‘แพรรี่’ โพสต์รัวๆ ถามแรง จะปล่อยให้ภิกษุมีความคิดแบบนี้ สั่งสอน ปชช.จริงหรือ? 

13.06.23 | 19:04 น.

‘แพรรี่’ โพสต์รัวๆ ถามแรง จะปล่อยให้ภิกษุมีความคิดแบบนี้ สั่งสอน ปชช.จริงหรือ? 

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “แพรรี่ ไพรวัลย์ วรรณบุตร” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

“โอ้โห ตายแล้ววววว จะปล่อยให้ภิกษุในพระพุทธศาสนามีความคิดแบบนี้จริงๆ เหรอคะ จะปล่อยให้ภิกษุในพระศาสนาเทศนาสั่งสอนพุทธบริษัทด้วยความเชื่อแบบนี้จริงๆ เหรอคะ

อานนท์! ความคิดอาจมีแก่พวกเธออย่างนี้ว่า ‘ธรรมวินัยของพวกเรามีพระศาสดาล่วงลับไปเสียแล้ว พวกเราไม่มีพระศาสดา’ ดังนี้. อานนท์! พวกเธออย่าคิดดังนั้น. อานนท์! ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่พวกเธอ ท. ธรรมวินัยนั้น จักเป็นองค์ศาสดาของพวกเธอ ท. โดยกาล ที่เราล่วงลับไปแล้ว.

ชุดจากพระโอษฐ์ ๕ เล่ม เล่มที่ ๕

Advertisement

พุทธประวัติจากพระโอษฐ์

หน้าที่ ๕๗๓

(หมายเหตุ ท.= ทั้งหลาย)

อานนท์! ในกาลบัดนี้ก็ดี ในกาลล่วงไปแห่งเราก็ดี ใครก็ตามจักต้องมีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ; มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ เป็นอยู่.

อานนท์! ภิกษุพวกใด เป็นผู้ใคร่ในสิกขา ภิกษุพวกนั้นจักเป็นผู้อยู่ในสถานะอันเลิศที่สุด แล.

(มหา. ที. ๑๐/๑๗๘/๑๔๑. มหาวาร. สํ. ๑๙/๒๑๗/๗๔๐.)

ทรงห้ามบัญญัติเพิ่ม หรือตัดทอนสิ่งที่บัญญัติไว้

ภิกษุทั้งหลาย! ภิกษุทั้งหลายจักไม่บัญญัติสิ่งที่ไม่เคยบัญญัติ จักไม่เพิกถอนสิ่งที่บัญญัติไว้แล้ว จักสมาทานศึกษาในสิกขาบทที่บัญญัติไว้แล้ว อย่างเคร่งครัดอยู่เพียงใด, ความเจริญก็เป็นสิ่งที่ภิกษุทั้งหลายหวังได้

ไม่มีความเสื่อมเลย อยู่เพียงนั้น.

สตฺตก. อํ. ๒๓/๒๑/๒๑

พระศาสนาสืบมาถึง 2,500 กว่าปี เพราะมีการสังคายนาเรียบเรียงคำสั่งสอน มีพระไตรปิฎกเป็นเครื่องรองรับพระศาสนธรรม คำสอนต่างๆ ที่อ้างว่า เป็นพระธรรม ล้วนมาจากการทรงจำของพระอานนท์ในคราวสังคายนา พระวินัยมีสืบต่อให้รักษาก็เพราะพระอุบาลี ไม่มีพระไตรปิฎก = ไม่มีพระพุทธเจ้าค่ะ ไม่มีการรักษาพระศาสนธรรม = ไม่มีพระพุทธศาสนา

อนึ่ง ในยุคที่เราเกิดมาหลังการปรินิพพานของพระพุทธเจ้ากว่า 2,000 ปี เป็นไปไม่ได้เลยนะคะ ย้ำว่าเป็นไปไม่ได้เลย ที่เราจะสามารถเข้าถึงธรรมะของพระพุทธเจ้าได้ด้วยตัวของเราเองโดยตรง ทำยังไงเหรอคะ ย้อนเวลากลับไปเข้าเฝ้าพระองค์เหรอคะ

โดยข้อเท็จจริงแล้ว ข้ออรรถข้อธรรมหรือแม้แต่ข้อวินัยใดๆ ที่เราศึกษาและปฏิบัติกันอยู่ตอนนี้ล้วนมาจากพระไตรปิฎกค่ะ

คำพูดฟังเหมือนจะดีนะคะ ที่บอกว่า ครูของเราคือพระพุทธเจ้า ไม่ใช่พระไตรปิฎก แต่ในความเป็นจริงแล้ว คำพูดแบบนี้ มันคือการย้อนแย้งในตัวของมันเอง

อย่างที่ดิฉันบอก ถ้าปราศจากพระอานนท์ที่ทรงจำพระสูตรไว้ ไม่มีทางเป็นไปได้เลยค่ะที่เราจะรู้จักธรรมะของพระพุทธเจ้า

ดังนั้นคนที่ปฏิเสธพระธรรมวินัยซึ่งถูกบัญญัติไว้ในพระไตรปิฎก มันก็เท่ากับปฎิเสธตัวพระพุทธเจ้าเองนั่นแหล่ะค่ะ

สังเวชใจจัง”

นอกจากนี้ เธอยังโพสต์แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ระบุว่า “พระศาสนาสืบมาถึง 2,500 กว่าปี เพราะมีการสังคายนาเรียบเรียงคำสั่งสอน มีพระไตรปิฎกเป็นเครื่องรองรับพระศาสนธรรม คำสอนต่างๆ ที่อ้างว่า เป็นพระธรรม ล้วนมาจากการทรงจำของพระอานนท์ในคราวสังคายนา พระวินัยมีสืบต่อให้รักษาก็เพราะพระอุบาลี ไม่มีพระไตรปิฎก = ไม่มีพระพุทธเจ้าค่ะ ไม่มีการรักษาพระศาสนธรรม = ไม่มีพระพุทธศาสนา”

พร้อมกับโพสต์เพิ่มเติมในประเด็นนี้อีกว่า “พระถังซัมจั๋งไม่น่าเสียเวลาเดินทางไปชมพูทวีปเลยค่ะ เพราะแท้ที่จริงแล้ว ครูของเราคือพระพุทธเจ้า ไม่ใช่พระไตรปิฎก จบ”