‘เป็นหนึ่ง’ แฉ เพจดัง รีดทรัพย์ คลินิกเสริมความงาม 3 แสน ไม่ให้เงิน เจอโพสต์โจมตี

8.01.24 | 09:15 น.

เอาแล้วไง! ‘เป็นหนึ่ง’ แฉ เพจดัง รีดทรัพย์ คลินิกเสริมความงาม 3 แสน ไม่ให้เจอโพสต์โจมตี ผู้เสียหายเพียบ!

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็น ที่กำลังจำตามองอย่างมาก หลังจากที่เพจดังอย่าง “เป็นหนึ่ง” โพสต์ข้อความระบุว่า

เพจใหญ่ ! โพสต์โจมตีคลินิกเสริมความงาม แต่เบื้องหลังรีดเก็บค่าไถ่ ตบทรัพย์กว่าหลายแสนบาท พรุ่งนี้ (วันที่ 8 มกราคม) เป็นหนึ่ง พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่กองปราบ โปรดติดตาม

พร้อมกับแนบแชท การขอยิมเงิน 3 แสน ระหว่างเพจดัง และคลินิกเสริมความงาม โดยทางเพจดัง ส่งข้อความจี้ขอยืมเงิน 3 แสน

Advertisement

พร้อมกับระบุข้อความเพิ่มเติม ว่า

คลีนิคเสริมความงามหรือ

โรงพยาบาลเสริมความงามที่ไหน

ที่เคยถูกเพจดังกล่าว รีดไถกรรโชกทรัพย์ สามารถทักมาให้ข้อมูลเบาะแสกับทางเราได้เลย

 

นอกจากนี้ ทางเพจ “เจ้าคุณพระโรส เภณีวงค์วชิรภัคดิ์”  โพสต์ข้อความแฉเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติมว่า

“มาค่ะเ-อกเรื่องนี้สนุก กู รับรองได้เลย วีรกรรมอิ —- ที่เปิดเพจข่าว —ขยี้ข่าว แต่ลืมความ – ของตัวเอง

ก่อนน่านี้ยัอนไปประมาณ 4-5 ปี มันทำเพจสวย**อง และหาสปอนเซอร์มาลง คือถ้าจ่ายสปอนเวลามีเคสหลุดจะไม่โพสต์และเคลียร์หลังบ้าน สปอนปีนึงก็ 5 แสนต่ำๆ และก็ให้ทำศัลยกรรมฟรี แจกฉ่ำ

ทีนี้มันเคยตีคลินิกนึงชื่อหมอ พ แหกเขาสะยับจนเขาเป็นโรคซึมเศร้า หาว่าทำนมเน่านั่นนี่นู้นหมอเครียดมากกกกกกก ฟ้องมันและหมอไปขึ้นศาล ขี้เยี่ยวแตกกลางศาลเลยน่าสงสารมากๆๆๆๆ ปัจจุบันหมอเริ่มดีขึ้นแล้วแต่ยังไม่หายขาด

อีกเคสคือ หมอ ทร ….. คลินิกคนแชร์เป็นพันตอนลูกแกตาย หมอท้องแฝดอยู่ และมันอะก็เมคเคสขึ้นมา และให้ลูกน้องไปบอกหมอว่ามีเคสหลุด เขาไม่ยอมเขาจะเอาเรื่อง ขอคอนแทคขออะไรก็ไม่ให้ หมอก็หาไม่เจอว่าคนไข้คือคนไหน มันก็ปั่นๆ จนหมอแท้งลูก1 คน อีกคนรอดแต่คลอดตอน5 เดือน ลูกเขานอน nicu เป็นปี น่าสงสารมาก แต่ที่มันชนะทุกคดี เพราะมันไม่เอ่ยชื่อหมอตรงๆ มันใช้ตัวย่อ หมอนั่นหมอนี่ ย่านไหนๆ แต่คนทำศัลยกรรมอะเขารู้กัน

