‘ลีน่า จัง’ กราบขอโทษกระชากวิก ‘แพรรี่’ ชี้แค่หยอกล้อ-เอ็นดูเหมือนลูกสาว

9.04.23 | 17:36 น.

‘ลีน่า จัง’ กราบขอโทษกระชากวิก ‘แพรรี่’ ชี้แค่หยอกล้อ-เอ็นดูเหมือนลูกสาว

จากกรณี ลีน่า จัง เข้า “กระชากวิกผม” แพรรี่ ไพรวัลย์ ระหว่างถ่ายทำรายการของ มดดำ คชาภา โดย “แพรรี่” ประกาศกลางไลฟ์ไม่ขอร่วมงานกันอีก ไม่โกรธ แต่ไม่ให้อภัย พร้อมระบุว่าพฤติกรรมของ ลีน่า จัง ทราม เหมือนไม่ได้รับการสั่งสอน อีกทั้งหมิ่นเกียรติและศักดิ์ศรี และย้ำว่า LGBT/LGBTQ ก็มีหัวใจ ไม่ใช่ตัวตลก

ล่าสุด ลีน่า จัง ไลฟ์สดตอบโต้ในเพจ ข่าวโหด ว่าสิ่งที่ทำเป็นการแสดง และได้ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว พร้อมระบุอีกว่า ขนาด พี่หม่ำ จ๊กมก ก็เคยล้อเล่น เคยด่าอย่างนี้ เขาก็สนุกๆ ไม่ได้อะไร ทั้งที่เขาดังกว่าเป็นล้านเท่า หนุ่ม กรรชัย ก็ยังไม่โกรธที่โดนล้อ คนที่เขาเป็นมืออาชีพจะไม่เรื่องมาก ไม่หลงตัวเองนั้น

อ่านเพิ่มเติม

ล่าสุด ลีน่า จัง ได้ออกมาขอโทษ แพรรี่ ผ่านเฟซบุ๊ก คุยแหลก แดกดึก ของ มดดำ คชาภา ระบุว่า “แม่กราบขอโทษแพรรี่ แม่รักแพรรี่เหมือนลูกสาว หยอกเล่นเหมือนกับเล่นกับลูกสาว คิดว่าการดึงวิกผม เป็นการหยอกเล่นกับลูกสาว หากทำแรงเกินไป แม่ขอโทษจริงๆ ไม่คิดว่าลูกสาวจะเสียใจขนาดนี้ แม่เล่นแบบเอ็นดู หยอกเล่นกับลูกสาว”

Advertisement

“การทำคอนเทนต์ของแม่ลีน่าอาจจะมองว่ารุนแรงไป ทำให้แฟนคลับของแพรรี่ไม่พอใจก็ขออภัยจริงๆ ค่ะ อย่าโกรธแม่เลย รักลูกสาวเสมอ” ลีน่า จัง ระบุ

ด้านมดดำถามว่าเขาบอกบางทีไม่ให้เกียรติแพรรี่ แต่การกระชากหัวรุนแรงเกินไป

ลีน่า จัง ตอบคำถามนี้ว่า “ขอโทษจริงๆ ค่ะ ไม่ได้มีเจตนา รักแพรรี่ ยินดีกับแพร่รี่ทุกครั้งที่แพรรี่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และที่หยอกล้อแฟนของแพร่รี่เพราะเอ็นดูเด็กก็เลยหยอกล้อเล่นไปหน่อย แม่กราบขออภัยจริงๆ ค่ะ”

นอกจากนี้ มดดำยังได้ถามอีกว่า เคยคิดจะไปหาหมอบ้างมั้ย ว่าอารมณ์เรารุนแรงหรือฮอร์โมนสะวิง โดยลีน่า จัง ตอบว่า “ไปตรวจเรื่องประสาทใช่ไหม จริงๆ มันเป็นคอนเทนต์นะ”

งานนี้ มดดำเปรียบเทียบประสบการณ์ของตัวเองไว้ว่า

“ขอเล่าอะไรให้ฟังพี่ลีน่า เมื่อก่อนรายการแฉแต่เช้าเมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว โคตรดังเลยเพราะว่าอะไรรู้ไหม การพูดด่าคน การพูดแรงๆ การพูดให้คนเสียใจ การพูดให้คนรู้สึกว่าด้อยกว่าเรา การพูดให้มีการเหลื่อมล้ำกันเกิดขึ้น เมื่อก่อนรู้สึกเหมือนพี่ลีน่าเลย คือ ฉันต้องหยาบ แรง ฉันถึงจะดัง

