หมดหนทาง ‘หนังฝังมุก’ แจงดราม่าโกงเงินหลักล้าน เผยเมียทำทั้งหมด ก่อนจบหน้าที่เจ้าของเพจ

15.08.24 | 16:01 น.

กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียล สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์ข้อความว่า แอดมินเพจรีวิวหนังเพจดังผู้ติดตามเกินล้านเพจหนึ่งขอไม่เอ่ยชื่อ ยืมเงิน+ฉ้อโกง ใช้ความไว้ใจจากเพื่อนฝูงหลายคน โดยใช้วิธีกลอุบายมูลค่าความเสียหายหลายล้าน

นอกจากนี้ยังโพสต์ข้อความเพิ่มเติมเป็นระยะด้วยว่า “Ep2. ขอดักไว้ก่อนนะครับ เพจรีวิวหนังอาจจะออกมาบอกว่าเพจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน แต่ก่อนหน้าเมียเป็นคนดูแลจัดการเพจทั้งเรื่องเงิน จัดคิวงาน ไปงานต่างๆ โดยผัวจะเป็นคนทำคอนเทนต์ คนที่มีปัญหาคือเมีย แล้วอาจจะบอกว่าเลิกกันไปแล้ว แต่ช่วงเกมแล้วยังอยู่ด้วยกันนะ”

“Ep.3 เจ้าหนี้คนแรก (ขอไม่เอ่ยชื่อ) ฟ้องร้องจำนวนเงินราวๆ เกือบ 2 ล้าน ศาลนัดให้ไปเจรจา แต่เมียเพจรีวิวหนังเพจนึงกลับไม่ไป ไม่ติดต่อ เพียงแค่วันนั้นแค่ไปเจรจา เขาจะให้ได้รับการลดหย่อนผ่อนผันจากเจ้าหนี้คนนี้ เขาใจดีมาก แต่ไว้ใจผิดคน หลังจากศาลเรียกก็หายไปเลย”

“Ep.4 ใช้ความสนิทจนได้รับความเชื่อใจ เจ้าหนี้คนต่อมาเป็นเพจรีวิวอาหาร คนตามหลายแสน โดยใช้อุบายอ้างถึงแอดมินที่มีชื่อเสียง อ้างถึงเพจอื่นๆ ให้ดูน่าเชื่อ รู้จักเพจพวกนี้นะ มีดอกเบี้ยให้ รายนี้โดนยืมไป 1 ล้าน ทวงคืนมาได้ 4 แสน คาดว่าน่าจะไปหลอกคนอื่นมาหมุนคืน”

“Ep.5 ผู้เสียหายเจ้าหนี้คนต่อมา เพจการ์ตูนมีชื่อเสียง คาแร็กเตอร์หลากหลาย เสาหลักวงการ โดนไปไม่น้อย 1.5 ล้าน บ้านใกล้ สนิทรักเหมือนน้อง บอกเอาเงินไปต่อยอดมีดอกให้ ช่วงแรกส่งดอกดี หลังๆ เริ่มช้าและหาย คาดว่าดอกที่ส่งเงินหมุน หลอกเอามาจากคนอื่นอีกที”

Advertisement

ซึ่งเมื่อโพสต์ข้อความปริศนาเหล่านี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็ได้สร้างความสงสัยและรับคอมเมนต์จากชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก เช่น รอดูโหนกระแสนะ, เพจไหน ตามหลายเพจ, ใบ้ได้ไหมครับ, ไม่ได้นอนอีกแล้วค่ะท่านผู้ชม ฯลฯ

ล่าสุดวันที่ 15 สิงหาคม ผู้ใช้เพจเฟซบุ๊ก ‘หนังฝังมุก’ เพจรีวิวหนังชื่อดังที่มีผู้ติดตามจำนวน 1.1 ล้านคน ได้ออกมาโพสต์ถึงกรณีดราม่าดังกล่าวว่า ผมเชื่อมาเสมอว่าพื้นฐานของครอบครัวคือความรักและเชื่อใจในกันและกัน จนกระทั่งรู้ตัวคิดผิด ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เชื่อว่าผู้ชายควรเป็นฝ่ายหาเงินและไว้ใจให้ภรรยาดูแลการเงินในครอบครัว แต่สิ่งที่ผมไม่รู้เลยตลอดหลายปีที่เราสองคนทำเพจร่วมกันมา โดยที่ผมเป็นคนสร้างคอนเทนต์และวางใจให้ภรรยาดูแลในส่วนของการตอบข้อความ รวมถึงการติดต่อสื่อสารต่างๆ หรือเรียกว่าเป็นผู้จัดการเพจ

