สรุปประเด็น แฮชแท็กร้อน #แบนเที่ยวเกาหลี คนไทยโวยไปเที่ยว เอกสารครบ แต่ถูกตม.ส่งกลับ

28.10.23 | 16:12 น.

สรุปประเด็น แฮชแท็กร้อน #แบนเที่ยวเกาหลี คนไทยโวยไปเที่ยว แต่ถูกตม.ส่งกลับ

กำลังเป็นเรื่องที่เป็นกระแสในโลกออนไลน์ กับการเดินทางไปเที่ยวที่เกาหลีใต้ของคนไทย ที่มักถูกเจ้าหน้าที่ตม.ของทางเกาหลี ปฏิเสธการเข้าประเทศ จนทำให้หลายคนติดแฮชแท็ก #แบนเที่ยวเกาหลี จนเป็นเทรนด์ในประเทศไทย

ประเด็นปัญหาดังกล่าว สืบเนื่องมาจาก เกาหลีใต้ อนุญาตให้คนไทยเดินทางเข้าประเทศได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่ต้องให้เจ้าหน้าที่ตม.ประเมินก่อนเข้าประเทศ แต่ในช่วงที่ผ่านมา “ผีน้อย” หรือแรงงานผิดกฎหมาย เดินทางไปทำงานที่เกาหลีกันมากขึ้น มีข่าวการจับตัวกันได้อย่างต่อเนื่อง หลายครั้งจับได้จำนวนมาก กระทั่งคนไทยถูกจับตากับการเดินทางเข้าประเทศเกาหลีเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตามในช่วงหลัง หลายคนที่เดินทางไปเที่ยว แม้กระทั่ง อินฟลูเอนเซอร์ ก็ไม่สามารถเข้าประเทศไทย หลายคนที่เดินทางเข้าได้ ก็ต้องถูกกักตัวอยู่ในห้องดำ เพื่อคุยกับตม.เป็นเวลานาน ทำให้เสียเวลาเป็นอย่างมาก หลายคนที่จองห้องพัก รวมถึงตั๋วเครื่องบินแล้ว ก็ต้องเสียเงินโดยอัตโนมัติ

ไม่นานมานี้ ยังมีคนไทย ที่ออกมาแชร์เรื่องผ่านทวิตเตอร์ หรือ เอ็กซ์ ว่า ไปเที่ยวเกาหลีมาแล้ว 4 ครั้ง ไม่เคยมีปัญหา แต่ล่าสุด ต้องติดตม. ทั้งที่เอกสารต่างๆครบ สามารถตอบคำถามเจ้าหน้าที่ ถึงแผนการเที่ยวได้ทั้งหมด เมื่อตอบได้ เจ้าหน้าที่ก็พยายามต้อนเปลี่ยนเรื่องให้หาความผิดปกติให้ได้ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ถามว่า “มาเกาหลี 4 ครั้งแล้ว ยังเที่ยวไม่พอใจอีกหรอ” ซึ่งทำให้เจ้าของโพสต์อึ้ง และรู้สึกว่า ทำเหมือนกับคนไทยเป็นอาชญากร เมื่อขอยื่นอุทธรณ์กลับโดนนำกระดาษมาปาใส่หน้าและยิ้มเยาะ

นอกจากนี้ ยังมีโพสต์ของผู้ใช้เอ็กซ์อีกหนึ่งราย ที่โพสต์ติดแฮชแท็ก #แบนเที่ยวเกาหลี เป็นคลิปวิดีโอแฟนไซน์ของแฟนคลับรายหนึ่ง กับ แบยูบิน สมาชิก OH MY GIRL ที่ได้ไซน์กับศิลปิน แต่เมื่อเดินทางไปถึงแล้วแต่กลับไม่ได้เข้าประเทศ แม้ว่าจะเตรียมของขวัญให้ศิลปินจำนวนมาก และได้บอกกับเจ้าหน้าที่แล้วว่าจะไปงานแฟนมีตกับวง OH MY GIRL ก็ตาม จนทำให้แบยูบิน กล่าวขอโทษ

ซึ่งเจ้าของโพสต์ได้เขียนเล่าเรื่องราวและตั้งคำถามว่า “ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้คำตอบว่าเพราะอะไรถึงถูกถอดวีซ่าส่งกลับประเทศ เชื่อ k-eta ที่ใครกรอกก็ได้มากกว่าวีซ่า ต้องเสียเงิน เสียเวลา เสียสุขภาพจิต เสียความรู้สึก แล้วไม่ได้อะไรกลับมาเลย”

อย่างไรก็ตาม หลายคนก็มองว่า ยังมีคนไทยหลายคน อย่างแรงงานผิดกฎหมาย ที่เดินทางไปทำงานไม่ถูกต้อง ทำให้คนอื่นในประเทศลำบากไปด้วย รวมไปถึงเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ หรือ นักร้อง นักดนตรี ที่เข้าไปทำงาน แต่กลับบอกว่าไปเที่ยว ทำให้หลายคนเจอกับปัญหาเช่นกัน

หลังจากนั้น แฮชแทก #แบนเที่ยวเกาหลี ก็กลายเป็นแฮชแท็กที่หลายคน ใช้แชร์ประสบการณ์ รวมถึงแสดงความคิดเห็น โดยมีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ถูกปฏิเสธเข้าประเทศ หลายคนมองว่า การมี K-ETA น่าจะเป็นการคัดกรองคนเข้าประเทศแล้วส่วนหนึ่ง ทำไมถึงยังปฏิเสธการเข้าประเทศอีก จนบางคนมองว่าเป็นการเหยียดชาติหรือไม่

ขณะที่ เหล่าแฟนคลับศิลปินเกาหลีหลายคน มองว่าเป็นการเสียเวลาและความรู้สึก เนื่องจากการได้แฟนไซน์ หรือการเข้างานมีตติ้ง รวมไปถึงคอนเสิร์ต จำเป็นต้องจ่ายเงินจำนวนมาก เพื่อซื้ออัลบั้ม หรือ การซื้อตั๋วคอนเสิร์ต ที่อาจต้องซื้อต่อมาในราคาสูง ทั้งๆที่มีหลักฐานครบ แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าประเทศไทย

ลามไปถึงการระบุถึงอาชีพบางอย่าง ที่คนเกาหลีมาประกอบอาชีพในไทย อาทิ ช่างตัดผม ทั้งที่เป็นอาชีพที่สงวนให้กับคนไทย จนกลายเป็นประเด็นร้อน ที่หลายคนวิจารณ์อย่างต่อเนื่อง