ผู้เสียหาย สุดทน 1 ปี คดีไม่คืบหน้า ถูกเลขาพิธีกรดัง ยักยอก เงินลงทุนเปิดร้าน กว่า 11 ล. อ้างถูกมิจฉาชีพส่งลิงก์ดูดเงิน
จากกรณีมีกลุ่มผู้เสียหายได้เข้าร้องทุกข์แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ถูกเลขาส่วนตัวพิธีกรชื่อดังรวมเงินกับหุ้นส่วนร่วมกันเปิดร้านอาหารแห่งหนึ่งย่าน จ.นนทบุรี ปรากฏว่าเลขาส่วนตัวพิธีกรชื่อดังเป็นผู้มีอำนาจทำธุรกรรม ผ่านแอพพลิเคชั่นของธนาคารที่รวมเงิน ของหุ้นส่วนเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว ได้แจ้งว่าเงินของบริษัทที่ร่วมกันทั้งหมด 46 หุ้น เปิดเพื่อทำร้านอาหารจำนวน 2 แห่ง หายไป หลังแฟนของเลขาส่วนตัวพิธีกรชื่อดัง ถูกคนรู้จักชักชวนลงทุนส่งลิงก์ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ เมื่อกดลิงก์ไปเงินจำนวนดังกล่าวได้สูญหายไป
-
ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ผู้เสียหายจากกรณีดังกล่าวได้โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก ไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิด ตั้งแต่เริ่มต้นว่ารู้จักกับบุคคลนี้ได้อย่างไร เริ่มทำธุรกิจอะไรกันบ้าง รวมถึงพบพิรุธต่างๆ ที่เลขาพิธีกรดังและแฟนหนุ่มที่เข้ามาเป็นผู้จัดการร้าน อาหารอีสาน ย่านสนามบินน้ำ และช่วงที่มีการเตรียมลงทุนหลายอีกแห่งย่านบรรรทัด ต่อมาปรากฏมีการแจ้งหุ้นส่วนว่ามีเงินที่อยู่ในบัญชีหายไปเพราะกดลิงก์ จากนั้นมีการแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งผ่านมาแล้วเกือบ 1 ปี แต่ไม่มีความคืบหน้าทางคดีแต่อย่างใด
โดยผู้เสียหายได้ระบุว่า เก็บเรื่องนี้มา 1 ปี ดำเนินการทางกฎหมายแล้ว แต่เหมือนทุกอย่างจะช้า และทำอะไรไม่ได้ จึงตัดสินใจพิมพ์เรื่องนี้ เพื่อต้องการให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ช่วยกันแชร์ในสังคมออนไลน์ ไปให้ถึงสื่อที่มีความสามารถในการช่วยเราได้ เพราะอยากให้มีการเร่งคดีความที่เกิดขึ้น ทั้งๆ ที่มีผู้เสียหายราวๆ 60 คนแต่ไม่มีความคืบหน้าทางคดีเลย
รบกวนชาวเน็ตด้วยครับขอเรียกเคสนี้ว่า แจ่วสิบล้าน และขอเล่าแบบ Director’s Cutย้อนไปก่อนโควิดหลายปี ไอ้เจ้าปลาน้องสนิทคนหนึ่งแนะนำให้รู้จักกับน้องผู้หญิงคนหนึ่งในงานอีเวนต์งานหนึ่งของเพื่อน โดยมีเราเป็น Organizer ที่จัดบนดาดฟ้าห้างฟอร์จูนทาวน์ ซึ่งต่อมาได้รู้ว่าน้องคนนี้มีอาชีพหลักเป็น “เลขา” พิธีกรบันเทิงชื่อดังมากคนหนึ่งผ่านไปหลายปีก็ได้เจอน้องเลขาตามงานต่างๆ จนกระทั่งได้ร่วมงานกัน เพราะน้องได้ทำงานกับคนมีชื่อเสียงต่างๆ มากมาย เนื่องจากน้องเลขาเป็นคนมีประสิทธิภาพในการทำงาน คล่องแคล่ว รวดเร็ว พูดจาฉะฉาน