จนหายไปพักนึงแล้ว ล่าสุด คือ กลับมาทำแบบเดิมอีกแล้ว เอาเคสหลุดของคลีนิคอื่นๆ อ้างว่าช่วยเหลือ แต่แต่ สุดท้ายเอาไปหากิน (เอาง่ายๆคือไปตบทรัพย์คลีนิคศัลยกรรม) คือถ้าช่วยเขาจริงๆอันนี้ไม่เป็นไรนะ แต่จุดประสงค์ของการช่วยของนางคือไปไถ่เงินคลีนิคแล้วก็ยัดให้เขาสปอนเซอร์นางหลักแสนเอย เราศัลยกรรมฟรีเอย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจดังกล่าว มีผู้ติดตามมากกว่า 3.8 แสนคน หลังจากที่เป็นประเด็นในโลกออนไลน์แล้ว ทางเพจ ออกมาโพสต์ข้อความว่า “มั่นใจในพยานและหลักฐานเตรียมแจ้งความกลับข้อหาแจ้งความเท็จแน่นอน.. ยินดีออกรายการพร้อมหลักฐานและพยานคะ เราคนจริงพร้อมเผชิญหน้าอยู่แล้ว..

ล่าสุด เมื่อช่วงสาย ของวันที่ 8 มกราคม น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ หรือ ต้นอ้อ จากมูลนิธิเป็นหนึ่ง พา น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เจ้าของสถานเสริมความงามแห่งหนึ่งในจ.นครราชสีมา เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ภูมิระพี สังข์ทอง ผกก.กลุ่มงานเวรอำนวยการ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อร้องให้ตรวจสอบกรณีถูกเพจชื่อดัง มีพฤติการณ์ข่มขู่เรียกเงิน

น.ส.เอ กล่าว่า เมื่อ 3 ปี ที่แล้วสถานบริการเสริมความงามของตนถูกร้องเรียน ถูกจับกุมดำเนินคดี และเสียค่าปรับไปหมดแล้ว และเพิ่งกลับมาเปิดคลีนิคอีกครั้งได้ไม่นาน เพจดังกล่าว ก็ทักมาในทำนองว่า รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับทางคลินิค จากนั้นก็ทักมาขิยืมเงิน 3 แสนบาท อ้างว่ามีปัญหาต้องการใช้เงิน และทักมาลักษณะนี้แบบถี่ๆ จนตนเอง ตกใจ ทั้งที่ไม่รู้จักกัน และมองว่า อาจจะถูกข่มขู่คุกคามหรือไม่ โดยทราบข้อมูลมาว่าอดีตพนักงานที่เคยทำงานกับทางคลินิค น่าจะเอาข้อมูลต่างๆของทางคลินิค ไปบอกกับทางเพจดังกล่าวหรือไม่

ส่วน ต้นอ้อ ระบุว่า เพจดังกล่าวนั้น เปิดมาเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้ที่รับผลกระทบจากการศัลยกรรม แต่กลับมีพฤติการลักษณะที่รีดเงินจากสถานเสริมความงาม หลังจากที่ “เพจเป็นหนึ่ง” ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเพจดังกล่าวที่กระทำการในลักษณะนี้ ก็มีผู้เสียหายจำนวนหนึ่งติดต่อเข้ามาว่าถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน หนึ่งในนั้นเป็นอดีตผู้สมัครมิสแกรนด์ในจังหวัดภาคอีสานแห่งหนึ่ง ที่เคยถูกเพจข่าวจะทำการในลักษณะเดียวกันเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 และพร้อมที่จะให้ข้อมูลกับทางสื่อมวลชนด้วย

ต้นอ้อ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนเองยังมีคลิปเสียงสนทนา ระหว่างผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าของคลินิกเสริมความงามกับทางเพจข่าวแห่งนี้ โดยทางเจ้าของเพจอ้างว่า จะต้องนำเงินส่งผู้ใหญ่ในกระทรวงฯ ตนเองจึงอยากฝากถึง ผู้บริหารของกระทรวง ที่มีหน้าที่กำกับดูแล สถานเสริมความงามทั่วประเทศว่า ได้มอบอำนาจให้เพจข่าวนี้มาดำเนินการในลักษณะนี้จริงหรือไม่

ด้าน นายสิรวิทย์ ช่วงเสน คณะทำงานฝ่ายกฎหมายมูลนิธิเป็นหนึ่ง ระบุว่าพฤติการณ์ของเพจข่าวที่ทักแชทเข้ามาพูดคุยกับเจ้าของสถานเสริมความงาม นั้น ความผิดยังไม่สำเร็จ แต่จะมาขอให้ตำรวจตรวจสอบว่าลักษณะพฤติการณ์เข้าข่ายข้อหารีบรับหรือไม่

เบื้องต้น พ.ต.อ.ภูมิระพี รับเรื่องเอาไว้ตรวจสอบ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป