เมื่อวันที่ 10 มกราคม น.ส. เพียรพร ดีเทศน์ บุตรสาว ผู้ประสานงานการรณรงค์ประเทศไทย องค์การแม่น้ำนานาชาติ เป็นบุตรสาวนางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชน และอดีตส.ว.ชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว”Pai Deetes” ตอบเรื่องแม่น้ำโขง ที่ “ลุงตู่” ตอบนักข่าวเรื่องระเบิดแก่งแม่น้ำโขงเมื่อวาน ระบุว่าในฐานะที่ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2545 ขออธิบายทีละคำถาม ดังนี้ค่ะ 1. นายกฯ บอกว่า “การระเบิดร่องน้ำในแม่น้ำโขง ทำคนเดียวไม่ได้อยู่แล้ว ..การดำเนินการอะไรก็ต้องมีการสมยอมกันทั้ง 4 ประเทศ ไม่ใช่อยู่ที่ประเทศใดประเทศหนึ่งอีกทั้งแม่น้ำโขงก็ไม่ใช่ของประเทศไทย เป็นแม่น้ำระหว่างประเทศไม่ใช่หรือ แล้วถ้ามีการดำเนินการจะเสียประโยชน์ตรงไหน”
ตอบว่า– แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำนานาชาติ ใช้ร่วมกัน 6 ประเทศ จากเทือกเขาหิมาลัย-จีน ผ่านพม่า ลาว ไทย กัมพูชา เวียดนาม เฉพาะประเทศไทยที่แม่น้ำโขงไหลผ่านพรมแดน ก็มีถึง 8 จังหวัด คือเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบล
ข้อตกลงเดินเรือเสรีแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ปี 2000 ลงนามโดย 4 ประเทศ นำโดยจีน มีพม่า ลาว ไทย นำมาสู่การผลักดันโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือพาณิชย์ “ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง” ที่ทำให้แม่น้ำโขงตอนบนอันมีเกาะแก่งสลับซับซ้อน กลายเป็นเพียง “คลองเดินเรือ?” ให้เรือขนาดอย่างน้อย 500 ตัน เดินทางได้จากซือเหมา/ยูนนาน ลงมาถึงหลวงพระบาง
ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาจีน “ระเบิดแก่ง” ได้แค่ในจีน ลาว พม่า แต่มาติดที่พรมแดนไทย-ลาว จ.เชียงราย ที่แก่งคอนผีหลง เพราะชาวบ้านต้าน และกลาโหมคัดค้านเนื่องจากกระทบพรมแดน —ชวนอ่านงานวิจัยเรื่องพรมแดน
“จีน” หงุดหงิดที่ไทยไม่ยอม และพยายามเดินหน้าตลอด สุดท้ายก็สำเร็จ มาผ่านมติครม.ไทยเมื่อ ธันวา 2559 นี่เอง
“แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศ” เป็น shared river แปลว่าใช้ร่วมกัน ไม่ใช่ของไทย ของใคร แต่ “ใช้ร่วมกัน” และนับตั้งแต่ยุคบรรพกาล ชุมชนสองฝั่งน้ำก็ใช้-รักษา มาโดยตลอด ที่สำคัญ 4 ประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (ลาว ไทย กัมพูชา เวียดนาม) ก็มี “ข้อตกลงแม่น้ำโขง พศ.2538” ที่กำกับให้ประเทศสมาชิกใช้แม่น้ำโขงร่วมกันอย่างยั่งยืน
2. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าถ้าตอบว่าเป็นเรื่องของทรัพยากรก็หมดมาตั้งแต่ข้างบนแล้ว ปัญหาวันนี้น้ำข้างบนที่จะไหลลงมาข้างล่างก็ยังไม่พอเลย
ตอบว่า— “ข้างบน” หรือแม่น้ำโขงตอนบนในยูนนาน จีน มีเขื่อนสร้างตั้งแต่ปี 2539 จนเวลานี้ก็สร้างไปแล้ว 6 อภิมหาเขื่อน และกำลังก่อสร้างอีก 3 เขื่อน ทุกวันนี้จีนระบายน้ำ-กักน้ำ โดยเขื่อนจิงหง Jinghong Dam ที่เชียงรุ้ง ห่างไทยไป 340 กม. กระทบบ้านเราเต็มๆ เพราะน้ำโขงที่ อ.เชียงแสน ในหน้าแล้งแทบจะร้อยทั้งร้อยไหลมาจากจีน
น้ำโขงที่จีนจะปล่อยลงมาหรือไม่นั้น ส่วนใหญ่เพื่อประโยชน์ของจีน เขาปล่อยน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้า และเดินเรือสินค้าของเขาเอาของมาขายเรา หากเขาจะเดินเรือ เขาก็ปล่อยน้ำมา ไม่สนว่าท่วมหาดทราย-แปลงเกษตรริมฝั่งฤดูแล้ง หรือพัดเรือ-บ้านเรือนชาวบ้านริมโขงเสียหาย หรือหน้าน้ำหลาก เขาไม่สนฤดูกาล เขื่อนจีนทำเอาระบบนิเวศ น้ำขึ้น-น้ำลง ตามฤดูกาลของแม่น้ำโขงแปรปรวน แต่ก็ยังไม่ “พัง” เพราะยังมีเกาะแก่ง ระบบนิเวศที่ยังคงอยู่
สิ่งที่รัฐบาลไทยควรทำ คือ เรียกร้องให้จีน-เจ้าของเขื่อนแก้ไขปัญหานี้ทันที ให้จัดการเขื่อนที่คำนึงถึงท้ายน้ำ downstream และฤดูกาล แม่น้ำโขงเสียหาย ต้องรีบแก้ไข-ฟื้นฟู ไม่ควรคิดว่าแลยตามเลยแล้วปล่อยให้ใครมากระทืบซ้ำให้ตายไปจริงๆ นะคะ
3.สุดท้าย นายกบอกว่า “ถ้าจะพูดถึงทรัพยากร เรื่องของเขื่อนปากมูล อยากถามว่าแล้วประมงพื้นบ้านหาเงินได้วันละเท่าไร น้ำมันตื้นขนาดนี้จะหาเงินได้เท่าไร แล้วก็มีการระบายน้ำทิ้งวันละไม่รู้กี่แสนลูกบาศก์เมตร ไปคิดกันเอาเอง”
ตอบว่า– ลุ่มน้ำโขงเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประชาชนหลายล้ายคนใน 4 ประเทศน้ำโขงตอนล่างจับปลาและสัตว์น้ำได้ปีละ 1.9-4 ล้านตัน ปลาแม่น้ำโขงเป็นแหล่งโปรตีน แหล่งรายได้ แหล่งอารยธรรมของภูมิภาคนี้ (รวมทั้งอารยธรรมสมัยนครวัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ทะเลสาบเขมร)
ราคาปลาน้ำโขงรู้กันว่าเด๋วนี้แพงมากๆ ที่เชียงของ จ.เชียงราย ปลาเนื้ออ่อน-ปลานาง กก. ละ 450 ร้านอาหารแย่งกันซื้อนะคะ มีเงินก็ไม่ใช่ว่าจะได้กิน (ที่ลาวใต้-สีพันดอน จับปลาน้ำโขงได้ฤดูกาละ 1-10 ตัน/ครอบครัว ก็หลายล้านบาทค่ะรายได้จากปลา)
“การระบายน้ำทิ้ง” ไม่มีค่ะ แม่น้ำโขงที่ไหลไปนั้นคือสิ่งหล่อเลี้ยงสรรพชีวิต หล่อเลี้ยงระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์เป็นอันดับ 2 ของโลก แม่น้ำโขงไม่ใช่ท่อน้ำหรือคลอง แม่น้ำโขงมีวัฏจักรน้ำขึ้นน้ำลงหมุนเวียนตามฤดูกาล ปลาแม่น้ำโขง 70% อพยพทางไกล จากปากน้ำเวียดนาม-ทะเลสาบเขมร-พรมแดนไทยลาว-ลำน้ำสาขา
น้ำโขงที่ไหลจากต้นน้ำถึงทะเลจีนใต้ มีคุณค่า ตะกอนที่แม่น้ำพัดพามา คืออู่ข้าวอู่น้ำของภูมิภาค ลองหาข้อมูลอ่านดู google ก็จะพบงานวิจัยทั้งภาษาไทย อังกฤษ และอื่นๆ น่าจะหลายพันชิ้นค่ะ
แม่น้ำโขงมีทุกอย่างค่ะ แต่หายนะที่เกิด กำลังจะเกิด เนื่องจากขาดอย่างเดียว คือความเป็นธรรม-ความโปร่งใส