มีมารยาท แต่งตัวสุภาพ เรียบร้อย และมีน้ำใจ ประกอบกับการทำงานกับคนมีชื่อเสียง และบริษัทสื่อออนไลน์เจ้าใหญ่ที่น่าเชื่อถือและโด่งดังมากในไทยแห่งหนึ่งหลังโควิด ในขณะที่ขับรถอยู่ มีสายเรียกเข้าจากน้องเลขา ซึ่งน้องโทรมาชวนลงทุนร้านอาหารและบาร์แถวลาดพร้าว เพราะคนที่น้องชวนมาร่วมด้วยเกินครึ่งเราก็รู้จักกันอยู่แล้ว และบางคนก็สนิทกันมาก เอาจริงๆ ก็ตัดสินใจได้ไม่ยาก นั่นคือจุดเริ่มต้นของความพังพินาศที่จะเกิดขึ้นต่อไปร้านแรกของเราตัดภาพแบบ Fast Speedช่วงนั้นเราเริ่มสนใจการทำอาหารอีสาน จึงหลงใหลทำอย่างไม่ลืมหูลืมตา จนได้สูตรน้ำจิ้มแจ่วในแบบของตัวเอง เราเริ่มโพสต์อาหารลงในโซเชียล มีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ติดต่อเข้ามาขอชิม จนต้องเปิดรอบให้เข้ามาชิมกันที่บ้าน นัดเข้ามาเป็นรอบๆจนกระทั่งเราตัดสินใจจะเปิดร้านที่สนามบินน้ำ น้องเลขาก็มาจัดแจงเรื่องต่างๆ จนร้านทำสำเร็จโดยที่ใช้สูตรอาหารเป็นของเราเกินครึ่งช่วงเริ่มทำร้าน น้องเลขาคนเก่งของเรา ก็เพิ่งจะมีแฟนใหม่ เป็นชายหนุ่มรูปงามหน้าตาดี รูปร่างสันทัด และน้องเลขาก็ได้นำแฟนหนุ่มรูปงามมานั่งเป็นผู้จัดการร้านสนามบินน้ำและแถมยังมีแม่และพ่อเลี้ยงของเขามาช่วยทำงานที่ร้านด้วย ว่าง่ายๆ ก็คือ ทั้งบ้านของพ่อรูปหล่อนั่นแหละทีนี้ความไม่ปกติก็เกิดขึ้น เนื่องจากการเห็นสถานการณ์ในร้าน เราอยากรู้กระแสเงินสดต่างๆ ของร้าน และรายละเอียดต่างๆ ผมจึงขอดูบัญชีของร้าน แต่ก็ต้องบอกตรงๆ ว่า ผมไม่ได้รับความร่วมมือที่ดีเท่าที่ควร รวมถึงการที่ไม่ได้เห็น Statement ของร้าน
ตัดภาพมาที่สื่อ Socialเคสที่ 1 ผมเห็นพ่อรูปหล่อแฟนหนุ่มของน้องเลขาสาวโพสต์รูปส่งสลิปเงินโอนให้แฟนสาว และน้องเลขาก็แชร์อวดเพื่อนๆ ในโซเชียลเคสที่ 2 ผมเห็นพ่อรูปหล่อแฟนหนุ่มของน้องเลขาสาวโพสต์รูปแหวนเพชรคู่สองวง เหมือนจะเป็นวันครบรอบที่คบกันเคสที่ 3 ผมเห็นพ่อรูปหล่อแฟนหนุ่มของน้องเลขาสาวโพสต์รูปส่งสลิปเงินโอนให้แฟนสาวอีกครั้ง และน้องเลขาก็แชร์อวดเพื่อนๆ ในโซเชียลอีกในเวลาไม่กี่วันจากเคสที่ 1เคสอื่นๆ ปลดหนี้ให้แม่แสนกว่าบาท (ประมาณแสนสี่) / ซื้อมอเตอร์ไซค์แลมเบตต้าผมจำไม่ได้ว่าเคสไหนเกิดก่อนกัน แต่ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลา 2-3 เดือน ที่พ่อรูปหล่อเป็นผู้จัดการร้านอยู่แต่เผอิญผมดันเป็นคนขี้อิจฉา ก็เลยเกิดความสงสัยใคร่รู้ จึงไปเช็กประวัติของพ่อหนุ่มรูปหล่อ แฟนของน้องเลขา ในขณะที่ร้านเปิดได้ประมาณ 2-3 เดือน พบว่าก่อนหน้านี้น้องตกงานและไม่มีงานทำ ตอนนี้น้องมีงานแค่เป็นผู้จัดการร้านที่สนามบินน้ำเท่านั้น เงินเดือน 25,000 บาท เราก็เลยอยากรู้ขึ้นไปอีกว่า