้กำไรขั้นต้น 3.50 บาท (หัก vat) ใน 3.50 นั่นผมเสียดอกตก 1.25 บาท ผมเองก็ยังเหลือกำไรให้บริหาร และทำการตลาด
เดี๋ยวอาจจะมีคนค่อนแคะว่า เห็นซื้อ Supercar ใช้เงินเป็นว่าเล่นทำไมต้องมาขอยืมคนอื่น ขอบอกว่าเงินส่วนตัว กับเงินบริษัท มันคนละส่วนกันครับ ชีวิตส่วนตัวผมแยกกับบริษัทโดยสิ้นเชิง และการที่ผมหายืมเงินครั้งนี้สาเหตุสำคัญจริงๆ ก็เพราะกองสลากพลัสกำลังจะก้าวใหญ่เพื่อเติบโตอย่างยิ่งใหญ่ มั่นคง และยั่งยืนต่อไปในปีหน้าครับ และคนที่ให้ผมกู้เงินก็จะเติบโตไปกับเรา
นอท พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์

