เซียนพระน้ำตาตก! ทำพระหลักแสนตกช่องบันไดเลื่อน – เจอค่ารื้อแพงกว่าต้องยอมถอดใจ
จากคลิปเหตุการณ์ที่เผยแพร่ใน “ติ๊กต๊อก” เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เซียนพระได้ทำพระเครื่องราคานับแสนบาทหล่นหายไปในช่องบันไดเลื่อนในห้างพันธ์ทิพย์ งามวงศ์วาน โดยเจ้าตัวได้หยุดบันไดเลื่อนแล้ว ให้พนักงานห้างมารื้อขั้นบันไดเลื่อน เพื่อหาพระองค์ดังกล่าวด้วยตนเองเป็นเวลานานกว่าชั่วโมงแต่ไม่พบ
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 4 มีนาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ห้างพันธ์ทิพย์ ถนนงามวงศ์วาน ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง โดยได้พบนายทศธรรม ขุนอินทร์โพธิ์ หรือ เจดาวเทียม อายุ 26 ปี เซียนพระหลวงปู่หมุน ที่เปิดร้านพระอยู่ในห้างดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้ถ่ายคลิปเหตุการณ์ในวันที่เกิดเหตุเอาไว้ ก่อนจะนำไปลงในแอพพลิเคชั่นติ๊กต๊อก จนมีเข้ามาดูเป็นจำนวนมาก
นายทศธรรม หรือ เจ ดาวเทียม กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่เพิ่งว่างนำคลิปมาลงเมื่อวานนี้ โดยในวันนั้นขณะที่กำลังเปิดร้านพระโดยปกติ จู่ๆ ไฟฟ้าในห้างก็เกิดดับลงทั้งหมดโดยไม่ทราบสาเหตุ สักพักต่อมาก็เริ่มเห็นว่ามีคนมุงดูอะไรบางอย่างที่บันไดเลื่อนชั้น 3 เป็นจำนวนมาก ซึ่งอยู่หลังร้านของตนพอดี จึงเดินเข้าไปดูเหตุการณ์ด้วย จึงทราบว่ามีเซียนพระชายคนหนึ่ง ได้ทำพระปรกใบมะขามองค์จ้อยของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ซึ่งเป็นเกจิดังของจ.ระยอง หล่นหายระหว่างที่ลงบันไดเลื่อนได้เพียง 2 – 3 ก้าว ทำให้เซียนพระคนดังกล่าว รีบวิ่งลงไปกดปุ่มหยุดบันไดเลื่อนที่ข้างล่าง จนทำให้เกิดไฟดับทั้งห้าง จากนั้นไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่ของห้างเข้ามาช่วยเหลือเซียนพระคน ดังกล่าวด้วยการส่องไฟฉายไล่ดูตามช่องบันไดแต่ละขั้นแต่ก็ไม่พบ ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่จะตัดสินใจถอดบันไดเลื่อนด้านล่างออก เพื่อช่วยค้นหาอีกครั้ง โดยมีเซียนพระคนดังกล่าวเป็นคนลงไปส่องพระไล่ค้นหาด้วยตนเองเป็นเวลาเกือบชั่วโมง แต่ก็ไม่พบ
นายทศธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับราคาพระปรกใบมะขามองค์จ้อยของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ที่เซียนพระทำหล่นหายนั้น ปัจจุบันราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาทบวกลบตามสภาพความสวยขององค์พระ ซึ่งนับตั้งแต่ตนเปิดร้านพระที่ห้างแห่งนี้มาประมาณ 4 -5 ปี ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาก่อนเลย ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับเซียนพระที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังกับการถือพระองค์เล็กที่มีราคาแพง
นายทศธรรม กล่าวว่า หลังจากเซียนพระคนดังกล่าวได้พยายามค้นหาอยู่อีกหลายรอบ และทางเจ้าหน้าที่ของห้างก็แจ้งว่าหากว่าจะต้องทำการรื้อบันไดเลื่อนออกทั้งหมด เพื่อค้นหาพระองค์ดังกล่าวจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากกว่าราคาพระที่หล่นหายไปอีก ทำให้เซียนพระมีสีหน้าท่าทางไม่ค่อยสู้ดี แม้ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ประกอบขั้นบันไดเลื่อนกลับเข้าที่แล้ว แต่เซียนพระคนดังกล่าวก็ยังไม่ยอมแพ้ พยายามเดินขึ้นลงค้นหาตามขั้นบันไดเลื่อนอีกหลายครั้ง จนกระทั่งยอมแพ้แล้วเดินทางกลับไป ซึ่งหลังเกิดเหตุตนก็ไม่ทราบว่าเซียนพระคนดังกล่าว ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐานหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือ พระองค์ดังกล่าวยังคงอยู่ใต้บันไดเลื่อนของชั้นนี้อย่างแน่นอน แต่การรื้อถอนเป็นไปด้วยความลำบากและใช้ทุนสูงไม่คุ้มกับค่ารื้อ เจ้าของพระจึงได้แต่ทำใจรับสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


