หน้าแรก เกาะกระแสโซเชียล งานนี้เจอของจ...

งานนี้เจอของจริง! ลูกค้า โพสต์ประจานร้านบุฟเฟต์ เจ้าของงัดคลิปโต้ ลั่นเจอกันที่ศาล

31.07.24 | 23:56 น.

งานนี้เจอของจริง! ลูกค้า โพสต์ประจานร้านบุฟเฟต์ เจ้าของงัดคลิปโต้ ลั่นเจอกันที่ศาล รับเงินสดเท่านั้น


กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างมาก หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์วิจารณ์ร้านบุฟเฟต์หมาล่าสายพาน ลงในกลุ่ม น้องใหม่ มมส 68 โดยใจความระบุว่า ร้านให้บริการไม่ดี โดยเฉพาะเรื่องการพูดจา

ต่อมาเจ้าของร้าน โพสต์ข้อความชี้แจงระบุว่า โพสต์นี้ขอออกมาปกป้องร้านนะคะ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ที่ร้านโดนโพสต์ประจานในกลุ่มน้องใหม่ มมส 68 ตามโพสต์ดังกล่าวขอชี้แจงเป็นข้อๆ ดังนี้

Advertisement

1.ลูกค้าในกลุ่มหยิบถ้วยอาหารส่วนกลาง (แป้งต็อก) ลงมาวางบนหน้าตักตัวเอง ย้ำว่าหน้าตักตัวเอง ! ซึ่งในขณะนั้นมีลูกค้าอีก 4 ท่าน นั่งร่วมรับประทานอยู่ ทางผู้จัดการจึงแจ้งว่าหากลูกค้าเปิดแป้งต็อกแล้วให้ปิดด้วย เนื่องจากแป้งต็อกหากโดนอากาศนานๆ อาจทำให้แป้งแตกได้ และไม่ได้เอะอะอะไรตามโพสต์ที่ลูกค้าพิมพ์เลย

2.ตะคอกลูกค้าให้ปิดประตูเบาๆ จากการที่นั่งดูกล้องวงจรปิดตั้งแต่ลูกค้าเข้าใช้บริการจนลูกค้าเช็กบิลออกไป ยังไม่ได้ยินเสียงตะคอกออกจากปากผู้จัดการแม้แต่คำเดียว

3.โพสต์ชี้นำให้ลูกค้าท่านอื่น “คิดดีๆ ก่อนไปนะคะ” นี่อ่านแล้วรู้สึกแย่ค่ะ คุณควรย้อนกลับไปมองว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันเกิดจากพฤติกรรมบนโต๊ะอาหารของพวกคุณไม่ให้เกียรติลูกค้าท่านอื่น อยากหยิบจับอะไรก็หยิบจับตามอำเภอใจ ซึ่งถ้าการแจ้งให้ปฏิบัติตามกฎกติกาแล้วทำให้รู้สึกไม่พอใจ ควรใช้สติไตร่ตรองก่อนโพสต์นะคะ ไม่ใช่สักแต่จะโพสต์ให้ร้านเสียหาย

ขอสาบานต่อหน้าคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายว่าสิ่งที่พูดเป็นความจริงทั้งหมด หรือหากทางคู่กรณียืนกรานว่ามีการแสดงพฤติกรรมที่ไม่ดีหรือตะคอกลูกค้าจริง ขอให้กล้องวงจรปิดบอกทุกอย่างเดี๋ยวไปเปิดครั้งเดียวในศาลค่ะ

เคสนี้ขอจะดำเนินคดีตามกฎหมายกับนางสาว ด… ….. ให้ถึงที่สุด ไม่ไกล่เกลี่ยไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

ขอให้พึงระลึกไว้ว่าถึงแม้ว่าจะโพสต์แบบไม่ระบุตัวตนถ้าจะหากันให้เจอจริงๆ มันไม่ได้ยากเกินความสามารถแน่นอน หยุดทำลายคนอื่นด้วยวิธีการสกปรกแบบนี้ มีหลากหลายช่องทางที่จะคอมเพลนเข้ามา ไม่มีร้านไหนอยากให้ร้านตัวเองเจ๊งหรอกค่ะ เชื่อว่าหากแจ้งเข้ามาทุกร้านยินดีปรับปรุงแก้ไขอยู่แล้ว

ส่วนการคอมเพลนเข้ามาทางเรารับทราบยินดีและเต็มใจที่จะปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปแน่นอนอยู่แล้วค่ะ

สุดท้ายนี้ที่ต้องออกมาโพสต์เพราะผ่านความรู้สึก “อาย” มาแล้ว ขอลุกขึ้นสู้ปกป้องร้านนะคะ ทุกอย่างมีต้นทุนเราใช้เงินลงทุนอย่าเอาน้ำลายของคุณมาทำลายธุรกิจคนอื่น สุดแล้วแต่เวรแต่กรรมจะนำพาค่ะ ขอให้โชคดีแล้วเราจะได้พบกันเร็วๆ นี้แน่นอน

ต่อมาเจ้าของร้านโพสต์เพิ่มเติมว่า

ทำไมถึงทราบว่าใครเป็นคนโพสต์? ถึงแม้จะโพสต์แบบไม่ระบุตัวตนก็ตามได้ค่ะ

ที่ทราบเพราะหากสังเกตรูปที่โพสต์ในวันนั้นจะมีกลุ่มลูกค้าที่คีบตุ๊กตาอยู่หน้าร้าน ทางเราเลยทำการเช็กจากกล้องหน้าร้านพบว่ามีลูกค้ากลุ่มนั้นเช็กบิลและเดินสวนกับลูกค้าที่คีบตุ๊กตาอยู่หน้าร้านพอดี และในจังหวะที่ลูกค้ารอข้ามถนนอยู่ที่เกาะกลางถนน กล้องก็สามารถจับภาพที่ลูกค้ายกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพได้ ช่วงนั้นเป็นเวลาประมาณ 18.08 น.

หลังจากที่ได้หลักฐานในจุดนี้แล้วทางร้านกลับมาเช็กกล้องที่ติดหน้าเคาน์เตอร์พบว่าลูกค้าชำระเงินโดยการสแกนจ่าย ตรวจสอบจากชื่อบัญชีและสืบหาต่อจนพบว่าบุคคลในกล้องวงจรปิดเป็นใคร

หากเทียบเวลาที่ถ่ายภาพกับเวลาที่โพสต์ทิ้งช่วงเวลาไปประมาณ 4 ชั่วโมง นั่นถือว่าเจ้าของโพสต์มีการไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว ไม่ได้โพสต์เพราะบันดาลโทสะแต่อย่างใด

และขอแก้ไขในจุดที่ตะคอกนะคะ ไม่มีเสียงตะคอกใดๆ เปล่งออกมาแน่นอนค่ะ เพราะนั่งดูและฟังตั้งแต่ลูกค้าเข้าใช้บริการจนเช็กบิลออกไป จะพูดอะไรก็ขอให้ตั้งอยู่ในความจริงเข้าไว้นะคะ