น้องมีอาชีพเสริมอะไรถึงมีรายได้ดีขนาดนี้เอาตรงๆ ผมอิจฉามัน เราทำงานกันเหนื่อยแทบตาย แต่น้องแค่เป็นผู้จัดการร้านแจ่วฮ้อนเงินเดือน 25,000 บาท แต่แต่งตัวแบรนด์เนมทั้งตัว ซื้อของขวัญใหม่ๆ ให้แฟนได้ อยากให้มันบอกเคล็ดลับเราบ้าง แต่ดันปากหนักไม่ได้ถาม กลัวมันรู้ว่าเรามีตังค์น้อยกว่ามันตัดภาพไปอีกแล้วถึงวันที่ผมได้รับคำชวนจากพี่ๆ ที่รู้จักกันไปดูสถานที่ที่ “ถนนบรรทัดทอง” พี่คนที่ชวนบอกว่า “ร้านของคุณน่าจะเหมาะกับที่นี่นะ ไอ้ต่าย” ซึ่งแน่นอนว่าต่อมาพี่คนนี้ก็เป็นหนึ่งในผู้เสียหายเราก็เอาโปรเจ็กต์ของจุฬามาคุยกับพี่ๆ เพื่อนๆ เกี่ยวกับสถานที่ใหม่ที่บรรทัดทอง ตอนนั้นก็มีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หลายๆ คน สนใจเข้ามาจากหลายทาง และในนั้นบางคนพวกเราก็รู้จักกันอยู่แล้ว ประกอบกับเครดิตของน้องเลขาอย่างที่เล่าไปข้างต้น กับคนที่เคยลงทุนมาแล้ว แม้ไม่ใช่ดาราก็เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างบ้าง เมื่อกระแสดี แน่นอนว่าจำนวนหุ้นไม่พอกับคนที่อยากลงทุน ก็ถือว่าเป็นเรื่องโชคดีไปในขณะที่ร้านสาขาบรรทัดทองก่อสร้างอยู่นั้นเอง เย็นวันหนึ่งในขณะที่ผมอยู่ในงานศพของพ่อเพื่อนสนิทและหุ้นส่วนด้วย ก็มีสายโทรศัพท์เข้ามาจากทางน้องเลขา ซึ่งกำลังร้องไห้อยู่ในสาย พร้อมแจ้งข่าวร้ายว่า เงินทั้งหมดในบัญชี “ถูกดูดไปหมดแล้ว”ประโยคแรกที่ผมบอกกับเพื่อนสนิทที่ชื่อไอ้ต้องในงานสวดศพพ่อมัน และโทรไล่เช็กพี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่พอจะมารวมตัวกันได้ทันทีจบงานศพรีบบึ่งไปที่ร้าน โดยน้องเลขาและแฟนหนุ่มไม่อยู่ที่ร้าน แต่มีทีมงานที่ดูแลเอกสารอยู่ ผมจึงขอ Statement ร้านจากทีมงาน และได้โทรไปหาน้องเลขาและแฟนหนุ่มสุดหล่อของเธอ เพื่อขอ Statement ของทั้งคู่ เพื่อให้ชัดเจนว่าเป็นการโดนดูดโดยมิจฉาชีพและหวังให้เป็นเช่นนั้นพิมพ์ถึงบรรทัดนี้ ขอยกให้บรรทัดด้านล่างนี้เป็นบรรทัดทองที่ 1ย้อนกลับไปตอนที่น้องเลขาโทรมาร้องไห้ ผมถามกลับไปว่า “ถูกดูดหมดเลยเหรอ?” น้องบอกว่า “ไม่หมด เหลือนิดหน่อย” และนี่คือคำสนทนาที่สรุปมาให้:ถูกดูดไปได้ยังไง?แฟนหนุ่มไปกดลิงก์ที่เพื่อนส่งมาให้ในไลน์เพื่อนใคร?เพื่อนแฟนหนุ่มแล้วเงินร้านอยู่ที่มือถือแฟนหนุ่มเหรอ? ปกติจ่ายยังไง?เปล่า บัญชีร้านอยู่ในคอม โอนจ่ายผ่านคอม!!!!!!!!!!!!!!! ผม งง !!!!!!!!!!!!!!!แล้วผมผู้ซึ่งทำงานเกี่ยวกับ Digital รุ่นบุกเบิกมาระดับหนึ่ง ที่พอจะเขียน Code งี่เง่าได้บ้าง แต่ก็ต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ยังต้องให้กำลังใจน้องเลขาจ่ายผ่านคอม แล้วมันไปลิงก์กับมือถือได้ยังไง?