เปิดใจ หนุ่มป่วยมะเร็งกระดูก ต้องตัดขาต่อชีวิต นาทีสุดทรมาน ความสุขที่หายไป
กรณี ชายหนุ่มรายหนึ่ง โพสต์คลิปของตัวเองขณะนอนร้องไห้อยู่บนเตียงในโรงพยาบาล พร้อมข้อความว่า “ความสุขที่หายไป” จนเป็นที่กล่าวถึงในโลกออนไลน์นั้น
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม นายเจริญรัชต์ พวงเจริญ อายุ 27 ปี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเดือนเมษายน ตนเริ่มมีอาการปวดขา บริเวณสะโพกข้างขวา ตนเลยไปพบแพทย์ โดยแพทย์แจ้งว่าตนเป็นกล้ามเนื้ออักเสบ จากนั้นก็ไปพบแพทย์ทุกสัปดาห์ เพื่อรับยาและฉีดยาแก้ปวด
นายเจริญรัชต์ กล่าวต่อว่า ต่อมาเดือนพฤษภาคม ไปพบแพทย์เช่นเดิม แพทย์แจ้งว่าเป็นกล้ามเนื้ออักเสบ แต่ก็สงสัยว่า ทำไมถึงยังไม่หายสักที แพทย์จึงทำการเอ็กซเรย์ ปรากฏว่า กระดูกบางส่วนหายไป จากนั้นเลยไปหาหมอกระดูกเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน และนัดทำ MRI ในสัปดาห์ต่อมา วันที่ 14 มิถุนายน ก่อนที่ผลจะออกในวันถัดมาพบก้อนเนื้อขนาดประมาณ 9 เซนติเมตร แพทย์จึงส่งต่อให้โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่โรงพยาบาลดังกล่าวไม่สามารถผ่าตัดได้ เลยมารักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีในวันที่ 29 มิถุนายน โดยแพทย์ได้ดูประวัติการรักษา และรีเช็กปอด ต่อมาได้นัดให้เจาะชิ้นเนื้อ แต่กลับไม่พบความผิดปกติ
นายเจริญรัชต์ กล่าวด้วยว่า จากนั้นตนได้ตรวจรอบที่ 2 เมื่อกลางเดือน กรกฎาคม พบเป็นชิ้นเนื้อร้าย แพทย์จึงให้ทำซีทีสแกนเพิ่มเติมกับโรงพยาบาลที่ตนมีสิทธิ์รักษาอยู่ และพบว่าก้อนเนื้อใหญ่ขึ้นเป็นขนาดประมาณ 13 เซนติเมตร แพทย์จึงส่งต่อให้แพทย์มะเร็ง ตนได้ทำคีโม 3 ครั้ง ในช่วงเดือน สิงหาคม กันยายน และ ตุลาคม นอกจากนี้ ยังมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดด้วย ต่อมาครั้งที่ 4 พบว่ามีอาการเจ็บช่วงต้นขาขวาเพิ่ม เมื่อถึงโรงพยาบาลตนเลยลองคลำดู และเมื่อเปิดดูพบว่าก้อนเนื้อนั้นนูนขึ้นมาจากก้อนเนื้อเดิม และมีหัวขาว ก่อนที่วันถัดมาจะกลายเป็นหนอง
“แพทย์บอกว่า รักษาหนองก่อน แต่จากนั้นไม่นานหัวหนองแตก กลายเป็นแผลบนชิ้นเนื้อ ทำให้แผลติดเชื้อ ตนได้ทำการรักษาอยู่พักหนึ่งแต่ไม่ดีขึ้น แพทย์เลยบอกว่าต้องผ่าตัด โดยช่วงแรกแพทย์บอกจะตัดกระดูกสะโพกออก 1 ชิ้น แต่ตอนนี้กลายเป็นจะต้องตัดขาขวาออกทั้งขา”
นายเจริญรัชต์ กล่าวต่อว่า ตอนนั้นครอบครัว และคนรอบข้างต่างก็เป็นห่วง ว่าจะต้องตัดขา แต่หากตนไม่ตัดขา ตนจะมีชีวิตได้อีกแค่ 1-2 ปี ตนเลยเลือกที่จะตัดขาทิ้งเพื่อต่อชีวิตตนต่อไป และตัดขาไปเรียบร้อยเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ใช้เวลาผ่าตัดทั้งหมด 22 ชั่วโมง จำได้ว่าวินาทีที่ฟื้นขึ้นมา รู้สึกว่ายังมีขาอยู่ ได้แต่คิดว่า ยังไม่ตายใช่ไหม และในตอนนั้นทุกคนคิดว่าน่าจะไม่รอดแล้ว
“มาพบว่าเป็นมะเร็งในวัย 27 ปี ถือเป็นเบญจเพสเลย ในระยะเวลาแค่ 1 ปี ต้องเสียขา และต้องอยู่ในโรงพยาบาล ความสุขที่เคยมีก็หายไป จำได้ว่าตอนที่ทำคีโมนั้นทรมานที่สุด ได้แต่คิดว่าอยากจะผ่าตัดให้รู้แล้วรู้รอด จะตายก็ตาย จะรอดก็รอด แต่ไม่อยากทรมานอีกแล้ว ยิ่งตอนนี้เข้าใกล้ช่วงเทศกาลสังสรรค์ ได้แต่เห็นคนอื่นสังสรรค์กันอย่างมีความสุข เพราะปกติจะเป็นที่คอยจัดเตรียมงานคริสมาสต์ให้ที่บ้าน และที่ทำงาน”
นายเจริญรัชต์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ร่างกายตนดีขึ้น ส่วนสภาพจิตใจแล้วแต่ช่วง ตนแค่รู้สึกว่าปีนี้เราจะได้สังสรรค์เหมือนเดิมหรือไม่ ส่วนเรื่องงาน ตอนนี้ไม่สามารถกลับไปทำงานเหมือนเดิมได้ คิดว่าคงต้องกลับบ้านที่ฉะเชิงเทราไปปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ อยากให้คนที่เจอเรื่องราวเหมือนตนสู้ ไม่ใช่ว่าตนเก่ง บางทีก็มีอ่อนแอในมุมของเรา แต่ก็ต้องกลับมาให้เร็วที่สุด ล้มแล้วก็ต้องลุกให้ได้ ชีวิตไม่ได้จบเพียงเท่านี้ ต้องสู้กันต่อไป
ที่มา ข่าวสด