เธอใช้เครดิตจากการร่วมเป็นแอดมินในเพจ เข้าร่วมกิจกรรมและสนิทกับแอดมินเพจต่างๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ต่างจากผมที่ค่อนข้างเก็บตัวไม่ออกไปทำความรู้จักกับใคร ช่วงที่จัดปาร์ตี้แอดมินเมื่อหลายปีก่อน ผมไม่เคยไปร่วมกิจกรรมเลยแม้แต่ครั้งเดียว จนกระทั่งมารู้จักกับแอดมินเพจต่างๆ ในภายหลังซึ่งก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น จากการที่ภรรยาเป็นคนแนะนำให้รู้จัก

ขออธิบายตรงนี้ก่อน ถึงแม้ว่าเราสองคนจะเป็นสามีภรรยา แต่ความสัมพันธ์ของเราค่อนข้างแปลกกว่าคนทั่วไป คือเรายินดีแยกกันอยู่คนละจังหวัด ประมาณ 3-4 เดือนถึงจะกลับมาเจอกัน และเราไม่มีลูก ซึ่งเป็นความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย ชีวิตคู่ของเราดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยจนกระทั่งหลังมีการระบาดของโควิด ภรรยาของผมที่มีความสนิทสนมกับแอดมินเพจต่างๆ ได้เริ่มโน้มน้าวให้มีการร่วมลงทุนในธุรกิจปล่อยเงินกู้ รวมถึงธุรกิจอื่นๆ โดยที่ผมไม่มีส่วนรู้เห็นมาก่อน คนเดียวที่ผมรู้คืออินฟลูเอนเซอร์ท่านหนึ่ง (ไม่ขอเอ่ยนาม) และก็เข้าใจว่าเป็นเจ้าหนี้เพียงรายเดียวที่ทำข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งหลังจากวันที่เซ็นสัญญาผมก็ไม่ได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อไป ผมได้แต่คิดไปเองว่ารายได้จากร้านอาหารที่ผมและภรรยาร่วมกันเป็นเจ้าของ (ปัจจุบันปิดไปแล้ว) รวมถึงรายได้อื่นๆ จะเพียงพอให้ชดใช้หนี้ได้ แต่ผมกลับคิดผิด

พูดไปคงไม่มีใครเชื่อว่าสามีภรรยาจะไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในครอบครัว แต่ขอสาบานด้วยความสัตย์จริงว่าผมไม่เคยมีส่วนร่วมในการพูดคุยหรือโน้มน้าวให้เกิดการโอนเงินระหว่างใครก็ตามที่เป็นผู้เสียหายในเรื่องนี้ ผมไม่มีส่วนร่วมในเรื่องการเงินภายในครอบครัวเลยตั้งแต่หลังแต่งงาน ผมจะได้รับเงินก็ต่อเมื่อไว้ใช้สำหรับจับจ่ายในชีวิตประจำวันเท่านั้น เป็นที่รู้กันดีในหมู่แอดมินว่าผมเป็นคนที่ค่อนข้างเคารพการตัดสินใจของภรรยา หรือจะเรียกว่ากลัวเมียก็ไม่ผิดนัก แต่ผมก็ไม่เคยใส่ใจกับการล้อเลียนนั้น และเห็นเป็นเรื่องตลกเฮฮาในแวดวง