วันนึงตัวเองเจอประสบการณ์ชีวิตคืออะไรรู้ไหม การอ่านข้อคอมเมนต์ มดดำนั่งอ่านคอมเมนต์ทุกคอมเมนต์ วันนั้นอ่านไปน้ำตาไหลหมดเลยเพราะอะไรรู้ป่ะ ให้ทีมงานร้อยคนก็ไม่มีใครกล้ามดดำหรอก เพราะเดี๋ยวมดดำเทกอง

แต่คอมเมนต์เหล่านั้นทุกคอมเมนต์ด่ามดดำว่า มึงเป็นกะเทยแก่ มึงอยู่ในยุคไดโนเสาร์ เสียงมึงก็แหบ ทำไมไม่ปรับตัวเข้ากับโลกยุคใหม่ นั่งอ่านตั้งแต่หกโมงเย็นจนถึงหกโมงเช้า วันนึงคำตอบคืออะไรรู้ไหม เราอาศัยโลกของเด็กยุคใหม่อยู่แล้ว คือโลกของแพรรี่ที่เขาโตมาจากออนไลน์เราอาศัยอยู่แล้ว

สมัยเราแค่มีโทรศัพท์โทรเข้าโทรออก ถูกต้องมั้ย สมัยก่อนเราแค่มีเมสเสจถูกต้องไหม วันนี้เด็กพวกนี้เขาโตมาจากออนไลน์ เขาโตมาจากอินสตาแกรม ดังนั้น เรากำลังอาศัยอยู่ในยุคของเขาอยู่ เราต้องปรับตัวตามเขา ไม่ใช่เขาปรับตัวตามเราแล้ว

และมดดำเจอประโยคประโยคนึง เราลองเปลี่ยนสิพี่มดดำ เปลี่ยนเป็นคนที่เข้าใจโลก สอง พี่มดดำลองเปลี่ยนเป็นคนที่เข้าใจว่า วันนี้มันไม่มีความสวยกว่า เก่งกว่า หล่อกว่า มันไม่มีคำว่าเปรียบเทียบ เพราะทุกคนเรากำลังเข้าสู่ยุคเสมอภาค ฉันใดฉันนั้น ข้อดีของเราคือมันไม่มีเด็ก ไม่มีคนแก่ ไม่มีคนเด็ก ทุกคนจะเท่าเทียมหมด แม้กระทั่งเพศ วันนึงทุกอย่างคือความเท่าเทียม

ไอ้สิ่งที่เราเคยสำเร็จกันมาด้วยการด่า ด้วยการแรง พ.ศ.นี้ เวลานี้ ไม่ใช่แล้ว วันนี้เราต้องการยิ้มใส่กัน บางคนอาจจะบอกตอแหลก็ได้ แต่วันนี้มันคือโลกของที่ทุกคนใช้เวลาแค่ไม่เกินสิบห้าวินาที สมัยก่อนเราออกรายการเฟซบุ๊กไลฟ์ ยุคพวกเราน่าจะเป็นเฟซบุ๊กไลฟ์ เราต้องพูดยาวๆ แต่วันนี้ ทุกคน โลกอยู่แค่ 15 วิ โลกกำลังบอกว่าเขาฟังเราแค่ 15 วินาที เพราะฉะนั้นวันนี้เรายังต้องอาศัยยุคเขาอยู่

มดดำว่าพี่ลีน่าเป็นคนที่มีความรู้มากนะ อย่างเรื่องกฎหมาย มดดำยอมรับ แต่วันนี้ไม่ใช่ตัวมดดำ ตัวแม่คนเดียวนะ ตัวมดดำเองก็กำลังอาศัยอยู่ในยุคของพวกเขา ที่เราไม่ชินชากันมาเลย

ตัวเองเลยโดนทัวร์มาเยอะ แล้วทุกครั้งคนที่สอนเราได้มากที่สุด ไม่มีใครกล้าสอนมดดำเลย แม้กระทั่งพ่อ เพราะฉันโตมาด้วยตัวฉันเอง เหมือนกัน คุณก็รวยมาด้วยตัวคุณเอง ฉันเก่งมาด้วยตัวฉันเอง วันนี้ทุกคนที่ดูเราอยู่ ยิ่งมีคนไลค์เยอะ ยิ่งมีคนดูยอดวิวเยอะ พวกเขาคือโจทย์ที่จะตัดสินว่าเราจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ถือว่าเรื่องนี้มันเป็นบทเรียน

ทั้งนี้ ลีน่า จัง ได้ทิ้งท้ายด้วยคำขอโทษอย่างใจจริง “แต่วันนี้ถ้าเราทำให้แพรรี่เสียใจขนาดนี้ แม่ลีน่ากราบขออภัยจริงๆ นะ ไม่ได้มีเจตนาอะไรเลย แบบว่ารักเอ็นดูเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง”