นทท.ต่างชาติ เที่ยวยี่เป็ง สุดระทึก เพลิงลุกไหม้ต้นไม้-หลังคารถ ถาม ควรยกเลิกโคมลอยหรือไม่

นทท.ต่างชาติ เที่ยวยี่เป็ง สุดระทึก เพลิงลุกไหม้ต้นไม้-หลังคารถ ถาม ควรยกเลิกโคมลอยหรือไม่

จากข่าวไฟไหม้ที่อาคารพาณิชย์ บริเวณตลาดดอกไม้ ถนนไปรษณีย์ ต.ช้างม่อย อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งอาคารดังกล่าวเป็นอาคารพาณิชย์ปูน 2 ชั้น และเพลิงได้ลุกไหม้อาคารเสียหายประมาณ 6 คูหา เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งเป็นช่วงคืนวันลอยกระทงหรือยี่เป็งเชียงใหม่พอดี

โดยเมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา คืนส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2567 เกิดเหตุไฟไหม้อาคารพาณิชย์ที่ตั้งบริษัทจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ถนนพระปกเกล้า กลางเมืองเชียงใหม่อีกเช่นกัน

จากเหตุการณ์เหล่านี้ มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุอาจมาจากการปล่อยโคมลอย เนื่องจากช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดเหตุไฟไหม้บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ มีประชาชนและนักท่องเที่ยวปล่อยโคมลอยกันเป็นจำนวนมาก และมีจุดต้นเพลิงที่ลุกลามจากด้านบนลงมา

Advertisement

ล่าสุด พบผู้ใช้บัญชีอินสตาแกรมที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวงานยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2566 ได้โพสต์ภาพคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ระหว่างการเที่ยวงานยี่เป็งในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการปล่อยโคมลอย ที่ดูน่าหวาดเสียวและเป็นอันตราย

โดยบรรยายข้อความเป็นภาษาอังกฤษบอกเล่าเรื่องราวได้ว่า “มาเที่ยวงานยี่เป็งที่เชียงใหม่ด้วยความคาดหวังที่จะได้มาพบเห็นและบันทึกภาพการปล่อยโคมลอยที่สวยงาม เหมือนที่เคยเห็นภาพโคมลอยถูกปล่อยขึ้นไปอยู่เต็มท้องฟ้า แต่ในความเป็นจริงแล้วมันดูอันตรายมากๆ และอยู่เหนือการควบคุม

รวมทั้งดูแทบจะเหมือนการฆาตกรรมหมู่ เนื่องจากโคมลอยจำนวนมาก ที่ถูกจุดไฟแล้วไม่ได้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสวยงาม แต่กลับลอยเข้าไปกลางฝูงชนที่เกือบจะได้รับอันตรายจากการที่โคมลอยที่ไฟลุกไหม้ตกใส่หรือเฉี่ยวหัว บางดวงติดต้นไม้จนไฟลุกไหม้ และบางดวงไฟลุกไหม้คามือ ซึ่งโพสต์ดังกล่าวนี้มีผู้เข้าไปชมและแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยจำนวนมากต่างระบุว่าเป็นประเพณีที่อันตรายและสมควรอย่างยิ่งที่จะถูกยกเลิกได้แล้ว”

 

จากคลิปโคมลอยที่ปรากฏมีลักษณะ ลอยบนอากาศเป็นจำนวนมาก และไม่ได้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่กลับติดไฟลุกไหม้แล้วร่วงหล่นลงมาใส่นักท่องเที่ยว และตกลงใส่หลังคารถยนต์ที่ขับผ่านไปมา รวมทั้งตกลงมาบนพื้นและคนที่อยู่ใกล้เคียงต้องช่วยกันดับไฟ

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image