จนกระทั่งระหว่างที่ผมอยู่ต่างจังหวัด เริ่มมีกระแสจากเพื่อนแอดมินบางคนโทรศัพท์เข้ามาพูดคุยว่าภรรยาผมโน้มน้าวให้เกิดการโอนเงินระหว่างแอดมินเพจหลายๆ เพจมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท และไม่มีการชดใช้คืน เรื่องที่ไม่น่าเชื่อคือผมเป็นคนสุดท้ายที่รู้เรื่องนี้ ใครล่ะจะเชื่อ ขนาดผมเองยังไม่อยากเชื่อเลย อยู่ดีๆ กลายเป็นลูกหนี้มูลค่ามหาศาล จนกระทั่งเรื่องราวเริ่มบานปลาย ผมจึงขอตัดความสัมพันธ์กับภรรยาและดำเนินการหย่า เนื่องจากไม่สามารถให้ความไว้ใจได้อีกต่อไป เธอสารภาพภายหลังว่าได้นำเงินไปปล่อยกู้ และถูกลูกหนี้ฉ้อโกงเช่นกัน เงินทั้งหมดจึงสูญเปล่า

ควบคู่กับการสิ้นสุดฐานะเจ้าของเพจ ซึ่งนี่คือส่วนที่ผมสามารถรับผิดชอบได้ เนื่องจากผมไม่ได้ดูแลด้านการเงินจึงไม่มีเงินเก็บเลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือยินยอมให้มีการตกลงซื้อขายเพจนี้ให้กับเจ้าหนี้รายหนึ่งเพื่อเป็นการชดใช้หนี้บางส่วน และทำคอนเทนต์ในเพจจนกว่าหนี้ทั้งหมดจะสิ้นสุด แต่ถูกลดสถานะแอดมินลง ไม่ใช่เจ้าของเพจอีกต่อไป แอดมินท่านอื่นสามารถลบผมออกจากเพจได้ทุกเมื่อ และหากปัญหาที่เกิดขึ้นสร้างความกระทบกับเพจ ผมยินดีจะออกจากการเป็นแอดมินอย่างไม่มีเงื่อนไข

ผมรู้ว่าผมไม่มีสิทธิจะร้องขอความเห็นใจ ทุกคนสมน้ำหน้าผมได้ เพราะผมเองยังสมน้ำหน้าให้กับตัวเองเลย ในฐานะคนๆ หนึ่ง ผมสูญเสียความไว้ใจ สูญเสียมิตรภาพ สูญเสียครอบครัว สูญเสียเพจที่สร้างมากับมือ ผมต้องขอโทษทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ที่ผ่านมาผมได้แต่จมอยู่กับความเครียดและความทุกข์ใจกับปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น ขอโทษที่ไม่อาจสู้หน้าทุกคนได้ ถ้ามีโอกาสผมจะขอชดใช้คืน แต่ตอนนี้ผมหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างแล้วครับ

หลังจากโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีผู้ใช้งานและแฟนคลับเพจเข้ามาคอมเมนต์จำนวนมากทั้งให้กำลังใจและวิพากษ์วิจารณ์บางส่วน อาทิ เชื่อเมียได้ดีทุกคน คำนี้ใช้ไม่ได้เสมอไปจริงๆ, 5555 หนังฝังมิจ นี่เอง 55555, โอเคร ทุกคนมีสิทธิล้มได้พลาดได้ ในฐานะลูกเพจคนนึง เป็นกำลังใจให้ครับ แอดมิน ฯลฯ

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายดังกล่าวออกมาโพสต์ตอบโต้ว่า “Ep.6 ตอนนี้เพจรีวิวหนังออกมายอมรับแล้ว แต่มีประเด็นการซื้อขายเพจกับเจ้าหนี้อีกกลุ่ม โดยการซื้อขายเกิดขึ้นหลังจากเรื่องเริ่มแดงแล้ว แต่เจ้าหนี้อีกหลายคนไม่รู้เรื่อง เพราะฝ่ายเมียโกหกว่าไม่มีการขายหรือเข้ามาทำสัญญาอะไร ต่อรอง ร้องไห้ว่าจะหาเงินมาให้ได้”

นอกจากนี้ยังโพสต์ต่อว่า “Ep.7 ออกมาเขียนขอโทษให้ยาว สรุปสั้นๆ “กูไม่เกี่ยว” เพจยังรันโดยผัว เพจลงงานก็โดยผัว สละเรือยังไงเหรอ เงินไปเข้าที่ใคร ใครรับงาน ใครทำงานให้เสร็จ ใครรับเงิน มหากาพย์มันเพิ่งเริ่ม”