อาจารย์ม.ดัง สะท้อนปัญหา มหา’ลัยใช้ระบบยื่นพอร์ต ทำได้เด็กไม่ตรงความสามารถ

4.12.23 | 16:05 น.

อาจารย์ ม.ดัง สะท้อนปัญหา มหา’ลัยใช้ระบบยื่นพอร์ต กลับได้เด็กไม่ตรงความสามารถ

การคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือทีแคส ปีการศึกษา 2567 มีด้วยกัน 4 รอบ คือ รอบ 1 พอร์ตโฟลิโอ หรือแฟ้มสะสมผลงาน เป็นรอบที่เด็กสมัครกับมหาวิทยาลัยโดยตรง การสมัครนี้เป็นการยื่นผลงานที่ผ่านมาของตน เพื่อให้ได้รับการคัดเลือกให้ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่ยื่น รอบ 2 โควต้า สมัครโดยตรงกับมหาวิทยาลัย ซึ่งการรับนั้นเป็นไปตามโควต้า และจำนวนที่มหาวิทยาลัยเปิดรับ 3 แอดมิชชั่นส์ รับสมัครในระบบ mytcas.com ที่มีเกณฑ์การคัดเลือกที่ชัดเจน และรอบ 4 รับตรงอิสระ ที่มหาวิทยาลัยดำเนินการเอง

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาจารย์ศุภโชค ชุมสาย ณ อยุธยา คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โพสต์ข้อความผ่านเพจ “Subhachog Jumsai Na Ayudhya” ระบุว่า

“ตั้งแต่แรกที่ประกาศว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะใช้ระบบการยื่นพอร์ตโฟลิโอ พวกเราที่เป็นอาจารย์ในคณะที่สอนสายศิลปะ ก็ตั้งประเด็นถึงช่องโหว่ที่เกิดขึ้น ว่างานในพอร์ทนั้นจะมั่นใจว่าเป็นผลงานจริงได้อย่างไร ครั้นเมื่อระบบนี้ถูกนำมาใช้ เราก็พบปัญหาตามที่คาด ไม่เพียงแต่สายศิลปะ แต่เพื่อนคณาจารย์ในสายอื่นๆเช่นวิศวะก็พบกับปัญหานี้ แม้ครั้งหนึ่ง เท่าที่ผมทราบ มีท่านผู้บริหาร ผู้คิดค้นระบบการยื่นพอร์ตนี้มาบรรยายให้คณาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเราฟัง ต่อคำถามและข้อคิดเห็นในการส่งพอร์ตว่าไม่น่าจะเหมาะกับคณะสายปฏิบัติต่างๆ ท่านผู้บริหารท่านนั้นก็บอกว่า ให้พวกอาจารย์ปรับตัวบ้าง อย่าเป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปี(ผมไม่อยู่ในเหตุการณ์ แต่รับฟังมาจากมิตรสหายที่เข้าไปฟังวันนั้น)

จากนั้นมา ทุกๆปี ในการตรวจพอร์ตและสัมภาษณ์ หน้าที่ของเราแทนที่จะเป็นการตรวจวัดประเมินคะแนน เรากลับต้องปวดหัวกับการจับผิดงานที่ส่งมาว่าทำจริงหรือไม่ เพราะหลายชิ้นนั้นมีทักษะฝีมือสูงจนน่าประหลาดใจ ไม่สัมพันธ์กับงานดีไซน์ที่เราให้ “ลองมือ” และที่ใช้คำว่าลองมือนี้ก็เพราะเบื้องบนท่านสั่งมาอีกว่า ห้ามทำการทดสอบใดๆอีก ต้องตรวจจากงานในพอร์ตเท่านั้น! ดังนั้น ก็สัมพันธ์กับผลที่เกิดขึ้นทุกปี คือ คนที่เข้ามาเป็นนักศึกษาส่วนหนึ่ง ทักษะและความเข้าใจต่างจากในพอร์ตลิบลับ พวกนี้ก็จะเรียนแบบคร้านๆกันไป ที่ตกไปก็มาก

Advertisement

ผมและมิตรสหายหลายท่านในฐานะอาจารย์ประจำหลักสูตรและเป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาพื้นฐานทักษะ ต้องเจอกับปัญหาทักษะของผู้เรียนที่ด้อยลงไปทุกวัน เพราะรู้ทั้งรู้ว่าฝีมือในพอร์ตน่าจะไม่ใช่ แต่เราเอาผิดอะไรไม่ได้ มันได้แต่ตั้งข้อสันนิษฐานและให้โอกาส แม้จะเป็นโอกาสที่พวกเขาใช้วิธีอันไม่ซื่อตรงเข้ามา

ผมสะท้อนสิ่งนี้ลงไปในรายงานการประเมินตนเองประจำปี (SAR) ทุกปี ว่าปัญหาจากการยื่นพอร์ตมันเป็นเช่นนี้ แต่ก็ไม่เห็นว่ารายงานเหล่านี้จะไปสะกิดสำนึกท่านผู้ใหญ่แต่อย่างใด แม้ตอนมีผู้ทรงฯมาประเมินทุกปี ผู้ทรงท่านก็รับทราบปัญหา แต่ก็เพียงได้แต่บอกแก่เราว่า ต้องทำใจเพราะที่คณะ ที่มหาวิทยาลัยของท่านผู้ทรงเองก็เจอปัญหาเดียวกัน ..อ้าว

ปีนี้ เพื่อแก้ปัญหาปลายเหตุเช่นเคย เราจึงมีการลองมือในวิชาวาดเส้นด้วย และผลก็อย่างที่ผมโพสต์ไป หลายคนวาดพอร์ตเทรทใส่พอร์ตมาอย่างเทพ เก่งกว่าผมตอนเข้าปี 1 เสียอีก (55) แต่พอลองมือแล้วปรากฏว่า นี่มันคนวาดรูปไม่เป็นเลยนะ ต้องมานั่งซักเด็กว่า วาดเองหรือเปล่า วาดเองกี่เปอร์เซ็นต์ ติวที่ไหนน้าา แล้วก็บอกเขาไปด้วยความหวังดีว่า “โรงเรียนติวที่เขียนให้แบบนี่น่ะ มันไม่ได้สอนอะไรเราเลย ไม่ได้ทำให้คุณวาดรูปเข้าใจหรือเก่งขึ้นเลย คุณโดนหลอกเอาตังค์แล้วล่ะ เลิกเรียนที่นั่นนะ” ปีนี้จึงเป็นปีแรกที่เราคัดเด็กในการสัมภาษณ์ออกมากถึง 30% ครับ

ท่านที่เป็นมิตรสหายกับผมคงเห็นผมบ่นเรื่องนี้ทุกปี ไม่ใช่บ่นเพียงอย่างเดียว แต่ผมได้เขียนรายงานฯในรูปแบบการวัดคุณภาพการศึกษาตามระบบ AUN-QA มาทุกปี ก็ไม่เห็นข้างบนเขาจะอ่าน (55) จนปัญหามันสาหัสขึ้นทุกปีครับ ส่วนตัวผมจึงอยากให้ยกเลิกระบบสอบแบบยื่นพอร์ตนี้ แล้วสอบตรงวัดความพร้อม ความตั้งใจ และความฝึกฝนดีกว่า

ผู้สอนหลายท่านต่างก็ออกมาพูดในเรื่องนี้ครับ แต่เบื้องบนท่านก็น่าจะถือว่าไม่ใช่ธุระเช่นเดิม เพราะท่านคอยนับตังค์ครับ ท่านสอนหนังสือเป็นกันเสียที่ไหน”