หนุ่มร้อง ถูกตม.กักตัว อ้างมีหมายจับจนตกเครื่อง อดไปญี่ปุ่น สุดท้ายไม่มี จนท.ไม่รับผิดชอบใดๆ
เมื่อวันที่ 5 มกราคม โหนกระแส รายงานกรณีชายรายหนึ่งวัย 33 ปี ที่ถูก ตม.กักตัวไว้ ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระบุว่า มีหมายจับ สภ.พระสมุทรเจดีย์ ในข้อหาอนาจารขัดต่อศีลธรรม จนทำให้พลาดเที่ยวญี่ปุ่น ท้ายที่สุดแล้วไม่มีหมายจับแต่อย่างใด แต่ไม่ได้รับการชดเชยเยียวยา
โดย ชาย อายุ 33 ปี นำหลักฐานเข้าร้องกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2566 ได้เดินทางไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น แต่เมื่อถึงขั้นตอนของตรวจคนเข้าเมือง กลับถูกเจ้าหน้าที่ ตม. ขาออก ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กักตัว โดยให้เหตุผลว่า ตนมีหมายจับที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์ ในข้อหาอนาจารขัดต่อศีลธรรม ทำให้ไม่สามารถเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรได้
ชายรายดังกล่าว ระบุอีกว่า แจ้งกับเจ้าหน้าที่ไปแล้วว่า ไม่เคยก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งตอนนั้นก็ใกล้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ปล่อย และถามอีกว่าเคยก็เหตุอนาจารเมื่อปี 51 ไหม ก็ยืนยันไปเหมือนเดิมว่า ไม่มี จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวไปยังกองกำกับการสืบสวน บก.ตม.2 เพื่อดำเนินการ เมื่อไปถึง ตรวจสอบหมายจับอีกครั้ง กลับไม่พบหมายจับ พบเพียงประวัติคดีเก่าที่จบไปแล้ว และไม่เกี่ยวกับคดีอนาจารแต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัว แต่เวลาที่ล่วงเลยไปหลายชั่วโมง ทำให้ตนตกเครื่อง ไม่สามารถเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นได้
“เมื่อทวงถามความรับผิดชอบ เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบใด ๆ และยังบอกอีกว่า ค่าตั๋วเครื่องบินและค่าเสียหายอื่น ๆ หากอยากได้ต้องไปร้องส่วนกลาง จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จดเลขคดีที่มีหมายจับให้ไปเดินเรื่องตรวจสอบที่โรงพัก จากนั้น ก็ได้เดินทางไปขอตรวจสอบหมายจับที่โรงพัก ที่ศาลเยาวชนจังหวัดสมุทรปราการ และติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยพาไปเช็กที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งสุดท้ายผลการตรวจสอบก็ไม่มีหมายจับแต่อย่างใด ก็ยังงงว่าทำไมทาง ตม. ถึงตรวจพบหมายจับในคดีอนาจาร”
ชายวัย 33 ปี กล่าวอีกว่า อยากให้ทางผู้เกี่ยวข้อง ออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ปล่อยตนให้เคว้งคว้าง และเอาคดีให้ตนมาตามเอง เพราะถ้าหากตนจะเดินทางไปไหนก็ไปไม่ได้ ต้องมาติดคดีที่ไม่ได้ทำ ที่สำคัญตอนเจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีหมายจับ ตอนนั้นมีคนต่อแถวรออีกหลายคน ทำให้ตนอับอาย ส่วนเงินค่าเครื่องบิน 2 หมื่นกว่าบาทนั้น ก็อยากได้คืน รวมถึงเงินญี่ปุ่นที่แลกมานั้นก็ต้องไปแลกคืน ซึ่งก็ต้องเสียค่าธรรมเนียม ก็อยากให้ผู้เกี่ยวข้องมาชดใช้ด้วย
ด้านนายพัฒนศักดิ์ จันทร์ตรี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ได้ช่วยเหลือผู้เสียหาย พาไปตรวจสอบตามหน่วยงานต่าง ๆ ขณะนี้เตรียมจะร่างคำร้องต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป

