กรมอุทยานฯ เปิดภาพหาชมยาก สมเสร็จ สัตว์ดึกดำบรรพ์ของไทย โผล่อุทยานแห่งชาติเขาสก
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ออกมาโพสต์คลิปหาชมยากของสมเสร็จ สัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 13 ของไทย ที่ออกมาเผยโฉมแบบชัดๆ กลางอุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี
โดยระบุข้อความว่า “หาชมยาก สมเสร็จ แห่งอุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี สัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 13 ของไทย”
“หาชมยาก” สมเสร็จ แห่งอุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี สัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 13 ของไทย#สมเสร็จ #อุทยานแห่งชาติเขาสก #สุราษฎร์ธานี #สัตว์ป่าสงวน #กรมอุทยานแห่งชาติ pic.twitter.com/4ovl7881Mk
— กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (@pr_prdnp) August 18, 2024
ทั้งนี้ “สมเสร็จ” หรือผสมเสร็จ (Tapir) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ มีลักษณะของสัตว์หลายชนิดผสมกันอยู่ในตัวเดียว เนื่องจากลําตัวมีขนสีขาวและดำตัดกัน ส่วนท้องเป็นสีขาว ส่วนหัวและท้ายลําตัวเป็นสีดำ มีจมูกยื่นยาวคล้ายงวงช้างที่ยืดหดม้วนได้รอบทิศทาง ลำตัวเหมือนหมูแต่มีขายาว มีกีบเท้าคล้ายแรด และมีหางสั้นเหมือนหมี ชอบใช้ชีวิตสันโดษอยู่ในป่าทึบ อาศัยอยู่ในแถบอเมริกาใต้ อเมริกากลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“สมเสร็จ” เป็นสัตว์ที่สายตาไม่ดี แต่มีระบบประสาทรับฟังทางหูและดมกลิ่นดีเยี่ยม ชอบออกหากินเวลากลางคืน โดยใช้จมูกที่เป็นงวงดมกลิ่น เมื่อถูกรบกวนจะหนีลงไปแอบใต้น้ำได้เป็นเวลานานจึงจะกลับขึ้นมา สมเสร็จเป็นสัตว์กินพืช โดยอาหารประมาณครึ่งชีวิตของสมเสร็จคือผลไม้ เมื่อกินผลไม้สมเสร็จจะกลืนเมล็ดลงไปด้วย จากนั้นเมล็ดที่อยู่ในอุจจาระของมันจะกระจายไปทั่วป่า จนสมเสร็จได้รับฉายาว่า “นักปลูกป่า”

วิถีชีวิตของสมเสร็จก่อให้เกิดสมดุลของโครงสร้างและความหลากหลายของป่า การสูญพันธุ์ของสมเสร็จ จึงจะส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพของป่า ซึ่งในประเทศไทยสามารถพบสมเสร็จได้ในผืนป่าตะวันตก อาทิ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และป่าทั่วภาคใต้

อย่างไรก็ตาม อ้างอิงจาก เว็บไซต์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุไว้ว่า สมเสร็จมีปริมาณที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากการรุกรานของมนุษย์ ซึ่งสำหรับประเทศไทยนั้น สมเสร็จเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ชนิดหนึ่ง มีสายเลือดใกล้เคียงม้าและแรด และเป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 20 ชนิดของประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 และตามอนุสัญญา CITES Appendix I รวมถึงเป็นสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ตาม U.S. Endengered Species Act

ที่มา : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