โดนทั้งหมด 3 บัญชี คือ บัญชีร้าน 2 ร้าน และบัญชีส่วนตัวน้องเลขาอีก 1ผมงงหนักเลยทีนี้ บัญชีร้านอยู่ในคอมพิวเตอร์ทั้ง 2 ร้านคนกดลิงก์ – แฟนหนุ่มบัญชีร้าน – คอมพิวเตอร์บัญชีน้องเลขา – อยู่เครื่องน้องเลขาพวกคุณเคยดู Dark, Tenet หรือ Inception ไหม? ตอนนั้นผมก็อารมณ์ประมาณนั้นแหละผมก็เลยขอเปลี่ยนไปดู Statement ดีกว่า โชคดีที่ตอนนั้นยังคุยกันดีอยู่ น้องเลขาและแฟนหนุ่มหล่อส่งให้มาพร้อมรหัสก็พอจะสรุปอะไรได้บ้างจาก Statement เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมโดน และคำตอบมันอยู่ในนั้นทั้งหมดแหละหลังจากเรียกทุกคนมารวมตัวปรึกษากัน เลยให้น้องเลขาไปแจ้งความก่อนเป็นอย่างแรกและขอยกให้ด้านล่างนี้เป็นบรรทัดทองที่ 2เนื่องจากเส้นทางการเงินของร้านที่ดูได้จาก Statement สรุปได้เป็นสามกลุ่มดังนี้กลุ่มที่ 1 การโอนค่าใช้จ่ายทั่วไปที่เกิดขึ้นจริงในการก่อสร้างและทำสัญญาบัญชีร้าน —> Supplier ต่างๆกลุ่มที่ 2 การโอนที่น่าสงสัย แบบ Inceptionบัญชีร้าน —> บัญชีแฟนหนุ่ม —> บัญชีม้ากลุ่มที่ 3 การโอนที่น่าสงสัย แบบ Tenetบัญชีร้าน —> บัญชีเลขา —> บัญชีแฟนหนุ่ม —> บัญชีม้าและที่ต่างออกไป กลุ่มที่ 2 และ 3 มีการโอนมากกว่า 1 ครั้งมีตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้าน และบางครั้งมีการโอนกลับด้วยหลังจากนั้น น้องเลขาและแฟนหนุ่มได้ไปแจ้งความว่า——— เงินในบัญชีแฟนหนุ่มได้ถูกมิจฉาชีพดูดเงิน ———–และผมผู้ซึ่งเรียนปริญญาตรี มัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญาโท (ยังไม่จบ) ครุอาร์ต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องกลับมาดูตัวเองว่าควรจะเชื่อแบบนั้นจริงๆ ไหม เพราะความรู้สึกเหมือนกับว่า การศึกษาของผมนั้นไม่มีประโยชน์ซึ่งในความเป็นจริง ต้องแจ้งความว่า——– เงินในบัญชีร้านถูกดูดเงิน ———-และหลังจากนั้นก็เกิดการฟ้องร้องกันไปตามที่หลายๆ คนได้ยินข่าว แต่สิ่งที่น้องเลขาสาวและแฟนหนุ่มออกมาแสดงความรับผิดชอบเป็นอย่างแรกตั้งแต่เกิดเรื่อง คือ การ Unfriend พวกผมบนโซเชียล และโหมกระหน่ำความน่าสงสารว่าตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำแต่เพียงผู้เดียวที่พิมพ์มาทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่เสี้ยวของเรื่องที่เกิดขึ้นเท่านั้นจึงขอให้พี่ๆ น้องๆ ช่วยกันแชร์เรื่องราวนี้ไปให้ถึงสื่อใหญ่ๆ ที เพราะทั้งการทำงานของเจ้าหน้าที่ก็ช้ามากๆ ถึงขนาดคนป่วยที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งแบบผม ผ่าตัดหายแล้ว แต่เรื่องทางกฎหมายยังไม่ถึงไหนเลยช่วยแชร์บทความนี้ไปที่สื่อที่พร้อมจะช่วยเหลือพวกเรากว่า 60 คนทีครับขอบคุณครับ

