ผุดแคมเปญ ร้อง ‘อนุทิน’ หยุดรวมจ่ายยา PrEP,PEP กระจายจุดจ่ายยาให้ประชาสังคม
เมื่อวันที่ 13 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในโลกออนไลน์ต่างมีการแชร์ถึงแคมเปญ ผ่านเว็บไซต์ change.org รณรงค์ออนไลน์ เรื่อง “หยุดรวมการจ่ายยา PrEP,PEP เพื่อป้องกัน HIV ไว้ที่รัฐ อนุทินต้องกระจายจุดจ่ายยาให้ประชาสังคม” โดยขอแรงเสียงผู้ลงชื่อสนับสนุน 7,500 คน ซึ่งปัจจุบัน (เมื่อเวลา 21.05 น. วันที่ 13 มกราคม) มีผู้ลงชื่อสนับสนุนแล้ว 5,187 คน ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มรณรงค์ เมื่อวันที่ 9 มกราคม
โดยการรณรงค์ดังกล่าว ระบุว่าสืบเนื่องจาก ประกาศของรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ไม่อนุญาตให้หน่วยบริการที่ใช่ใช่สถานพยาบาลจ่ายยา เพร็พ PrEP (ยาเพื่อป้องกันHIVก่อนสัมผัสเชื้อ) และเป็บ PEP(ยาสำหรับหลังสัมผัสเชื้อใน 72 ชม.) โดยให้ผู้ใช้บริการต้องไปรับบริการจากสถานบริการของรัฐตามสิทธิ์ที่ตนมี
เราต้องการเรียกร้องให้รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณะสุข คงระบบเดิมในการให้คลินิกและองค์กรภาคประชาสังคมทำการแจกจ่าย PrEP และ PEP รวมถึงอุดหนุนงบประมาณเพื่อสร้างการเข้าถึงบริการต่างๆ ให้เข้าถึงง่ายแก่ประชาชน เพื่อลดความเสี่ยงต่อ HIV และเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

ความกังวลใจของภาคประชาชนต่อปัญหานี้ จากสังคมออนไลน์ได้ตั้งคำถามมากมายเกี่ยวกับการให้บริการของรัฐต่อการป้องกัน HIV และเอดส์ อย่างมากโดยแบ่งเป็นหัวข้อ ดังนี้
การให้บริการ พบว่าการให้การบริการของรัฐใช้เวลาที่นานกว่า ในการรอคิว และขั้นตอนในการเข้ารับบริการก็มีหลายขั้นตอน ในการเข้าใจบริการ อาจจะใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมง หรืออาจจะเป็นครึ่งวัน ทำให้เสียเวลาในการทำงาน หรือลางานเพื่อไปรับยา ต่างจากคลินิกภาคประชาสังคมที่สามารถจองบริการล่วงหน้า และเข้ารับบริการได้อย่างง่ายและรวดเร็ว
การตีตราและการเลือกปฏิบัติ ผู้คนก็ยังคงกังวลใจเมื่อเข้าไปรับบริการ จะเจอการบริการ ที่ตีตราและเลือกปฏิบัติต่อผู้รับยาว่าเป็นกลุ่มพฤติกรรมเสี่ยง กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งในความเป็นจริง ผู้ที่รับยา PrEP หรือ PEP ก็ไม่ได้จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์บ่อยๆ หรือมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง เพียงรับยาเพื่อป้องกันโอกาสในการรับเชื้อ HIV เท่านั้น
ข้อมูลส่วนตัว ในการเข้ารับการตรวจจากสถานพยาบาลของรัฐ อาจมีการต้องใช้บัตรประชาชนและข้อมูลส่วนตัวในการรับบริการ ซึ่งผู้ใช้บริการ ก็กังวลในเรื่องการเก็บรักษาข้อมูลของรัฐ ด้วยเช่นกัน
ด้วยข้อกังวลใจและปัญหาเบื้องต้น จึงเรียกร้อง ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้พิจารณาและทบทวน การกระจายบริการในการจ่ายยา PrEP และ PEP ให้คงรูปแบบเดิมที่ภาคประชาสังคมยังสามารถดำเนินการได้ พร้อมส่งเสริมให้ภาคประชาสังคมได้เพิ่มหน่วยบริการขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ในต่างจังหวัด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ และลดอัตราการส่งต่อเชื้อจนบรรลุเป้าหมายในการยุติเอดส์ได้ในปี 2030
อ้างอิงจาก
1. มติบอร์ด สปสช.ให้ชะลองบสร้างเสริมสุขภาพฯ เฉพาะผู้ที่ไม่ใช่สิทธิบัตรทอง
“ประกาศกองทุนฯ สปสช. ปี 2566 ตามที่ท่าน รมต.สธ.ลมนาม ส่งผลให้งานด้านการป้องกันเอชไอวีของประเทศ จำกัดการให้บริการเฉพาะผู้รับบริการที่มีสิทธิบัตรทองและ ส่งผลกระทบต่อนโยบายที่เกี่ยวกับงานด้านการป้องกันทั้งหมดของประเทศ”
2. ประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยเรื่องหลักการดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ซึ่งมีนโยบาลและกฏหมายที่ไม่เอื้อให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้านสาธารณะสุขอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
3. หนังสือชี้แจงแนวทางแนวทางการจัดบริการ PrEP ของ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ส่งผลให้องค์กรชุมชนไม่สามารถให้บริการด้านการป้องกัน PrEP PEP แก่ผู้รับบริการได้ เนื่องจากขัดกับ พรบ.สถานพยาบาล
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
– สธ.ถก สปสช. หาทางออกงบ “ป้องกันติดเชื้อเอชไอวี” ระหว่างรอกฎหมายชัดเจน ยัน ไม่ทำให้เอดส์ระบาด
– สปสช. ยืนยันไม่ลอยแพผู้ป่วยเอชไอวี จับคู่สถานพยาบาลดูแลผู้รับยา PrEP

